กู้ต่อเติม รีโนเวทบ้าน 2569 เงื่อนไข เอกสาร ขั้นตอน ครบจบที่เดียว

KNOW HOW · FINANCIAL

กู้ต่อเติม รีโนเวทบ้าน 2569 เงื่อนไข เอกสาร ขั้นตอน ครบจบที่เดียว

5 ม.ค. 2026

แชร์ไปยัง

การกู้ต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านคือ การขอสินเชื่อเพื่อปรับปรุง ซ่อมแซม หรือต่อเติมบ้านที่มีอยู่ ในวงเงิน 70-90% ของราคาบ้าน โดยใช้โฉนด แบบแปลน และใบ BOQ

MAIN POINT

  • การกู้ต่อเติมหรือรีโนเวทบ้าน คือการขอสินเชื่อเพื่อนำเงินมาปรับปรุง ซ่อมแซม หรือขยายพื้นที่ของบ้านที่มีอยู่เดิม โดยใช้บ้านหรือที่ดินเป็นหลักประกัน และมีวงเงินกู้สินเชื่อต่อเติมประมาณ 70-90% ของราคาบ้าน* แตกต่างจากการกู้ซื้อบ้านซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยใหม่
  • สินเชื่อกู้ต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านมีหลายรูปแบบ เช่น สินเชื่อต่อเติมบ้านแบบวงเงินกู้ระยะยาว สินเชื่อแบบวงเงินเบิกเกินบัญชี (O/D) สินเชื่อบ้านแลกเงิน (รีไฟแนนซ์) และสินเชื่อส่วนบุคคล โดยแต่ละประเภทมีเงื่อนไข วงเงิน และอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกัน ผู้กู้ควรเลือกให้เหมาะกับขนาดงานและความสามารถในการผ่อนชำระ

 

บ้านที่อยู่อาศัยมานานย่อมต้องการการซ่อมแซมหรือปรับปรุงให้เหมาะกับการใช้งานที่เปลี่ยนไปทั้งการต่อเติมพื้นที่หรือรีโนเวทเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต AP Thai แนะนำทางเลือกในการกู้เงินต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านปี 2569 ที่รวมครบทั้งเงื่อนไข เอกสาร และขั้นตอนการดำเนินการ เพื่อช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถปรับปรุงที่อยู่อาศัยได้ตามความต้องการ

กู้ต่อเติม รีโนเวทบ้าน คืออะไร ต่างจากการกู้ซื้อบ้านหรือไม่?

หญิงสาวกำลังติดตามความคืบหน้ากับผู้รับเหมา หลังจากกู้เงินรีโนเวทบ้าน

การกู้เพื่อต่อเติมหรือรีโนเวทบ้าน คือ การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อนำเงินมาใช้ในการปรับปรุง ต่อเติม หรือซ่อมแซมบ้านที่อยู่อาศัยเดิม เช่น การต่อเติมห้องครัว ห้องนอน โรงรถ การปรับปรุงโครงสร้างบ้าน หรือการรีโนเวทบ้านเก่า เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย หรือปรับบ้านให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากขึ้น 

สรุปความแตกต่างกู้ต่อเติมบ้านกับกู้ซื้อบ้าน

หัวข้อความแตกต่าง กู้ซื้อบ้าน กู้ต่อเติม รีโนเวทบ้าน
วัตถุประสงค์การกู้ ใช้ซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง หรือคอนโด ใช้ซ่อมแซม ปรับปรุง หรือต่อเติมบ้านเดิม
สถานะผู้กู้ ยังไม่มีบ้าน หรือกำลังจะซื้อบ้าน มีบ้านเป็นของตนเองแล้ว
เอกสารหลัก สัญญาจะซื้อจะขาย ใบจอง เอกสารโครงการ โฉนดบ้าน/ที่ดิน แบบแปลน เอกสารใบประมาณราคา (BOQ)
วงเงินกู้โดยประมาณ 90-100% ของราคาซื้อขาย งบที่ต้องการใช้ต่อเติม สูงสุดไม่เกิน 70-90% ของราคาประเมินบ้าน

ประเภทสินเชื่อสำหรับกู้เงินต่อเติม รีโนเวทบ้าน

เจ้าของบ้านนำเอกสารไปปรึกษาเรื่องสินเชื่อสำหรับกู้เงินต่อเติม รีโนเวทบ้านกับธนาคาร

ปัจจุบันสถาบันการเงินมีสินเชื่อสำหรับใช้ในการต่อเติมหรือรีโนเวทบ้าน โดยมีเงื่อนไข วงเงิน และอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกัน เจ้าของบ้านจึงควรเลือกสินเชื่อให้เหมาะกับความต้องการและความสามารถในการผ่อนชำระของตนเอง ดังนี้

1. สินเชื่อต่อเติมบ้านแบบวงเงินกู้ระยะยาว (Loan)

สำหรับใครที่ต้องการกู้เงินต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านที่มีงบประมาณค่อนข้างสูงแบบผ่อนสบาย สามารถเลือกสินเชื่อซ่อมแซมบ้านแบบวงเงินกู้ที่มีระยะเวลาผ่อนชำระยาว (Loan) โดยธนาคารจะอนุมัติวงเงินกู้เป็นก้อนตามสัญญา และใช้บ้านหรือที่ดินเป็นหลักประกัน

จุดเด่นของสินเชื่อซ่อมแซมบ้านแบบวงเงินกู้ระยะยาว (Loan)

  • อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อแบบวงเงินเบิกเกินบัญชี (O/D)
  • ระยะเวลาผ่อนชำระยาวประมาณ 30-40 ปี ช่วยลดภาระค่างวดต่อเดือน
  • วงเงินกู้ค่อนข้างสูง พิจารณาจากราคาประเมินของบ้านหรือที่ดินที่ใช้เป็นหลักประกัน

2. สินเชื่อเงินกู้ต่อเติมบ้านแบบเบิกเงินเกินบัญชี (OD)

สินเชื่อต่อเติมบ้านแบบวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D) เหมาะกับคนที่อยากต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้าน โดยเบิกใช้เงินได้ตามต้องการภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติแบบทยอยทำเป็นระยะหรือมีค่าใช้จ่ายไม่แน่นอน ทั้งสะดวกและยืดหยุ่น

จุดเด่นของสินเชื่อซ่อมแซมบ้านแบบวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D)

  • คิดดอกเบี้ยเฉพาะยอดเงินที่เบิกใช้ อาจไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเต็มวงเงิน
  • ระยะเวลาสัญญาประมาณ 5-15 ปี 
  • ธนาคารอนุมัติวงเงินไว้ล่วงหน้า สามารถเบิกใช้เงินได้ตามต้องการภายในวงเงิน

3. สินเชื่ออื่น ๆ ที่สามารถนำมาใช้ต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านได้

นอกจากสินเชื่อซ่อมแซมบ้านโดยตรงแล้ว ยังมีสินเชื่อบางประเภทที่สามารถนำเงินมาใช้ในการต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านได้ แม้จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยเฉพาะ อาทิ

  • สินเชื่อส่วนบุคคล: เหมาะกับการซ่อมแซมหรือต่อเติมขนาดเล็ก หรือกรณีที่ต้องการใช้เงินเร่งด่วน โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน แต่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า และวงเงินจำกัด
  • การรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อนำเงินมาต่อเติม: เหมาะสำหรับผู้ที่ยังผ่อนบ้านอยู่ และต้องการขอวงเงินเพิ่มเพื่อนำมาปรับปรุงบ้าน พร้อมกับบริหารภาระดอกเบี้ยในสัญญาฉบับเดียวกัน

 

3 ขั้นตอนในการเตรียมตัวขอกู้ต่อเติม รีโนเวทบ้าน

1. เลือกประเภทสินเชื่อที่เหมาะสม

หาข้อมูลก่อนเลือกประเภทสินเชื่อที่เหมาะสม สำหรับเตรียมตัวขอกู้ต่อเติม รีโนเวทบ้าน

เลือกประเภทสินเชื่อให้เหมาะสมกับลักษณะงานและความสามารถในการผ่อนชำระของตนเอง โดยพิจารณาจากขนาดของงานต่อเติมหรือรีโนเวท ความจำเป็นในการใช้เงินแบบก้อนเดียวหรือทยอยใช้ ระยะเวลาที่ต้องการผ่อน รวมถึงสถานะของบ้านที่ใช้เป็นหลักประกัน

  • บ้านที่ยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ: อาจพิจารณายื่นขอสินเชื่อกับธนาคารเดิมที่กำลังผ่อนอยู่ เนื่องจากธนาคารมีข้อมูลหลักประกันและประวัติการชำระเงินอยู่แล้ว โดยบ้านที่ยังมีภาระผ่อนสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันได้ วงเงินกู้จะพิจารณาจากราคาประเมินบ้านและยอดหนี้คงเหลือ และมักได้รับอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย
  • บ้านที่ปลอดภาระผ่อน: เจ้าของบ้านสามารถนำบ้านมาใช้เป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อซ่อมแซมบ้านได้ทันที หรือเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายสถาบันการเงินเพื่อเลือกสินเชื่อที่มีเงื่อนไขเหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้สินเชื่ออเนกประสงค์ประเภทบ้านแลกเงิน ซึ่งมีขั้นตอนไม่ซับซ้อนและไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการใช้เงินได้อีกด้วย

 

2. เขียนแปลนเพื่อขอใบอนุญาตก่อสร้าง

แบบแปลนเพื่อขอใบอนุญาตก่อสร้าง สำหรับเตรียมตัวขอกู้ต่อเติม รีโนเวทบ้าน

การต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านในบางกรณี อาทิ งานรีโนเวทที่มีการเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลักของอาคาร เช่น เสา คาน บันได ผนัง หรือการต่อเติมที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเกิน 10% ของอาคารเดิม จำเป็นต้องขอใบอนุญาตก่อสร้างจากหน่วยงานท้องถิ่น โดยแบบแปลนควรจัดทำโดยสถาปนิกหรือวิศวกรที่มีใบอนุญาต เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคารและมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

เมื่อจัดเตรียมแปลนเรียบร้อยแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องยื่นเอกสารที่สำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่อาคารตั้งอยู่ เช่น เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล ก่อนนัดตรวจสอบพื้นที่และชำระค่าธรรมเนียม จากนั้นจะได้รับใบอนุญาต ซึ่งต้องแสดงไว้ตลอดการทำงาน

 

3. เตรียมเอกสารขอยื่นกู้ตามที่ธนาคารกำหนด

เตรียมเอกสารขอยื่นกู้ตามที่ธนาคารกำหนด สำหรับเตรียมตัวขอกู้ต่อเติม รีโนเวทบ้าน

เตรียมเอกสารสำหรับยื่นขอสินเชื่อกับธนาคาร โดยทั่วไปธนาคารจะพิจารณาทั้งเอกสารด้านทรัพย์สิน เอกสารการก่อสร้าง และเอกสารแสดงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ อาทิ

  • เอกสารส่วนบุคคล เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (หรือบัตรข้าราชการ) สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (กรณีมีการเปลี่ยนชื่อ) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรส และสำเนาทะเบียนสมรส
  • เอกสารด้านรายได้และการเงิน เช่น สลิปเงินเดือนย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน และเอกสารแสดงรายได้อื่น ๆ (ถ้ามี)
  • เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน เช่น สำเนาโฉนดที่ดิน หรือเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 และเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในบ้านหรือสิ่งปลูกสร้าง (ถ้ามี)
  • เอกสารเกี่ยวกับการก่อสร้างหรือรีโนเวท เช่น แบบแปลนบ้านหรือแผนผังแสดงรายละเอียดการรีโนเวท ใบแสดงราคาค่าวัสดุและรายการพัสดุที่ใช้ก่อสร้าง (BOQ) สัญญาว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างหรือรีโนเวท ใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร (กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขออนุญาต)

 

การกู้เงินต่อเติม รีโนเวทบ้าน ต้องเป็นบ้านที่มีชื่อผู้กู้เป็นเจ้าของหรือไม่?

หญิงสาวเจ้าของบ้านกำลังตรวจสอบเอกสารก่อนกู้เงินต่อเติม รีโนเวทบ้าน

จำเป็น ต้องเป็นบ้านที่มีชื่อผู้กู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือเป็นผู้มีชื่ออยู่ในโฉนดที่ดิน เนื่องจากธนาคารใช้บ้านหรือที่ดินเป็นหลักประกัน แต่ในบางกรณีอาจใช้ชื่อเจ้าของบ้านร่วมกู้ก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน

 

ถ้าบ้านยังผ่อนอยู่ สามารถขอกู้ต่อเติม รีโนเวทบ้านได้หรือไม่?

หญิงสาวกำลังคำนวณค่าใช้จ่ายบ้านที่ยังผ่อนอยู่ สำหรับขอกู้ต่อเติม รีโนเวทบ้าน

บ้านที่ยังผ่อนอยู่สามารถขอกู้ต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านได้ โดยธนาคารจะพิจารณาจากมูลค่าประเมินบ้าน เทียบกับยอดหนี้คงเหลือ และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ ซึ่งวงเงินที่ได้รับมักไม่เต็มมูลค่าบ้าน และแนะนำให้ยื่นขอกู้กับธนาคารเดิมที่ผ่อนอยู่เพื่อความสะดวกในการพิจารณา

 

3 เคล็ดลับกู้เงินต่อเติม รีโนเวทบ้านไม่ให้บานปลาย

เตรียมงบประมาณให้ครอบคลุม เพื่อกู้เงินต่อเติม รีโนเวทบ้านไม่ให้บานปลาย

การต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านจำเป็นต้องมีการวางแผนที่ดี เพื่อป้องกันงบประมาณบานปลายเกินกว่าที่ตั้งไว้ และไม่ก่อให้เกิดภาระหนี้หรือกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินในระยะยาว โดยสามารถนำ 3 แนวทางต่อไปนี้มาปรับใช้ในการวางแผนได้

1. กำหนดขอบเขตงานและงบประมาณให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

ก่อนขอกู้สินเชื่อต่อเติมบ้านควรกำหนดรายละเอียดงานต่อเติมหรือรีโนเวทให้ชัดเจนว่า จะทำอะไรบ้าง ทำส่วนไหน และใช้งบประมาณเท่าไหร่ รวมถึงจัดทำแบบแปลนและ BOQ ที่ชัดเจนให้ทราบค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เพื่อป้องกันการขยายขอบเขตงานระหว่างทางที่อาจทำให้ค่าใช้จ่ายสูงเกินแผนที่วางไว้

2. เปรียบเทียบข้อเสนอจากผู้รับเหมาหลายราย

ควรขอใบเสนอราคาจากผู้รับเหมามากกว่าหนึ่งราย เพื่อนำมาเปรียบเทียบทั้งราคา คุณภาพวัสดุ และเงื่อนไขการทำงาน โดยควรพิจารณาความคุ้มค่าโดยรวม จากนั้นทำสัญญากับผู้รับเหมาให้ชัดเจนและรัดกุม

3. เผื่องบประมาณสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึง

ควรเตรียมงบสำรองไว้ประมาณ 10-30% ของงบทั้งหมด เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง โดยไม่กระทบต่อแผนการเงินหลัก

 

รวมบทความน่ารู้เกี่ยวกับการขอสินเชื่อ จาก AP Thai

 

เอพีไทยแลนด์ ช่วยเติมเต็มความหมายของชีวิต

เลือกเป็นเจ้าของโครงการบ้าน คอนโด จาก เอพีไทยแลนด์ เพื่อสร้างชีวิตดี ๆ บนพื้นที่ความสุขที่เราเลือกเอง ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัว ทาวน์โฮมดีไซน์สวยหรือบ้านแฝดฟังก์ชันใหญ่ คอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าเดินทางง่าย และโฮมออฟฟิศฟังก์ชันเจ๋งที่รองรับทุกธุรกิจ สามารถเลือกได้ตามต้องการ เพราะ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย

 

EMPOWER LIVING อยู่ .. เพื่อทุกความหมายของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

การกู้ต่อเติม รีโนเวทบ้าน ได้วงเงินกู้สูงสุดเท่าไหร่?

  • การกู้เงินต่อเติมหรือรีโนเวทบ้านจะได้วงเงินสูงสุดประมาณ 70-90% ของราคาประเมินบ้านหรือที่ดิน โดยธนาคารจะพิจารณาร่วมกับมูลค่างานต่อเติม ยอดหนี้เดิม (หากยังผ่อนอยู่) และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ ทั้งนี้ วงเงินจริงอาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน

ดอกเบี้ยในการกู้ต่อเติม รีโนเวทบ้านคำนวณอย่างไร?

  • ดอกเบี้ยในการกู้ต่อเติมหรือรีโนเวทบ้าน ส่วนใหญ่คำนวณแบบลดต้นลดดอก โดยคิดดอกเบี้ยจากยอดเงินกู้คงเหลือในแต่ละงวด ส่วนอัตราดอกเบี้ยมักอ้างอิงจาก MRR หรือ MLR ของธนาคาร ทั้งนี้ดอกเบี้ยจริงจะขึ้นอยู่กับประเภทสินเชื่อ วงเงินกู้ และระยะเวลาผ่อนชำระ

สามารถกู้ตกแต่งบ้านในจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้หรือไม่?

  • การกู้เพื่อตกแต่งบ้านในจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถทำได้ โดยเลือกใช้สินเชื่อเงินกู้ต่อเติมบ้านแบบเบิกเงินเกินบัญชี (OD) หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ที่มีวงเงินไม่สูง เนื่องจากขั้นตอนไม่ซับซ้อนและมีความยืดหยุ่น

โปรแกรมคำนวณผ่อนบ้าน คอนโด สินเชื่อเบื้องต้น

คำนวณสินเชื่อบ้าน/คอนโด พร้อมแนะนำโครงการบ้านและคอนโดที่ตรงใจคุณ!
คำนวณสินเชื่อบ้านและคอนโดเบื้องต้นได้ง่ายๆ รู้ทันทีว่ากู้ได้เท่าไหร่
ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ อ้างอิงข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย

คำนวณเบื้องต้น

*อายุต้องอยู่ระหว่าง 20 ปี - 64 ปี

ผลลัพธ์ของฉัน

ธนาคารอัตราดอกเบี้ย MRR ปัจจุบัน 0%
ระยะเวลากู้0ปี
ยอดผ่อนชำระต่อเดือน0บาท
วงเงินกู้สูงสุด0บาท

*อัตราดอกเบี้ยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขแต่ละธนาคาร |*ผลจากการคำนวณดังกล่าวเป็นเพียงคำนวณเบื้องต้นเท่านั้น