Main Point
- AP ใส่ใจคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบตั้งแต่ก่อนเริ่มพัฒนาโครงการ ผ่านการรับฟังความคิดเห็นและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกำหนดมาตรการควบคุมฝุ่นละออง น้ำทิ้ง เสียงรบกวน และการจัดการของเสียจากการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ร่วมกับการเปิดช่องทางรับฟังข้อร้องเรียนและลงพื้นที่ติดตามผลกระทบอย่างสม่ำเสมอ หากเกิดปัญหาที่ส่งผลต่อชุมชน AP พร้อมตรวจสอบ แก้ไข และกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ รวมถึงมีกระบวนการเยียวยา หากพบว่าการดำเนินงานมีส่วนก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
- AP พัฒนาคุณภาพชีวิตของลูกบ้านและชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 ด้าน ทั้งด้านความรู้ ด้านสร้างสรรค์สังคม และด้านสิ่งแวดล้อม โดยปี 2568 ดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม (CSR) รวม 5 โครงการ ได้แก่ สมาร์ทสานฝันปันอาชีพ, AP Young SMART, AP Open House, AP Sandbox (FOUNDATION FOR TOMORROW) และ See the World Through Your Lens มีผู้เข้าร่วมและได้รับประโยชน์รวม 598 คน พร้อมผลประเมินความพึงพอใจของชุมชนต่อโครงการอยู่ที่ 80%
ทุกครั้งที่มีการพัฒนาบ้านหรือคอนโดแห่งใหม่ ในช่วงเวลาการก่อสร้างอาจนำมาซึ่งฝุ่นละออง เสียงรบกวน การสัญจรของรถขนส่งวัสดุ และความกังวลด้านความปลอดภัย AP จึงวางมาตรการพัฒนาโครงการควบคู่กับการลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ เพราะนิยามของ “ชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน” ภายใต้กรอบ ESG ครอบคลุมถึงความเป็นอยู่ของเพื่อนบ้านและผู้คนในชุมชนเดิมด้วย
ก่อนเริ่มก่อสร้าง AP ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียอย่างไร

การพัฒนาโครงการของ AP นอกจากคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของลูกบ้านแล้ว ยังใส่ใจความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนโดยรอบด้วย AP จึงรับฟังเสียงชุมชนตั้งแต่ก่อนเริ่มพัฒนาโครงการ โดยกำหนดผู้รับผิดชอบและช่องทางสื่อสารกับชุมชนอย่างชัดเจน พร้อมสำรวจความคิดเห็น ข้อกังวล ความต้องการ และความคาดหวังของชุมชน เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน ก่อนนำข้อมูลมาประกอบการกำหนดแนวทางป้องกันและลดผลกระทบต่อชุมชน

สำหรับชุมชนที่อยู่ใกล้พื้นที่ก่อสร้าง AP เปิดให้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านแบบสอบถาม การประสานงานกับผู้นำชุมชน รวมถึงการทำประชาพิจารณ์สำหรับโครงการที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมทุกโครงการ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและประเด็นต่างๆ จากชุมชน พร้อมนำข้อมูลมาใช้ประกอบการกำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบจากการพัฒนาโครงการ
นอกจากนี้ AP ยังประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจส่งผลต่อชุมชนจากกิจกรรมก่อสร้าง โดยนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและรับฟังความคิดเห็นมาวิเคราะห์ จัดลำดับความสำคัญของประเด็นความเสี่ยง และกำหนดแนวทางป้องกันหรือแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาเป็นแผนการดำเนินงานที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิตของชุมชนควบคู่กับการพัฒนาโครงการอย่างรับผิดชอบ
เจาะมาตรการ AP ลดผลกระทบต่อชุมชนระหว่างการก่อสร้าง
1. ควบคุมฝุ่นละอองและคุณภาพอากาศรอบโครงการ

ฝุ่นละอองจากการก่อสร้างเป็นหนึ่งในปัญหาที่อาจกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของชุมชนโดยรอบ AP จึงวางมาตรการควบคุมฝุ่นตั้งแต่ภายในพื้นที่ก่อสร้างจนถึงบริเวณทางเข้า-ออกโครงการ ครอบคลุมการป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย การจัดเก็บวัสดุ การควบคุมรถขนส่งและเครื่องจักร รวมถึงเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวทางดำเนินงานดังนี้
| มาตรการ | แนวทางดำเนินงานของ AP |
| ป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย | ติดตั้งรั้วทึบและตาข่ายกันฝุ่นบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง พร้อมฉีดพรมน้ำเพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง |
| ควบคุมฝุ่นจากวัสดุก่อสร้าง | ปิดคลุมวัสดุก่อสร้างและกระบะรถขนส่งอย่างมิดชิด ป้องกันฝุ่นและเศษวัสดุกระจายออกสู่ภายนอก |
| ควบคุมรถเข้าออกไซต์งาน | ล้างล้อรถก่อนออกจากพื้นที่โครงการ และจำกัดความเร็วรถภายในไซต์ก่อสร้างไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง |
| ควบคุมการใช้เครื่องจักร | เลือกใช้เครื่องจักรที่ผ่านการตรวจสอบสมรรถนะอย่างสม่ำเสมอ และไม่ติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้เมื่อไม่ได้ใช้งาน |
| เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม | เลือกใช้ซีแพคคอนกรีตงานโครงสร้างแบบคาร์บอนต่ำ ซึ่งช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตได้อย่างน้อย 25 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร |
นอกจากนี้ AP ยังตรวจวัดคุณภาพอากาศระหว่างการก่อสร้างเป็นประจำทุกเดือน โดยให้ห้องปฏิบัติการภายนอกตรวจสอบฝุ่นละอองและก๊าซต่างๆ พร้อมรายงานผลต่อหน่วยงานกำกับดูแล และกำหนดเกณฑ์ควบคุมปริมาณฝุ่น PM10 จากการก่อสร้างไม่ให้เกิน 0.12 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งในปี 2568 ไม่พบการปล่อยมลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐานในทุกพารามิเตอร์และทุกโครงการ
2. จัดการน้ำทิ้งจากไซต์ก่อสร้าง ป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

น้ำทิ้งจากการก่อสร้างยังเป็นอีกประเด็นที่ต้องจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ตะกอนและสิ่งปนเปื้อนส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำและชุมชนโดยรอบ AP จึงจัดทำบ่อดักตะกอนและตรวจสอบระบบระบายน้ำกับระบบบำบัดอย่างสม่ำเสมอ โดยมีแนวทางดำเนินงานดังนี้
| มาตรการ | แนวทางดำเนินงานของ AP |
| จัดการน้ำเสียจากการก่อสร้าง | ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียในทุกโครงการก่อสร้าง พร้อมทำบ่อดักตะกอนก่อนระบายน้ำออกจากพื้นที่ |
| ดูแลระบบระบายน้ำ | ตรวจสอบระบบระบายน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาการรั่วซึม การอุดตัน และน้ำท่วมขัง |
| นำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ | นำน้ำจากบ่อดักตะกอนหรือบ่อพักน้ำกลับมาใช้ทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างและล้อรถที่เข้า-ออกโครงการ |
| ตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้ง | ติดตามคุณภาพน้ำทิ้งตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง โดยมีหน่วยงานภายนอกเข้าตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งเป็นประจำทุกเดือน โดยเฉพาะโครงการแนวสูง |
3. ลดเสียงรบกวนและดูแลความปลอดภัยของชุมชนข้างเคียง

เสียงจากเครื่องจักรและกิจกรรมก่อสร้างอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของคนในชุมชน AP จึงกำหนดแนวทางการจัดพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อลดเสียงรบกวนและผลกระทบสู่ภายนอก ควบคู่กับมาตรการความปลอดภัย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานและผู้คนในชุมชนโดยรอบ โดยมีแนวทางดำเนินงานดังนี้
| มาตรการ | แนวทางดำเนินงานของ AP |
| ควบคุมเสียงและฝุ่น | ติดตั้งแนวกันเสียงและฝุ่นตามมาตรการป้องกัน |
| เลือกใช้รถโม่ปูนขนาดเล็ก | ใช้รถโม่เล็ก CPAC ที่ช่วยลดเสียงรบกวนและสามารถเข้าถึงพื้นที่จำกัดได้ |
| แจ้งกิจกรรมก่อสร้างล่วงหน้า | แจ้งข้อมูลล่วงหน้าให้ชุมชนทราบก่อนดำเนินกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดเสียงรบกวน เช่น งานลงเสาเข็ม และควบคุมการทำงานให้อยู่ภายในช่วงเวลาที่ได้รับอนุญาต |
| ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้าง | ให้ผู้รับเหมาตรวจสอบอุปกรณ์ก่อสร้างก่อนเริ่มปฏิบัติงาน พร้อมจัดเตรียมพื้นที่ก่อสร้างให้ปลอดภัย ทั้งการติดตั้งป้ายเตือนและการปิดล้อมบริเวณที่มีการดำเนินงาน |
4. จัดการเศษวัสดุก่อสร้างและของเสียอย่างเป็นระบบ

เศษวัสดุและของเสียจากการก่อสร้างเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ AP จึงลดขยะตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบและก่อสร้าง ไปจนถึงการคัดแยก รีไซเคิล และกำจัดของเสียอย่างถูกวิธี ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด โดยมีแนวทางดำเนินงานดังนี้
| มาตรการ | แนวทางดำเนินงานของ AP |
| ลดขยะตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบและก่อสร้าง | นำเทคโนโลยี Building Information Modeling (BIM) มาใช้วางแผนและคำนวณวัสดุให้แม่นยำ พร้อมส่งเสริมการใช้ระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูป (Prefabrication และ Precast Materials) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้าง ลดข้อผิดพลาดและปริมาณวัสดุเหลือทิ้ง |
| ควบคุมการใช้วัสดุก่อสร้าง | ให้วิศวกรโครงการควบคุมการใช้วัสดุและการทำงานของผู้รับเหมาให้เป็นไปตามแผน พร้อมส่งเสริมการนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล เพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่ |
| คัดแยกและรีไซเคิลขยะก่อสร้าง | คัดแยกของเสียทั่วไปเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิล ส่วนของเสียที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ต่อได้จะนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง และส่งของเสียอันตรายให้ผู้รับเหมาที่ได้รับอนุญาตดำเนินการตามกฎหมาย โดยในปี 2568 AP ส่งขยะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลรวม 63.8 ตัน จากสำนักงานใหญ่ พื้นที่ก่อสร้าง และโครงการอยู่อาศัย |
| โครงการ Waste to Value | ร่วมมือกับ Q-CON นำเศษอิฐมวลเบาจากการก่อสร้างกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อต่อยอดเป็นวัสดุก่อสร้างใหม่ เช่น บล็อกช่องลมและวัสดุตกแต่ง โดยปี 2568 สามารถส่งเศษอิฐมวลเบาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ 11,990 กิโลกรัม |
AP เปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็น พร้อมติดตามผลกระทบต่อชุมชนอย่างใกล้ชิด

การดูแลชุมชนโดยรอบ นอกจากวางมาตรการป้องกันผลกระทบจากการก่อสร้าง ยังต้องอาศัยการรับฟังความคิดเห็นและสื่อสารอย่างต่อเนื่อง AP จึงเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย ร่วมกับการลงพื้นที่ติดตามข้อกังวลของชุมชนอย่างใกล้ชิด พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบในการติดตาม ประเมินผล และรายงานข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยมีแนวทางดำเนินงานดังนี้
1. เปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นที่เข้าถึงง่าย
AP จัดให้มีบอร์ดสื่อสารและกล่องรับความคิดเห็นบริเวณด้านหน้าโครงการก่อสร้าง เพื่อให้ชุมชนสามารถแจ้งปัญหาหรือข้อเสนอแนะได้โดยตรง พร้อมช่องทางติดต่ออื่นๆ ทั้งโทรศัพท์สายตรงสำนักงานใหญ่ 02 261 2518, สอบถามโครงการใหม่ 1623 และบริการหลังการขาย 02 018 9999, LINE กลุ่มร่วมกับชุมชน, Facebook และอีเมล เพื่อเพิ่มความสะดวกในการติดต่อสื่อสารระหว่างชุมชนกับโครงการ
2. ลงพื้นที่รับฟังและติดตามผลกระทบเชิงรุก
AP มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประจำโครงการลงพื้นที่พูดคุยและแจ้งข้อมูลการก่อสร้างแก่ชุมชนอย่างสม่ำเสมอ โดยผู้จัดการโครงการจะลงพื้นที่ตรวจสอบชุมชนข้างเคียงเป็นประจำทุกเดือน ส่วนโครงการที่อยู่ใกล้พื้นที่อ่อนไหว อาจพิจารณาให้หน่วยงานมวลชนสัมพันธ์เข้าสำรวจและติดตามอย่างใกล้ชิดทุกสัปดาห์ เพื่อรับฟังข้อกังวลและตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อสร้าง
3. ติดตามข้อเสนอแนะและรายงานต่อผู้บริหาร
AP กำหนดผู้รับผิดชอบในการติดตาม ประเมินผล และรายงานข้อมูลผลกระทบหรือข้อร้องเรียนจากชุมชนอย่างชัดเจน โดยตัวแทนแต่ละโครงการจะนำข้อเสนอแนะที่ได้รับเข้าสู่การประชุมประจำสัปดาห์ เพื่อรายงานต่อผู้บริหารและนำข้อมูลมาประกอบการปรับปรุงแนวทางดำเนินงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์
หากระหว่างพัฒนาโครงการ เกิดผลกระทบกับชุมชน AP มีแนวทางจัดการและเยียวยาอย่างไร

นอกจากมาตรการป้องกันและควบคุมผลกระทบจากการก่อสร้าง หากเกิดปัญหาที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของชุมชนข้างเคียง AP พร้อมตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที หากตรวจสอบพบว่าการดำเนินงานมีส่วนทำให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน จะดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยมีแนวทางดำเนินงานดังนี้
1. กรณีมีข้อร้องเรียนหรือข้อกังวลจากชุมชน
- ทีมบริหารจัดการโครงการประจำพื้นที่คอยรับเรื่องร้องเรียน พูดคุยเพื่อทำความเข้าใจปัญหา และบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น รวมถึงหาแนวทางแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ
- หากหน่วยงานมวลชนสัมพันธ์พบข้อกังวลหรือผลกระทบจากการลงพื้นที่ จะมีการแจ้งให้ผู้จัดการโครงการทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที
2. กรณีที่ตรวจพบว่าการดำเนินงานมีผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนต่อบุคคลหรือชุมชน
- ให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ก่อนให้ฝ่ายบริหารความเสี่ยงดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับผู้เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญตามความจำเป็น เพื่อประเมินผลกระทบอย่างเป็นกลาง
- สื่อสารความคืบหน้าให้ผู้ได้รับผลกระทบทราบตลอดกระบวนการ และนำผลการพิจารณาเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและอนุมัติค่าชดเชยอย่างเป็นธรรม
มากกว่าการลดผลกระทบ AP มุ่งส่งมอบชีวิตดีๆ ให้ลูกบ้าน พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน

AP พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งบ้านและคอนโดที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต โดยยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของชุมชนเดิมและผู้คนในสังคม ผ่านการดูแลสภาพแวดล้อม การสร้างโอกาสทางการศึกษาและอาชีพ ไปจนถึงการสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง เพื่อส่งต่อแนวคิด “ชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน” ให้ครอบคลุมทั้งลูกบ้านและชุมชนโดยรอบ โดย AP กำหนดแนวทางการพัฒนาชุมชนและสังคมไว้ 3 ด้านสำคัญ ดังนี้
- ด้านความรู้: ถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาทักษะให้แก่นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษา การประกอบอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิต
- ด้านสร้างสรรค์สังคม: ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน รวมถึงการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ให้เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่คนในชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน
- ด้านสิ่งแวดล้อม: สนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย และเหมาะสมต่อการอยู่อาศัย
ทั้งยังต่อยอดสู่การดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม (CSR) โดยในปี 2568 มีโครงการที่รายงานผลอย่างเป็นทางการรวม 5 โครงการ มีผู้เข้าร่วมและได้รับประโยชน์ 598 คน พร้อมผลประเมินความพึงพอใจของชุมชนต่อโครงการที่บริษัทดำเนินการอยู่ที่ 80% ครอบคลุมการสร้างโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาทักษะอาชีพ และการดูแลกลุ่มเปราะบาง อาทิ
| โครงการเพื่อชุมชนและสังคมของ AP | รายละเอียดและผลการดำเนินงาน |
| สมาร์ทสานฝันปันอาชีพ | ความร่วมมือระหว่าง SMART ในเครือ AP และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เพื่อสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาทักษะด้านบริหารนิติบุคคลที่อยู่อาศัย พร้อมมอบทุนการศึกษา โดยปี 2568 มีนักศึกษาได้รับทุน 15 คน รวมมูลค่า 318,000 บาท |
| AP Young SMART | เปิดให้นักศึกษาสายอาชีพระดับ ปวส. เรียนรู้ผ่านระบบทวิภาคีและฝึกปฏิบัติงานในสายงานบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และงานช่าง โดยในปี 2568 มีนักศึกษาฝึกงาน 21 คน และได้ทำงานต่อ 3 คน |
| AP Open House | โครงการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาผ่านการเรียนรู้และลงมือทำงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ครอบคลุมงานวิศวกรรม การออกแบบ และนวัตกรรม พร้อมส่งเสริมความเข้าใจด้าน ESG เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่โลกการทำงาน และดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 |
| FOUNDATION FOR TOMORROW ภายใต้ AP Sandbox | ร่วมมือกับ SATI Foundation ส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กข้ามชาติอายุ 3-12 ปี ในแคมป์ก่อสร้าง ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้และการประเมินพัฒนาการร่วมกับทีมสหวิชาชีพ โดยปี 2568 จัดกิจกรรม 6 ครั้ง มีเด็กเข้าร่วม 15 คน |
| See the World Through Your Lens | ร่วมมือกับ SATI Foundation พัฒนาทักษะดิจิทัลและความคิดสร้างสรรค์ให้เยาวชนไทยและเยาวชนข้ามชาติ ผ่านกิจกรรมฝึกถ่ายภาพ วิดีโอ และตัดต่อ เพื่อต่อยอดสู่โอกาสทางอาชีพ โดยปี 2568 มีเยาวชนเข้าร่วม 23 คน |
นอกเหนือจากโครงการ CSR ทั้ง 5 โครงการ AP ยังดำเนินกิจกรรมอื่นๆ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความสัมพันธ์ภายในชุมชน เช่น กิจกรรมชุมชนน่ามอง ที่ชวนผู้อยู่อาศัยและทีมงานร่วมดูแลพื้นที่สาธารณะ, โครงการ Neighbor Club ที่สนับสนุนโอกาสทางอาชีพและรายได้ของลูกบ้าน รวมถึงโครงการแยก-เท-ได้ และ Eco Waste Station ส่งเสริมการจัดการขยะภายในโครงการ
การดูแลชุมชนเป็นส่วนหนึ่งในหลายมิติของการขับเคลื่อนความยั่งยืนของ AP สามารถทำความเข้าใจภาพรวมกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลเพิ่มเติมได้ในบทความ ถอดกลยุทธ์ Sustainability Strategy ของ AP ชูวิสัยทัศน์ผู้นำ ESG
AP ใส่ใจเรื่องลดผลกระทบจากการก่อสร้าง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชนอย่างยั่งยืน
AP พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์ความสุขของลูกบ้าน พร้อมใส่ใจคุณภาพชีวิตของทุกคนในชุมชนโดยรอบ ตั้งแต่การรับฟังเสียงของผู้คนในพื้นที่ การดูแลและลดผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง ไปจนถึงการร่วมพัฒนาสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของชุมชน เพื่อให้การเติบโตของโครงการใหม่ได้ก้าวไปสู่อนาคตด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “ชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน” ให้เกิดขึ้นกับทุกชีวิตที่อยู่ร่วมกัน
เอพี ไทยแลนด์ ช่วยเติมเต็มความหมายของชีวิต
เลือกเป็นเจ้าของโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโด จากเอพี ไทยแลนด์ เพื่อสร้างชีวิตดีๆ บนพื้นที่ความสุขที่เลือกเอง ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัว ทาวน์โฮมดีไซน์สวยหรือบ้านแฝดฟังก์ชันใหญ่ คอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าเดินทางง่าย และโฮมออฟฟิศพร้อมฟังก์ชันครบครัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพราะ "บ้าน" ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน
EMPOWER LIVING ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้

















