MAIN POINT
- การกู้ต่อเติมหรือรีโนเวทบ้าน คือการขอสินเชื่อเพื่อนำเงินมาปรับปรุง ซ่อมแซม หรือขยายพื้นที่ของบ้านที่มีอยู่เดิม โดยใช้บ้านหรือที่ดินเป็นหลักประกัน และมีวงเงินกู้สินเชื่อต่อเติมประมาณ 70-90% ของราคาบ้าน* แตกต่างจากการกู้ซื้อบ้านซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยใหม่
- สินเชื่อกู้ต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านมีหลายรูปแบบ เช่น สินเชื่อต่อเติมบ้านแบบวงเงินกู้ระยะยาว สินเชื่อแบบวงเงินเบิกเกินบัญชี (O/D) สินเชื่อบ้านแลกเงิน (รีไฟแนนซ์) และสินเชื่อส่วนบุคคล โดยแต่ละประเภทมีเงื่อนไข วงเงิน และอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกัน ผู้กู้ควรเลือกให้เหมาะกับขนาดงานและความสามารถในการผ่อนชำระ
บ้านที่อยู่อาศัยมานานย่อมต้องการการซ่อมแซมหรือปรับปรุงให้เหมาะกับการใช้งานที่เปลี่ยนไปทั้งการต่อเติมพื้นที่หรือรีโนเวทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต AP Thai แนะนำทางเลือกในการกู้เงินต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านปี 2569 ที่รวมครบทั้งเงื่อนไข เอกสาร และขั้นตอนการดำเนินการ เพื่อช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถปรับปรุงที่อยู่อาศัยได้ตามความต้องการ
กู้ต่อเติม รีโนเวทบ้าน คืออะไร ต่างจากการกู้ซื้อบ้านหรือไม่?

การกู้เพื่อต่อเติมหรือรีโนเวทบ้าน คือ การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อนำเงินมาใช้ในการปรับปรุง ต่อเติม หรือซ่อมแซมบ้านที่อยู่อาศัยเดิม เช่น การต่อเติมห้องครัว ห้องนอน โรงรถ การปรับปรุงโครงสร้างบ้าน หรือการรีโนเวทบ้านเก่า เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย หรือปรับบ้านให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น
สรุปความแตกต่างกู้ต่อเติมบ้านกับกู้ซื้อบ้าน
| หัวข้อความแตกต่าง | กู้ซื้อบ้าน | กู้ต่อเติม รีโนเวทบ้าน |
| วัตถุประสงค์การกู้ | ใช้ซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง หรือคอนโด | ใช้ซ่อมแซม ปรับปรุง หรือต่อเติมบ้านเดิม |
| สถานะผู้กู้ | ยังไม่มีบ้าน หรือกำลังจะซื้อบ้าน | มีบ้านเป็นของตนเองแล้ว |
| เอกสารหลัก | สัญญาจะซื้อจะขาย ใบจอง เอกสารโครงการ | โฉนดบ้าน/ที่ดิน แบบแปลน เอกสารใบประมาณราคา (BOQ) |
| วงเงินกู้โดยประมาณ | 90-100% ของราคาซื้อขาย | งบที่ต้องการใช้ต่อเติม สูงสุดไม่เกิน 70-90% ของราคาประเมินบ้าน |
ประเภทสินเชื่อสำหรับกู้เงินต่อเติม รีโนเวทบ้าน

ปัจจุบันสถาบันการเงินมีสินเชื่อสำหรับใช้ในการต่อเติมหรือรีโนเวทบ้าน โดยมีเงื่อนไข วงเงิน และอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกัน เจ้าของบ้านจึงควรเลือกสินเชื่อให้เหมาะกับความต้องการและความสามารถในการผ่อนชำระของตนเอง ดังนี้
1. สินเชื่อต่อเติมบ้านแบบวงเงินกู้ระยะยาว (Loan)
สำหรับใครที่ต้องการกู้เงินต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านที่มีงบประมาณค่อนข้างสูงแบบผ่อนสบาย สามารถเลือกสินเชื่อซ่อมแซมบ้านแบบวงเงินกู้ที่มีระยะเวลาผ่อนชำระยาว (Loan) โดยธนาคารจะอนุมัติวงเงินกู้เป็นก้อนตามสัญญา และใช้บ้านหรือที่ดินเป็นหลักประกัน
จุดเด่นของสินเชื่อซ่อมแซมบ้านแบบวงเงินกู้ระยะยาว (Loan)
- อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อแบบวงเงินเบิกเกินบัญชี (O/D)
- ระยะเวลาผ่อนชำระยาวประมาณ 30-40 ปี ช่วยลดภาระค่างวดต่อเดือน
- วงเงินกู้ค่อนข้างสูง พิจารณาจากราคาประเมินของบ้านหรือที่ดินที่ใช้เป็นหลักประกัน
2. สินเชื่อเงินกู้ต่อเติมบ้านแบบเบิกเงินเกินบัญชี (OD)
สินเชื่อต่อเติมบ้านแบบวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D) เหมาะกับคนที่อยากต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน โดยเบิกใช้เงินได้ตามต้องการภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติแบบทยอยทำเป็นระยะหรือมีค่าใช้จ่ายไม่แน่นอน ทั้งสะดวกและยืดหยุ่น
จุดเด่นของสินเชื่อซ่อมแซมบ้านแบบวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D)
- คิดดอกเบี้ยเฉพาะยอดเงินที่เบิกใช้ อาจไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเต็มวงเงิน
- ระยะเวลาสัญญาประมาณ 5-15 ปี
- ธนาคารอนุมัติวงเงินไว้ล่วงหน้า สามารถเบิกใช้เงินได้ตามต้องการภายในวงเงิน
3. สินเชื่ออื่น ๆ ที่สามารถนำมาใช้ต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านได้
นอกจากสินเชื่อซ่อมแซมบ้านโดยตรงแล้ว ยังมีสินเชื่อบางประเภทที่สามารถนำเงินมาใช้ในการต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านได้ แม้จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยเฉพาะ อาทิ
- สินเชื่อส่วนบุคคล: เหมาะกับการซ่อมแซมหรือต่อเติมขนาดเล็ก หรือกรณีที่ต้องการใช้เงินเร่งด่วน โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน แต่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า และวงเงินจำกัด
- การรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อนำเงินมาต่อเติม: เหมาะสำหรับผู้ที่ยังผ่อนบ้านอยู่ และต้องการขอวงเงินเพิ่มเพื่อนำมาปรับปรุงบ้าน พร้อมกับบริหารภาระดอกเบี้ยในสัญญาฉบับเดียวกัน
3 ขั้นตอนในการเตรียมตัวขอกู้ต่อเติม รีโนเวทบ้าน
1. เลือกประเภทสินเชื่อที่เหมาะสม

เลือกประเภทสินเชื่อให้เหมาะสมกับลักษณะงานและความสามารถในการผ่อนชำระของตนเอง โดยพิจารณาจากขนาดของงานต่อเติมหรือรีโนเวท ความจำเป็นในการใช้เงินแบบก้อนเดียวหรือทยอยใช้ ระยะเวลาที่ต้องการผ่อน รวมถึงสถานะของบ้านที่ใช้เป็นหลักประกัน
- บ้านที่ยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ: อาจพิจารณายื่นขอสินเชื่อกับธนาคารเดิมที่กำลังผ่อนอยู่ เนื่องจากธนาคารมีข้อมูลหลักประกันและประวัติการชำระเงินอยู่แล้ว โดยบ้านที่ยังมีภาระผ่อนสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันได้ วงเงินกู้จะพิจารณาจากราคาประเมินบ้านและยอดหนี้คงเหลือ และมักได้รับอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย
- บ้านที่ปลอดภาระผ่อน: เจ้าของบ้านสามารถนำบ้านมาใช้เป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อซ่อมแซมบ้านได้ทันที หรือเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายสถาบันการเงินเพื่อเลือกสินเชื่อที่มีเงื่อนไขเหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้สินเชื่ออเนกประสงค์ประเภทบ้านแลกเงิน ซึ่งมีขั้นตอนไม่ซับซ้อนและไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการใช้เงินได้อีกด้วย
2. เขียนแปลนเพื่อขอใบอนุญาตก่อสร้าง

การต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านในบางกรณี อาทิ งานรีโนเวทที่มีการเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลักของอาคาร เช่น เสา คาน บันได ผนัง หรือการต่อเติมที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเกิน 10% ของอาคารเดิม จำเป็นต้องขอใบอนุญาตก่อสร้างจากหน่วยงานท้องถิ่น โดยแบบแปลนควรจัดทำโดยสถาปนิกหรือวิศวกรที่มีใบอนุญาต เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคารและมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
เมื่อจัดเตรียมแปลนเรียบร้อยแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องยื่นเอกสารที่สำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่อาคารตั้งอยู่ เช่น เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล ก่อนนัดตรวจสอบพื้นที่และชำระค่าธรรมเนียม จากนั้นจะได้รับใบอนุญาต ซึ่งต้องแสดงไว้ตลอดการทำงาน
3. เตรียมเอกสารขอยื่นกู้ตามที่ธนาคารกำหนด

เตรียมเอกสารสำหรับยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร โดยทั่วไปธนาคารจะพิจารณาทั้งเอกสารด้านทรัพย์สิน เอกสารการก่อสร้าง และเอกสารแสดงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ อาทิ
- เอกสารส่วนบุคคล เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (หรือบัตรข้าราชการ) สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (กรณีมีการเปลี่ยนชื่อ) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรส และสำเนาทะเบียนสมรส
- เอกสารด้านรายได้และการเงิน เช่น สลิปเงินเดือนย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน และเอกสารแสดงรายได้อื่น ๆ (ถ้ามี)
- เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน เช่น สำเนาโฉนดที่ดิน หรือเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 และเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในบ้านหรือสิ่งปลูกสร้าง (ถ้ามี)
- เอกสารเกี่ยวกับการก่อสร้างหรือรีโนเวท เช่น แบบแปลนบ้านหรือแผนผังแสดงรายละเอียดการรีโนเวท ใบแสดงราคาค่าวัสดุและรายการพัสดุที่ใช้ก่อสร้าง (BOQ) สัญญาว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างหรือรีโนเวท ใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร (กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขออนุญาต)
การกู้เงินต่อเติม รีโนเวทบ้าน ต้องเป็นบ้านที่มีชื่อผู้กู้เป็นเจ้าของหรือไม่?

จำเป็น ต้องเป็นบ้านที่มีชื่อผู้กู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือเป็นผู้มีชื่ออยู่ในโฉนดที่ดิน เนื่องจากธนาคารใช้บ้านหรือที่ดินเป็นหลักประกัน แต่ในบางกรณีอาจใช้ชื่อเจ้าของบ้านร่วมกู้ก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน
ถ้าบ้านยังผ่อนอยู่ สามารถขอกู้ต่อเติม รีโนเวทบ้านได้หรือไม่?

บ้านที่ยังผ่อนอยู่สามารถขอกู้ต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านได้ โดยธนาคารจะพิจารณาจากมูลค่าประเมินบ้าน เทียบกับยอดหนี้คงเหลือ และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ ซึ่งวงเงินที่ได้รับมักไม่เต็มมูลค่าบ้าน และแนะนำให้ยื่นขอกู้กับธนาคารเดิมที่ผ่อนอยู่เพื่อความสะดวกในการพิจารณา
3 เคล็ดลับกู้เงินต่อเติม รีโนเวทบ้านไม่ให้บานปลาย

การต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านจำเป็นต้องมีการวางแผนที่ดี เพื่อป้องกันงบประมาณบานปลายเกินกว่าที่ตั้งไว้ และไม่ก่อให้เกิดภาระหนี้หรือกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินในระยะยาว โดยสามารถนำ 3 แนวทางต่อไปนี้มาปรับใช้ในการวางแผนได้
1. กำหนดขอบเขตงานและงบประมาณให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
ก่อนขอกู้สินเชื่อต่อเติมบ้านควรกำหนดรายละเอียดงานต่อเติมหรือรีโนเวทให้ชัดเจนว่า จะทำอะไรบ้าง ทำส่วนไหน และใช้งบประมาณเท่าไหร่ รวมถึงจัดทำแบบแปลนและ BOQ ที่ชัดเจนให้ทราบค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เพื่อป้องกันการขยายขอบเขตงานระหว่างทางที่อาจทำให้ค่าใช้จ่ายสูงเกินแผนที่วางไว้
2. เปรียบเทียบข้อเสนอจากผู้รับเหมาหลายราย
ควรขอใบเสนอราคาจากผู้รับเหมามากกว่าหนึ่งราย เพื่อนำมาเปรียบเทียบทั้งราคา คุณภาพวัสดุ และเงื่อนไขการทำงาน โดยควรพิจารณาความคุ้มค่าโดยรวม จากนั้นทำสัญญากับผู้รับเหมาให้ชัดเจนและรัดกุม
3. เผื่องบประมาณสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึง
ควรเตรียมงบสำรองไว้ประมาณ 10-30% ของงบทั้งหมด เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง โดยไม่กระทบต่อแผนการเงินหลัก
รวมบทความน่ารู้เกี่ยวกับการขอสินเชื่อ จาก AP Thai
- อัตราดอกเบี้ยบ้าน สินเชื่อบ้าน-คอนโด ทุกธนาคาร ล่าสุด
- อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารไหนดี ? ดอกเบี้ยต่ำ เงื่อนไขดี
- เผยสาเหตุที่ยื่นกู้บ้านไม่ผ่าน พร้อมวิธีขอสินเชื่อให้ผ่านฉลุย
- กลัว Blacklist ต้องรู้ หนี้เสียคืออะไร? ส่งผลต่อการกู้เงินไหม?
เอพีไทยแลนด์ ช่วยเติมเต็มความหมายของชีวิต
เลือกเป็นเจ้าของโครงการบ้าน คอนโด จาก เอพีไทยแลนด์ เพื่อสร้างชีวิตดี ๆ บนพื้นที่ความสุขที่เราเลือกเอง ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัว ทาวน์โฮมดีไซน์สวยหรือบ้านแฝดฟังก์ชันใหญ่ คอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าเดินทางง่าย และโฮมออฟฟิศฟังก์ชันเจ๋งที่รองรับทุกธุรกิจ สามารถเลือกได้ตามต้องการ เพราะ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย
EMPOWER LIVING อยู่ .. เพื่อทุกความหมายของคุณ









