KNOW HOW
  • FINANCIAL

    รู้ไว้ก่อนตัดสินใจ! ขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

    บทความที่จะมาแนะนำขั้นตอนการขอสินเชื่อเพื่อใช้สำหรับการกู้ซื้อบ้าน และสิ่งที่ต้องคำนึงถึงหลักๆ ในการตัดสินใจซื้อบ้าน

    AP THAILAND

    AP THAILAND

    ขั้นตอนการกู้ซื้อบ้าน

    การเลือกซื้อบ้านนอกจากจะต้องดูเรื่องทำเลที่อยู่อาศัย หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านไลฟ์สไตล์ชีวิตแล้ว การคำนึงถึงงบประมาณและค่าใช้จ่ายต่างๆ เกี่ยวกับบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ดังนั้น สำหรับใครที่ตัดสินใจกู้ซื้อบ้านล่ะก็ เพื่อให้คุณได้มีการเตรียมตัวที่ดี เพื่อให้ผ่านขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านอย่างราบรื่น การเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลสินเชื่อ จัดระเบียบบัญชีสำหรับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และสิ่งอื่นๆ ที่ควรรู้ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าการกู้ซื้อบ้านในครั้งนี้จะผ่านไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน

     

    การเลือกซื้อบ้านนอกจากจะต้องดูเรื่องทำเลที่อยู่อาศัย หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านไลฟ์สไตล์ชีวิตแล้ว การคำนึงถึงงบประมาณและค่าใช้จ่ายต่างๆ เกี่ยวกับบ้านก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ดังนั้น สำหรับใครที่ตัดสินใจกู้ซื้อบ้านล่ะก็ เพื่อให้คุณได้มีการเตรียมตัวที่ดี เพื่อให้ผ่านขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านอย่างราบรื่น การเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลสินเชื่อ จัดระเบียบบัญชีสำหรับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และสิ่งอื่นๆ ที่ควรรู้ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าการกู้ซื้อบ้านในครั้งนี้จะผ่านไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน   H2:หาข้อมูลสินเชื่อสำหรับการเลือกซื้อบ้าน ในการซื้อบ้านต้องเตรียมอะไรบ้างนั้น อย่างแรกเลยก็คือการหาข้อมูลสินเชื่อเพื่อการกู้เงิน เนื่องจากสินเชื่อบ้านเป็นเงินกู้ที่สถาบันการเงินจะเป็นผู้มอบให้เพื่อใช้สำหรับการซื้อบ้านหลังนั้นๆ โดยเมื่อคุณได้วงเงินดังกล่าวแล้ว จะต้องมีการแบ่งชำระออกเป็นงวดๆ พร้อมดอกเบี้ยตามที่สถาบันการเงินเป็นผู้กำหนดไว้  จากที่กล่าวในข้างต้นนี้เอง จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมสินเชื่อถึงมีความสำคัญต่อการกู้ซื้อบ้าน เพราะหากมีการเตรียมตัวที่ดีทั้งในด้านข้อมูลหรือเอกสารต่างๆ จะทำให้การกู้ซื้อบ้านเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น H3:ข้อดี-ข้อเสียของสินเชื่อ สินเชื่อบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญและมีผลต่อการกู้เพื่อการเลือกซื้อบ้านอย่างยิ่ง ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงข้อดีและข้อเสียอย่างละเอียด และครบถ้วนจะทำให้คุณรู้เท่าทัน เพื่อพร้อมรับมือกับทุกเหตุการณ์ในการขอสินเชื่อได้เป็นอย่างดี     ข้อดี ● เมื่อสถาบันการเงินได้รับเรื่องและทำการตรวจสอบอนุมัติวงเงินแล้ว ก็สามารถรับเงินและนำไปใช้ได้ทันที ● สามารถผ่อนชำระเป็นงวดๆ ได้ ตามที่ผู้กู้และสถาบันการเงินมีการตกลงกันตามสัญญา ● มีการระบุดอกเบี้ยอย่างชัดเจน ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม  ข้อเสีย ● หากคุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อไม่ผ่าน จะทำให้ไม่สามารถทำเรื่องเพื่อขอรับเงินอนุมัติกับสถาบันการเงินนั้นๆ ได้อีก และอาจมีการบันทึกประวัติของการขอสินเชื่อว่าเพราะเหตุใดจึงไม่ผ่านการอนุมัติ ซึ่งจุดนี้อาจจะส่งผลต่อการขอกู้สินเชื่อกับสถาบันการเงินอื่นๆ ได้ ● เนื่องจากแต่ละสถาบันการเงินมีอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เท่ากัน จึงควรศึกษาอย่างละเอียดก่อนการตัดสินใจกู้ ● ถ้าไม่สามารถชำระเงินได้ทันตามที่กำหนดในสัญญา อาจโดนปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยได้ H3:ประเภทดอกเบี้ยของสินเชื่อ อีกหนึ่งขั้นตอนก่อนการกู้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านที่ต้องให้ความสำคัญคือ ควรทำการศึกษารายละเอียดของดอกเบี้ยที่จะต้องชำระ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยก็จะมีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว หรืออัตราดอกเบี้ยแบบผสม ซึ่งแต่ละประเภทจะเป็นอย่างไรบ้าง ต้องไปดูกันเลย  ● H4:อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่เป็นอัตราที่ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องชำระเท่าไรในแต่ละงวด โดยจะมียอดชำระแบบตายตัว จึงทำให้คุณจ่ายอัตราดอกเบี้ยในยอดจำนวนที่เท่าเดิมอยู่เสมอ ผลดีก็คือ จะทำให้ระยะเวลาในการผ่อนชำระหมดลงอย่างรวดเร็ว ● H4:อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัวเป็นประเภทดอกเบี้ยที่มีการปรับขึ้นลงตามที่สถาบันการเงินเป็นผู้กำหนด เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ถึงยอดชำระดอกเบี้ยได้เลย ยกตัวอย่างเช่น หากในงวดนั้นๆ มีการปรับดอกเบี้ยลดลง ก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายเบาลง แต่หากมีการปรับดอกเบี้ยขึ้น ก็จำเป็นที่จะต้องชำระเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน  ● H4:อัตราดอกเบี้ยแบบผสม หากคุณสามารถชำระค่างวดบ้านพร้อมดอกเบี้ยได้อย่างสม่ำเสมอ อัตราดอกเบี้ยแบบผสมถือเป็นตัวเลือกที่ดีอย่างยิ่ง เพราะอัตราดอกเบี้ยประเภทดังกล่าว จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำในช่วงแรก เพื่อให้ผู้ขอสินเชื่อสามารถชำระได้อย่างรวดเร็ว สามารถลดภาระหนี้สินอย่างว่องไว แต่หากปล่อยค้างชำระไว้นานแล้วล่ะก็ อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะปรับเพิ่มสูงขึ้น จนกระทั่งอาจสร้างปัญหาในภายหลังได้เลย H3:เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของแต่ละธนาคาร สำหรับคำถามที่ว่า หากคุณจะซื้อบ้านต้องเตรียมตัวหาข้อมูลอะไรบ้างนั้น ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของแต่ละธนาคาร เพื่อให้ได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด ซึ่งหากคุณเลือกอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ไม่สูงมาก ส่งผลให้ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป และสามารถผ่อนชำระได้เร็วมากขึ้น   H2:เตรียมตัวจัดระเบียบบัญชี เคลียร์หนี้ให้พร้อม เมื่อหาข้อมูลสินเชื่อและทำความเข้าใจกับอัตราดอกเบี้ยในแต่ละประเภทเป็นอย่างดีแล้ว ขั้นตอนถัดไปก็คือการเตรียมตัวจัดระเบียบบัญชีให้พร้อมสำหรับการเลือกซื้อบ้านนั่นเอง เนื่องจากในการกู้เงินซื้อบ้านจะต้องมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้าน เพื่อให้การกู้เป็นไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสภาพคล่องทางการเงิน การคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ การประเมินความสามารถในการชำระเงินของตนเอง ตลอดจนการจัดระเบียบรายการเดินบัญชีไว้สำหรับการยื่นเรื่องกับทางสถาบันการเงิน   ● H3:เคลียร์หนี้สินที่มี ให้เกิดสภาพคล่องทางการเงิน การขอสินเชื่อจะเป็นไปได้ยาก หากมีปัญหาหนี้สินหรือยอดชำระค้างอยู่ เนื่องจากทางสถาบันการเงินอาจประเมินและคาดการณ์ได้ว่าคุณกำลังมีปัญหาเรื่องการเงินอยู่ ดังนั้นแล้ว การเคลียร์หนี้สินที่มีอยู่ให้หมดไป จะทำให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น ส่งผลให้ขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านเป็นไปได้ด้วยดี   ● H3: ออมเงินสำหรับค่าส่วนต่าง และค่าใช้จ่ายต่างๆ นอกจากการเคลียร์หนี้สินแล้ว การออมเงินไว้ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็มีส่วนช่วยให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินได้เช่นกัน เพราะเมื่อคุณมีเงินสำรองจ่ายสำหรับเงินดาวน์บ้าน ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างน้อยร้อยละ 20 จากเงินออมทั้งหมด ที่จะช่วยให้คุณได้รู้สึกอุ่นใจมากยิ่งขึ้น   ● H3: เงินเดือนเท่านี้ กู้ได้เท่าไร ในการเลือกซื้อบ้านสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรกคือการประเมินเงินเดือน และความสามารถในการกู้ของตนเอง เพราะในความเป็นจริงแล้ว ธนาคารส่วนใหญ่มักกำหนดให้ผู้กู้มีหนี้สินได้สูงสุดร้อยละ 40 ของรายได้เท่านั้น ส่งผลให้คุณต้องเลือกราคาบ้านที่เหมาะสม สอดคล้องกับรายรับรายจ่าย ซึ่งจะทำให้คุณไม่ต้องมีปัญหากับค่าใช้จ่ายที่เกินตัว   ● H3:จัดระเบียบรายการเดินบัญชี หากคุณเป็นผู้มีรายได้จากเงินเดือนที่ทำประจำ การจัดระเบียบรายการเดินบัญชีก็อาจจะไม่ยุ่งยากสักเท่าไหร่ เพราะมีหนังสือรับรองจากทางบริษัท แต่สำหรับผู้ที่มีอาชีพรับจ้างอิสระหรือฟรีแลนซ์ ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องทำเอกสารและจัดระเบียบรายการเดินบัญชีขึ้นมา เพื่อใช้เป็นหลักฐานในขั้นตอนกู้ซื้อบ้านด้วยตนเอง   H2: ขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร ที่ควรรู้ การกู้สินเชื่อกับสถาบันการเงินอย่างธนาคารเป็นแหล่งกู้ที่น่าเชื่อถือ เพราะสามารถตรวจสอบข้อมูล มีการทำสัญญาอย่างถูกต้อง แต่ถึงอย่างไรก็ตามขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านกับธนาคารจำเป็นต้องเตรียมเอกสารค่อนข้างเยอะ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและประเมินก่อนอนุมัติวงเงิน ซึ่งจะมีขั้นตอนในการกู้สินเชื่อ ดังนี้ H3:1. เตรียมเอกสารกู้เงิน ให้คุณได้ผ่านขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านได้แบบผ่านฉลุยด้วยการเตรียมเอกสารต่างๆ ที่จำเป็น ดังนี้  ● สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ● สำเนาทะเบียนบ้าน ● สำเนารับรองสถานภาพสมรส โสด หรือหย่าร้าง ● สำเนาเปลี่ยนชื่อ (หากมี) ● หนังสือรับรองเงินเดือน ● สมุดบัญชีเงินฝากหรือเอกสารแสดงรายได้อื่นๆ ● ข้อมูลโครงการบ้านที่เลือกซื้อ H3:2. ส่งเอกสารกู้เงินและรอฟังผล ถ้าคุณรวบรวมเอกสารสำหรับขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการส่งเอกสารกู้เงินกับทางธนาคารที่เลือกไว้และรอฟังผล จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ประเมินเรียบร้อยดีแล้วก่อนอนุมัติวงเงินกู้ H3:3. เจ้าหน้าที่ประเมินเพื่ออนุมัติ โดยส่วนใหญ่แล้ว ในขั้นตอนการอนุมัติ ทางเจ้าหน้าที่จะประเมินและแจ้งผลให้ผู้ยื่นขอสินเชื่อภายใน 7 วันทำการก่อนจะนำไปสู่การทำเอกสารสัญญากู้เงินและจดจำนองซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย H3:4. ทำเอกสารสัญญากู้เงินและจดจำนอง เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารจะทำการเรียกผู้ยื่นสินเชื่อเพื่อทำเอกสารสัญญาเงินกู้พร้อมชี้แจงเรื่องการจดจำนอง หรือหลักประกันที่ใช้สำหรับการกู้ ซึ่งการจดจำนองจะคิดเป็นจำนวน 1% ของวงเงินที่กู้มา   H2:สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนการเลือกซื้อบ้าน เรียกได้ว่ากว่าจะยื่นเอกสารกู้เงินจนผ่านการอนุมัติ จำเป็นที่จะต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ มากมาย ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องคำนึงถัดมาก็คือจะซื้อบ้านต้องดูอะไรบ้าง ซึ่งคุณสามารถพิจารณาได้จากโครงการบ้าน ประเภทบ้าน หรือทำเลที่ต้องการ เพื่อตอบสนองกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตตามที่คุณต้องการ ● H3: โครงการตอบโจทย์การใช้ชีวิต เติมเต็มไลฟ์สไตล์ชีวิตด้วยโครงการบ้านที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ อย่างครบถ้วน เช่น ในด้านฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัย เพื่อให้มีความสุขในทุกๆ วัน หรือจะเป็นการบริการของโครงการในด้านความปลอดภัยเองที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยอุ่นใจและรู้สึกปลอดภัย ● H3:ประเภทบ้านที่อยากได้ นอกจากจะเลือกจากโครงการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแล้ว การเลือกประเภทของบ้านที่อยู่อาศัยก็สำคัญเช่นกัน เพื่อให้รองรับจำนวนผู้อาศัยได้อย่างพอดีพอเหมาะ สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต้องทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเติมเต็มทุกความสุขให้กับทุกคนในบ้าน  ● H3: ทำเลที่ต้องการ เวลาเลือกซื้อบ้านหลายๆ คนมักจะเลือกทำเลที่ต้องการก่อนเป็นสิ่งแรก เนื่องจากว่าในปัจจุบัน ด้วยโครงการและประเภทของบ้านที่มีให้เลือกหลากหลายแบบ จึงทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านมองว่า การได้บ้านทำเลดี ใกล้ห้างสรรพสินค้าหรือรถไฟฟ้า และสถานที่อื่นๆ เป็นสิ่งที่จำเป็นมากกว่า เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตนั่นเอง  สำหรับขั้นตอนต่างๆ ที่ได้ลิสต์มาให้แล้วนั้น ทุกคนควรที่จะศึกษาและทำความเข้าใจเพิ่มเติมก่อนที่จะทำการเลือกซื้อบ้าน รวมถึงเช็กให้เรียบร้อยว่าจะกู้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพื่อให้มีความพร้อมในการยื่นกู้ และที่สำคัญอย่างยิ่ง การกู้ซื้อบ้านจะต้องไม่เป็นภาระต่อผู้ซื้อ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว แม้ว่าจะมีบ้านเป็นของตัวเองได้ แต่ก็สร้างภาระค่าใช้จ่ายที่มากเกินไปและอาจส่งผลเสียต่อประวัติทางการเงินของเราอีกด้วย

    หาข้อมูลสินเชื่อสำหรับการเลือกซื้อบ้าน

    ในการซื้อบ้านต้องเตรียมอะไรบ้างนั้น อย่างแรกเลยก็คือการหาข้อมูลสินเชื่อเพื่อการกู้เงิน เนื่องจากสินเชื่อบ้านเป็นเงินกู้ที่สถาบันการเงินจะเป็นผู้มอบให้เพื่อใช้สำหรับการซื้อบ้านหลังนั้นๆ โดยเมื่อคุณได้วงเงินดังกล่าวแล้ว จะต้องมีการแบ่งชำระออกเป็นงวดๆ พร้อมดอกเบี้ยตามที่สถาบันการเงินเป็นผู้กำหนดไว้

    จากที่กล่าวในข้างต้นนี้เอง จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมสินเชื่อถึงมีความสำคัญต่อการกู้ซื้อบ้าน เพราะหากมีการเตรียมตัวที่ดีทั้งในด้านข้อมูลหรือเอกสารต่างๆ จะทำให้การกู้ซื้อบ้านเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

     

    ข้อดี-ข้อเสียของสินเชื่อ

    สินเชื่อบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญและมีผลต่อการกู้เพื่อการเลือกซื้อบ้านอย่างยิ่ง ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงข้อดีและข้อเสียอย่างละเอียด และครบถ้วนจะทำให้คุณรู้เท่าทัน เพื่อพร้อมรับมือกับทุกเหตุการณ์ในการขอสินเชื่อได้เป็นอย่างดี

     

    ข้อดี

    • เมื่อสถาบันการเงินได้รับเรื่องและทำการตรวจสอบอนุมัติวงเงินแล้ว ก็สามารถรับเงินและนำไปใช้ได้ทันที
    • สามารถผ่อนชำระเป็นงวดๆ ได้ ตามที่ผู้กู้และสถาบันการเงินมีการตกลงกันตามสัญญา
    • มีการระบุดอกเบี้ยอย่างชัดเจน ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

    ข้อเสีย

    • หากคุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อไม่ผ่าน จะทำให้ไม่สามารถทำเรื่องเพื่อขอรับเงินอนุมัติกับสถาบันการเงินนั้นๆ ได้อีก และอาจมีการบันทึกประวัติของการขอสินเชื่อว่าเพราะเหตุใดจึงไม่ผ่านการอนุมัติ ซึ่งจุดนี้อาจจะส่งผลต่อการขอกู้สินเชื่อกับสถาบันการเงินอื่นๆ ได้
    • เนื่องจากแต่ละสถาบันการเงินมีอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เท่ากัน จึงควรศึกษาอย่างละเอียดก่อนการตัดสินใจกู้
    • ถ้าไม่สามารถชำระเงินได้ทันตามที่กำหนดในสัญญา อาจโดนปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยได้

    ประเภทดอกเบี้ยของสินเชื่อ

    อีกหนึ่งขั้นตอนก่อนการกู้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านที่ต้องให้ความสำคัญคือ ควรทำการศึกษารายละเอียดของดอกเบี้ยที่จะต้องชำระ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยก็จะมีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว หรืออัตราดอกเบี้ยแบบผสม ซึ่งแต่ละประเภทจะเป็นอย่างไรบ้าง ต้องไปดูกันเลย

    ●      อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่

    อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่เป็นอัตราที่ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องชำระเท่าไรในแต่ละงวด โดยจะมียอดชำระแบบตายตัว จึงทำให้คุณจ่ายอัตราดอกเบี้ยในยอดจำนวนที่เท่าเดิมอยู่เสมอ ผลดีก็คือ จะทำให้ระยะเวลาในการผ่อนชำระหมดลงอย่างรวดเร็ว

    ●      อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว

    อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัวเป็นประเภทดอกเบี้ยที่มีการปรับขึ้นลงตามที่สถาบันการเงินเป็นผู้กำหนด เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ไม่สามารถคาดการณ์ถึงยอดชำระดอกเบี้ยได้เลย ยกตัวอย่างเช่น หากในงวดนั้นๆ มีการปรับดอกเบี้ยลดลง ก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายเบาลง แต่หากมีการปรับดอกเบี้ยขึ้น ก็จำเป็นที่จะต้องชำระเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

    ●      อัตราดอกเบี้ยแบบผสม

    หากคุณสามารถชำระค่างวดบ้านพร้อมดอกเบี้ยได้อย่างสม่ำเสมอ อัตราดอกเบี้ยแบบผสมถือเป็นตัวเลือกที่ดีอย่างยิ่ง เพราะอัตราดอกเบี้ยประเภทดังกล่าว จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำในช่วงแรก เพื่อให้ผู้ขอสินเชื่อสามารถชำระได้อย่างรวดเร็ว สามารถลดภาระหนี้สินอย่างว่องไว แต่หากปล่อยค้างชำระไว้นานแล้วล่ะก็ อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะปรับเพิ่มสูงขึ้น จนกระทั่งอาจสร้างปัญหาในภายหลังได้เลย

    เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของแต่ละธนาคาร

    สำหรับคำถามที่ว่า หากคุณจะซื้อบ้านต้องเตรียมตัวหาข้อมูลอะไรบ้างนั้น ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของแต่ละธนาคาร เพื่อให้ได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด ซึ่งหากคุณเลือกอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ไม่สูงมาก ส่งผลให้ไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป และสามารถผ่อนชำระได้เร็วมากขึ้น

     

    เตรียมตัวจัดระเบียบบัญชี เคลียร์หนี้ให้พร้อม

    เตรียมตัวจัดระเบียบบัญชี เคลียร์หนี้ให้พร้อม

    เมื่อหาข้อมูลสินเชื่อและทำความเข้าใจกับอัตราดอกเบี้ยในแต่ละประเภทเป็นอย่างดีแล้ว ขั้นตอนถัดไปก็คือการเตรียมตัวจัดระเบียบบัญชีให้พร้อมสำหรับการเลือกซื้อบ้านนั่นเอง เนื่องจากในการกู้เงินซื้อบ้านจะต้องมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้าน เพื่อให้การกู้เป็นไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสภาพคล่องทางการเงิน การคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ การประเมินความสามารถในการชำระเงินของตนเอง ตลอดจนการจัดระเบียบรายการเดินบัญชีไว้สำหรับการยื่นเรื่องกับทางสถาบันการเงิน

     

    เคลียร์หนี้สินที่มี ให้เกิดสภาพคล่องทางการเงิน

    ●  เคลียร์หนี้สินที่มี ให้เกิดสภาพคล่องทางการเงิน

    การขอสินเชื่อจะเป็นไปได้ยาก หากมีปัญหาหนี้สินหรือยอดชำระค้างอยู่ เนื่องจากทางสถาบันการเงินอาจประเมินและคาดการณ์ได้ว่าคุณกำลังมีปัญหาเรื่องการเงินอยู่ ดังนั้นแล้ว การเคลียร์หนี้สินที่มีอยู่ให้หมดไป จะทำให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น ส่งผลให้ขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านเป็นไปได้ด้วยดี

     

    ออมเงินสำหรับค่าส่วนต่าง และค่าใช้จ่ายต่างๆ

    ●  ออมเงินสำหรับค่าส่วนต่าง และค่าใช้จ่ายต่างๆ

    นอกจากการเคลียร์หนี้สินแล้ว การออมเงินไว้ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็มีส่วนช่วยให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินได้เช่นกัน เพราะเมื่อคุณมีเงินสำรองจ่ายสำหรับเงินดาวน์บ้าน ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างน้อยร้อยละ 20 จากเงินออมทั้งหมด ที่จะช่วยให้คุณได้รู้สึกอุ่นใจมากยิ่งขึ้น

     

    เงินเดือนเท่านี้ กู้ได้เท่าไร

    ●  เงินเดือนเท่านี้ กู้ได้เท่าไร

    ในการเลือกซื้อบ้านสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรกคือการประเมินเงินเดือน และความสามารถในการกู้ของตนเอง เพราะในความเป็นจริงแล้ว ธนาคารส่วนใหญ่มักกำหนดให้ผู้กู้มีหนี้สินได้สูงสุดร้อยละ 40 ของรายได้เท่านั้น ส่งผลให้คุณต้องเลือกราคาบ้านที่เหมาะสม สอดคล้องกับรายรับรายจ่าย ซึ่งจะทำให้คุณไม่ต้องมีปัญหากับค่าใช้จ่ายที่เกินตัว

     

    จัดระเบียบรายการเดินบัญชี

    ●   จัดระเบียบรายการเดินบัญชี

    หากคุณเป็นผู้มีรายได้จากเงินเดือนที่ทำประจำ การจัดระเบียบรายการเดินบัญชีก็อาจจะไม่ยุ่งยากสักเท่าไหร่ เพราะมีหนังสือรับรองจากทางบริษัท แต่สำหรับผู้ที่มีอาชีพรับจ้างอิสระหรือฟรีแลนซ์ ก็อาจจะจำเป็นที่จะต้องทำเอกสารและจัดระเบียบรายการเดินบัญชีขึ้นมา เพื่อใช้เป็นหลักฐานในขั้นตอนกู้ซื้อบ้านด้วยตนเอง

     

    ขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร ที่ควรรู้

    ขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร ที่ควรรู้

    การกู้สินเชื่อกับสถาบันการเงินอย่างธนาคารเป็นแหล่งกู้ที่น่าเชื่อถือ เพราะสามารถตรวจสอบข้อมูล มีการทำสัญญาอย่างถูกต้อง แต่ถึงอย่างไรก็ตามขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านกับธนาคารจำเป็นต้องเตรียมเอกสารค่อนข้างเยอะ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและประเมินก่อนอนุมัติวงเงิน ซึ่งจะมีขั้นตอนในการกู้สินเชื่อ ดังนี้

    1. เตรียมเอกสารกู้เงิน

    ให้คุณได้ผ่านขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านได้แบบผ่านฉลุยด้วยการเตรียมเอกสารต่างๆ ที่จำเป็น ดังนี้

    • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • สำเนารับรองสถานภาพสมรส โสด หรือหย่าร้าง
    • สำเนาเปลี่ยนชื่อ (หากมี)
    • หนังสือรับรองเงินเดือน
    • สมุดบัญชีเงินฝากหรือเอกสารแสดงรายได้อื่นๆ
    • ข้อมูลโครงการบ้านที่เลือกซื้อ

    2. ส่งเอกสารกู้เงินและรอฟังผล

    ถ้าคุณรวบรวมเอกสารสำหรับขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการส่งเอกสารกู้เงินกับทางธนาคารที่เลือกไว้และรอฟังผล จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ประเมินเรียบร้อยดีแล้วก่อนอนุมัติวงเงินกู้

    3. เจ้าหน้าที่ประเมินเพื่ออนุมัติ

    โดยส่วนใหญ่แล้ว ในขั้นตอนการอนุมัติ ทางเจ้าหน้าที่จะประเมินและแจ้งผลให้ผู้ยื่นขอสินเชื่อภายใน 7 วันทำการก่อนจะนำไปสู่การทำเอกสารสัญญากู้เงินและจดจำนองซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย

    4. ทำเอกสารสัญญากู้เงินและจดจำนอง

    เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารจะทำการเรียกผู้ยื่นสินเชื่อเพื่อทำเอกสารสัญญาเงินกู้พร้อมชี้แจงเรื่องการจดจำนอง หรือหลักประกันที่ใช้สำหรับการกู้ ซึ่งการจดจำนองจะคิดเป็นจำนวน 1% ของวงเงินที่กู้มา

     

    สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนการเลือกซื้อบ้าน

    สิ่งที่ต้องคำนึงถึงก่อนการเลือกซื้อบ้าน

    เรียกได้ว่ากว่าจะยื่นเอกสารกู้เงินจนผ่านการอนุมัติ จำเป็นที่จะต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ มากมาย ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องคำนึงถัดมาก็คือจะซื้อบ้านต้องดูอะไรบ้าง ซึ่งคุณสามารถพิจารณาได้จากโครงการบ้าน ประเภทบ้าน หรือทำเลที่ต้องการ เพื่อตอบสนองกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตตามที่คุณต้องการ

    ●  โครงการตอบโจทย์การใช้ชีวิต

    เติมเต็มไลฟ์สไตล์ชีวิตด้วยโครงการบ้านที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ อย่างครบถ้วน เช่น ในด้านฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัย เพื่อให้มีความสุขในทุกๆ วัน หรือจะเป็นการบริการของโครงการในด้านความปลอดภัยเองที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยอุ่นใจและรู้สึกปลอดภัย

    ●  ประเภทบ้านที่อยากได้

    นอกจากจะเลือกจากโครงการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแล้ว การเลือกประเภทของบ้านที่อยู่อาศัยก็สำคัญเช่นกัน เพื่อให้รองรับจำนวนผู้อาศัยได้อย่างพอดีพอเหมาะ สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต้องทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเติมเต็มทุกความสุขให้กับทุกคนในบ้าน

    ●  ทำเลที่ต้องการ

    เวลาเลือกซื้อบ้านหลายๆ คนมักจะเลือกทำเลที่ต้องการก่อนเป็นสิ่งแรก เนื่องจากว่าในปัจจุบัน ด้วยโครงการและประเภทของบ้านที่มีให้เลือกหลากหลายแบบ จึงทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านมองว่า การได้บ้านทำเลดี ใกล้ห้างสรรพสินค้าหรือรถไฟฟ้า และสถานที่อื่นๆ เป็นสิ่งที่จำเป็นมากกว่า เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตนั่นเอง

    สำหรับขั้นตอนต่างๆ ที่ได้ลิสต์มาให้แล้วนั้น ทุกคนควรที่จะศึกษาและทำความเข้าใจเพิ่มเติมก่อนที่จะทำการเลือกซื้อบ้าน รวมถึงเช็กให้เรียบร้อยว่าจะกู้สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง เพื่อให้มีความพร้อมในการยื่นกู้ และที่สำคัญอย่างยิ่ง การกู้ซื้อบ้านจะต้องไม่เป็นภาระต่อผู้ซื้อ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว แม้ว่าจะมีบ้านเป็นของตัวเองได้ แต่ก็สร้างภาระค่าใช้จ่ายที่มากเกินไปและอาจส่งผลเสียต่อประวัติทางการเงินของเราอีกด้วย

    RELATED ARTICLES