Main Point
- AP Quality Inspection คือ กระบวนการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอนการก่อสร้าง ไปจนถึงการทดสอบก่อนส่งมอบบ้าน โดยใช้เช็กลิสต์ เครื่องมือ และค่า Quality Tolerance ที่ชัดเจน เพื่อใช้ประเมินคุณภาพในแต่ละงาน หากจุดใดไม่ผ่านเกณฑ์ จะต้องได้รับการแก้ไขและตรวจซ้ำ เพื่อให้ได้บ้านที่ได้มาตรฐานก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า
- AP Quality Inspection ครอบคลุม 10 จุดสำคัญ ตั้งแต่เสาเข็มและฐานรากไปจนถึงงานระบบและความเรียบร้อยของบ้านก่อนส่งมอบถึงลูกค้า ทุกขั้นตอนตรวจด้วยเครื่องมือและเกณฑ์มาตรฐาน หากพบข้อบกพร่อง ทีม QA จะประเมินระดับ Major หรือ Minor แก้ไขตามค่า Quality Tolerance และตรวจซ้ำจนผ่านเกณฑ์ เพื่อให้บ้านแข็งแรง ปลอดภัย เพื่อให้ลูกบ้าน AP อยู่อาศัยอย่างมั่นใจในระยะยาว
ก่อนส่งมอบบ้านทุกหลังให้แก่ลูกค้า AP ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่งานโครงสร้าง งานก่อสร้าง งานระบบ ไปจนถึงการตรวจสอบรายละเอียดอย่างเข้มงวด โดยบทความ นี้จะพาไปเจาะลึกกับ AP Quality Inspection ผ่าน 10 จุดสำคัญทั่วทั้งบ้าน มั่นใจได้ว่าบ้านทุกหลังผ่านการตรวจจริง ตรวจลึก ได้มาตรฐาน และพร้อมสำหรับการอยู่อาศัย
AP Quality Inspection มาตรฐานตรวจบ้านทุกขั้นตอน เพื่อความมั่นใจตลอดการอยู่อาศัย

AP Quality Inspection คือ กระบวนการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพที่ดำเนินควบคู่ไปกับทุกขั้นตอนของการก่อสร้าง ตั้งแต่การตรวจความสมบูรณ์ของเสาเข็ม โครงสร้าง งานระบบที่ติดตั้งภายในพื้น ผนัง และเหนือฝ้า ไปจนถึงการทดสอบระบบไฟฟ้า ระบบประปา สุขาภิบาล รวมถึงความเรียบร้อยของวัสดุและอุปกรณ์ก่อนส่งมอบบ้านให้ลูกค้า
การตรวจในแต่ละขั้นตอนจะดำเนินการตามรายการตรวจสอบ พร้อมกำหนดค่า Quality Tolerance หรือค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ของงานก่อสร้าง เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ประเมินคุณภาพในแต่ละงาน โดยเฉพาะ Critical Point ซึ่งเป็นจุดที่เกี่ยวข้องกับความแข็งแรง ความปลอดภัย การรั่วซึม และการใช้งาน หากจุดใดไม่ผ่านเกณฑ์ จะต้องได้รับการแก้ไขและตรวจซ้ำจนผ่านมาตรฐานก่อนดำเนินงานในขั้นตอนการส่งมอบบ้าน
เปิด 10 จุดตรวจคุณภาพมาตรฐาน AP Quality Inspection บ้านทุกหลังต้องผ่านอะไรบ้าง?
จุดที่ 1. ตรวจเสาเข็มและฐานราก


AP ควบคุมคุณภาพของฐานรากตั้งแต่การตรวจสอบสภาพชั้นดินของแต่ละพื้นที่โครงการ เพื่อนำมาคำนวณขนาด ความยาว และวิธีตอกเสาเข็มให้เหมาะสมตามหลักวิศวกรรม พร้อมตรวจสอบคุณภาพเสาเข็ม ความพร้อมของเครื่องจักร ตำแหน่งการตอก และค่าทางวิศวกรรม เพื่อให้เสาเข็มทุกต้นได้มาตรฐานและรองรับโครงสร้างบ้านได้อย่างมั่นคงตลอดการอยู่อาศัย
เพื่อความแข็งแรงของโครงสร้างบ้าน AP ตรวจสอบงานเสาเข็ม 3 ด้านสำคัญ ดังนี้
- คัดสรรคุณภาพเสาเข็มอย่างเข้มงวด: ตรวจขนาดหน้าตัดและความยาวให้ตรงตามแบบ โดยเสาเข็มต้องมีอายุมากกว่า 7 วัน มีค่าความแข็งแรง (Strength) มากกว่า 350 Ksc. และสมบูรณ์ ไร้รอยร้าวขนาดใหญ่
- ตรวจความพร้อมของเครื่องจักรและอุปกรณ์: ตรวจสภาพปั้นจั่น ความยาวของเสาส่งหัวเข็มอย่างน้อย 2.5 เมตร รวมถึงตู้เชื่อมและอุปกรณ์ตรวจสอบแนวดิ่งให้สมบูรณ์ พร้อมใช้งาน และเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน
- ควบคุมตำแหน่งและมาตรฐานการตอกเสาเข็ม: ตรวจหมุดผังตำแหน่งเสาเข็มให้ตรงตามแบบ วางแผนการตอกด้วยค่าจำนวนครั้งที่ตอก (Blow Count) และทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม (Seismic Test)
จุดที่ 2. ตรวจความพร้อมก่อนเทคอนกรีตพื้น

ก่อนเทคอนกรีต AP จะทำการตรวจสอบทั้งงานระบบใต้พื้น การเตรียมโครงสร้างพื้น ระบบป้องกันปลวก และความพร้อมของหน้างาน เพื่อให้ทุกส่วนติดตั้งถูกต้องตามมาตรฐาน เพื่อลดความเสี่ยงจากท่อน้ำรั่ว ท่ออุดตัน ปัญหาปลวก และการรื้อแก้ระบบภายหลังการส่งมอบบ้าน
ก่อนเทคอนกรีตพื้น AP ตรวจสอบจุดสำคัญ 4 ด้าน ดังนี้
- ตรวจระบบประปาและสุขาภิบาล: ตรวจชนิด ขนาด แนว และตำแหน่งท่อให้ตรงตามแบบ ยึดท่อและข้อต่อให้แน่น ทดสอบการรั่วซึม พร้อมอุดปลายท่อชั่วคราวเพื่อป้องกันดินและเศษวัสดุเข้าไปอุดตัน
- ตรวจระบบป้องกันปลวก: ปรับระดับดินให้สม่ำเสมอ ติดตั้งท่อพลาสติกโพลีเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE) ตามแบบและมาตรฐาน มอก. ตรวจหัวจ่ายน้ำยาให้ครบและไม่อุดตัน พร้อมฉีดพ่นน้ำยาป้องกันปลวกลงดินก่อนเทพื้น
- ตรวจความพร้อมของโครงสร้างพื้น: ทำความสะอาดพื้นที่ ปูแผ่นพลาสติกและบดอัดทรายให้แน่น ติดตั้งปลอกท่อและเหล็กเสริมพื้นให้ถูกตำแหน่ง แข็งแรง และได้ระดับตามที่กำหนด
- ตรวจความพร้อมของหน้างาน: เตรียมเครื่องจี้คอนกรีต อุปกรณ์ และจำนวนช่างให้เพียงพอ เพื่อให้งานเทคอนกรีตดำเนินได้อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ
จุดที่ 3. ตรวจผนังและงานระบบก่อนฉาบปูน

หลังงานโครงสร้างพื้นแล้วเสร็จและก่อนเข้าสู่งานฉาบปูน AP จะตรวจสอบทั้งความแข็งแรง แนวระนาบ แนวดิ่ง และมุมฉากของผนัง พร้อมเช็กการเตรียมพื้นผิว งานระบบที่ติดตั้งภายใน รวมถึงจุดเสี่ยงต่อการแตกร้าวและน้ำรั่วซึม เพื่อให้ผนังเรียบตรง งานระบบติดตั้งครบถ้วน และลดการรื้อแก้หลังฉาบปูนเสร็จแล้ว
เตรียมความพร้อมของผนังและงานระบบ AP ตรวจสอบ 4 จุดก่อนฉาบปูน ดังนี้
- ตรวจความแข็งแรงและแนวผนัง: ซ่อมแซมผิวคอนกรีตและอิฐมวลเบาที่ชำรุด พร้อมตรวจแนวระนาบ แนวดิ่ง และมุมฉากของผนัง รวมถึงควบคุมร่องปูนไม่ให้หนาเกิน 3 มิลลิเมตร และก่ออิฐสลับแนวอย่างน้อย 10 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มความแข็งแรง
- ตรวจงานระบบที่ฝังภายในผนัง: ตรวจระบบไฟฟ้า ประปา เครื่องปรับอากาศ แผงวงจร และกล่องอุปกรณ์ให้ติดตั้งครบถ้วน พร้อมอุดร่องท่อให้เรียบร้อยก่อนฉาบ เพื่อลดการรื้อทุบแก้ไขภายหลัง
- เตรียมป้องกันผนังแตกร้าว: เตรียมพื้นผิวด้วยการสลัดปูนล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง พร้อมทำจุดอ้างอิงควบคุมความหนาปูนทุกระยะ 1.5 เมตร และติดลวดตาข่ายบริเวณรอยต่อและจุดเสี่ยง
- เตรียมป้องกันน้ำรั่วซึม: ตรวจคานทับหลังบริเวณผนังห้องน้ำและผนังภายนอก พร้อมทำคันคอนกรีตป้องกันน้ำซึม (Curb) และควบคุมงานก่อผนังให้อยู่ในพื้นที่ที่มีหลังคาหรือพื้นช่วยบังแดดและฝน
จุดที่ 4. ตรวจพื้นที่เหนือฝ้าก่อนปิดฝ้าเพดาน

AP ตรวจความเรียบร้อยของโครงสร้างหลังคา ระบบป้องกันน้ำรั่วซึม ฉนวนกันความร้อน รวมถึงระบบประปา ไฟฟ้า และเครื่องปรับอากาศให้ครบถ้วนก่อนปิดฝ้า เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำรั่ว ความร้อนสะสม ท่ออุดตัน และปัญหางานระบบที่อาจต้องรื้อแก้ในภายหลัง ให้ลูกบ้านมั่นใจในการอยู่อาศัย แม้ในจุดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง AP ตรวจสอบ 5 ระบบสำคัญเหนือฝ้า ดังนี้
- ตรวจโครงสร้างและความปลอดภัย: ตรวจความสมบูรณ์ของโครงหลังคา การทาสีกันสนิม และการซ่อมแซมเสา คาน พื้นคอนกรีต พร้อมฉาบผนังให้สูงเหนือระดับฝ้าอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้งานเรียบร้อยและได้มาตรฐาน
- ทดสอบการรั่วซึม: ทดสอบขังน้ำบริเวณพื้นดาดฟ้า หลังคาคอนกรีต พื้นห้องน้ำ รวมถึงรางหน้าต่างอะลูมิเนียมและ UPVC เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมลงสู่พื้นที่ภายในบ้าน
- ตรวจฉนวนกันความร้อน: ตรวจการติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนใต้หลังคาและบริเวณหน้าบันให้ครบถ้วน เรียงต่อเนื่อง และไม่มีรอยฉีกขาด
- ทดสอบระบบประปาและสุขาภิบาล: อัดแรงดันท่อน้ำดีที่ 100 psi เป็นเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อตรวจหารอยรั่ว พร้อมทดสอบการไหลของท่อน้ำทิ้งด้วยลูกปิงปอง เพื่อเช็กว่าท่อไม่อุดตัน
- ตรวจระบบไฟฟ้าและสื่อสาร: ตรวจแนวท่อร้อยสายไฟ สายโทรศัพท์ และระบบเครื่องปรับอากาศให้ตรงตามแบบและข้อกำหนด โดยจุดเชื่อมต่อสายไฟต้องอยู่ภายในกล่องต่อสายที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้
จุดที่ 5. ตรวจระบบประปาและสุขาภิบาลภายนอกบ้าน

AP ได้ออกแบบระบบประปาและสุขาภิบาลภายนอกบ้านให้เชื่อมโยงตั้งแต่การจ่ายน้ำ การระบายน้ำ ไปจนถึงการบำบัดน้ำเสีย พร้อมตรวจสอบทั้งอุปกรณ์ จุดเชื่อมต่อ ระดับฝาบ่อ และความลาดเอียงของแนวท่อ เพื่อให้น้ำไหลได้อย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจากการรั่วซึม น้ำไหลย้อนกลับ และปัญหาที่อาจสะสมถึงขั้นต้องรื้อพื้นที่รอบบ้านเพื่อแก้ไขในภายหลัง
เพื่อให้ระบบประปาและสุขาภิบาลมีประสิทธิภาพ AP ตรวจสอบ 6 จุดหลัก ดังนี้
- ตรวจอุปกรณ์บำบัดและระบายน้ำ: ตรวจบ่อดักไขมัน บ่อดักกลิ่น และถังบำบัดน้ำเสียให้ติดตั้งอุปกรณ์ครบถ้วน อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และไม่มีส่วนที่ชำรุด
- ตรวจปั๊มน้ำและก๊อกสนาม: ตรวจการติดตั้งและการทำงานของปั๊มน้ำ พร้อมเช็กจุดเชื่อมต่อไม่ให้รั่วซึม รวมถึงตรวจความแข็งแรงของก๊อกน้ำภายนอกบ้าน
- ตรวจระดับและสภาพฝาบ่อ: ตรวจปากบ่อพัก ฝาบ่อดักไขมัน และฝาถังบำบัดให้ได้ระดับเหมาะสม ไม่บิ่น บุบ ร้าว และแตกหัก
- ตรวจความลาดเอียงของท่อ: ควบคุมแนวและความลาดเอียงของท่อระบายน้ำ ตั้งแต่บ่อดักไขมัน บ่อดักกลิ่น ไปจนถึงถังบำบัด เพื่อให้น้ำไหลไปตามทิศทางที่กำหนด
- ป้องกันน้ำไหลย้อนและแมลงรบกวน: ตรวจระดับท่อให้ระบายน้ำได้ต่อเนื่องและไม่ไหลย้อนกลับ พร้อมติดตั้งมุ้งกันแมลงบริเวณปลายท่ออากาศ
- ติดตามและแก้ไขจุดบกพร่อง: หากพบข้อต่อแตกร้าว หลุด หรือไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จะมีการบันทึกรายงานข้อบกพร่อง (NCR) เพื่อดำเนินการแก้ไขและตรวจซ้ำก่อนส่งมอบ
จุดที่ 6. ตรวจจุดยึดและส่วนควบสำคัญภายในบ้าน


ความแข็งแรงของบ้านไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างหลักเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจุดยึดและชิ้นส่วนประกอบที่ต้องติดตั้งอย่างถูกต้องก่อนถูกปิดทับ AP จึงตรวจสอบตั้งแต่ฐานยึดราวระเบียงและราวบันได รอยต่อพื้นไม้ ไปจนถึงโครงและกระเบื้องหลังคา เพื่อให้ทุกส่วนแน่นหนา ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และลดปัญหาการโก่งตัว รั่วซึม หลุดเสียหายในระยะยาว
เพื่อให้จุดยึดและส่วนประกอบต่าง ๆ ติดตั้งได้อย่างถูกต้อง AP ตรวจสอบ 2 จุดสำคัญ ดังนี้
- ตรวจจุดยึดราวระเบียงและราวบันได: ตรวจหัวน็อต พุก รอยเชื่อม และความแน่นหนาของจุดยึดก่อนปิดด้วยแผ่นครอบ เพื่อให้ราวมั่นคง ไม่โยก และปลอดภัยต่อการใช้งาน
- ตรวจรอยต่อพื้นไม้: ตรวจการเว้นระยะระหว่างพื้นไม้กับผนังก่อนติดตั้งบัวและตัวจบ เพื่อรองรับการขยายหรือหดตัวของวัสดุ ช่วยลดปัญหาพื้นบวมและโก่งตัว


- ตรวจจุดยึดและระยะโครงหลังคา: ตรวจรอยเชื่อม จุดยึดน็อต และระยะแปให้ตรงตามแบบวิศวกรรมก่อนมุงหลังคา เพื่อให้โครงสร้างรองรับน้ำหนักได้ตามที่ออกแบบ
- ตรวจจุดยึดกระเบื้องหลังคา: ตรวจการยึดกระเบื้องและครอบหลังคาตามแบบและมาตรฐานของผู้ผลิต เพื่อลดความเสี่ยงจากกระเบื้องเคลื่อน หลุด และน้ำรั่วซึม
จุดที่ 7. ตรวจประตู หน้าต่าง และความชื้นก่อนติดตั้งวัสดุปิดผิว

ด้วยสภาพอากาศของประเทศไทยที่มีทั้งฝนตกชุก ความชื้นสูง และอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงตลอดปี ประตู หน้าต่าง และวัสดุปิดผิวจึงเป็นจุดที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด AP ได้ทดสอบการรั่วซึมทั้งก่อนและหลังติดตั้ง พร้อมวัดค่าความชื้นของผนังและพื้น เพื่อลดปัญหาน้ำซึม วอลล์เปเปอร์พอง หลุดล่อน รวมถึงไม้บันไดบวม โก่งตัว เสียรูปในระยะยาว
เพื่อป้องกันปัญหาจากน้ำรั่วซึมและความชื้นสะสม AP ตรวจสอบ 3 จุดสำคัญ ดังนี้
- ทดสอบประตูและหน้าต่างอะลูมิเนียม: ขังน้ำในรางหน้าต่างเพื่อตรวจการระบายน้ำ และฉีดน้ำบริเวณรอยต่อรอบวงกบและบานกระจก เพื่อตรวจสอบว่ามีน้ำรั่วซึมเข้าสู่ภายในบ้านหรือไม่
- วัดความชื้นผนังก่อนติดวอลล์เปเปอร์: ใช้เครื่องวัดความชื้นตรวจผนัง โดยเฉพาะบริเวณใกล้ห้องน้ำ แนวท่อประปา และผนังภายนอก เพื่อให้ค่าความชื้นผ่านเกณฑ์ก่อนเริ่มติดตั้ง
- วัดความชื้นพื้นก่อนติดตั้งไม้บันได: ใช้เครื่องวัดความชื้นตรวจให้มั่นใจว่าพื้นคอนกรีตมีความชื้นอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงจากไม้บวม โก่งตัว บิดงอ หรือหลุดเสียหายในระยะยาว
จุดที่ 8. ตรวจระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสารภายในบ้าน

ระบบไฟฟ้าถือเป็นส่วนสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันภายในบ้าน AP จึงตรวจสอบตั้งแต่ตู้ควบคุมไฟฟ้า การเดินสาย สวิตช์ เต้ารับ ระบบสายดิน ไปจนถึงตำแหน่งและระดับของอุปกรณ์ พร้อมทดสอบการทำงานจริงด้วยเครื่องมือทันสมัย เพื่อให้ทุกจุดติดตั้งถูกต้องตามแบบ พร้อมใช้งาน ลดความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่วหรือการติดตั้งที่ไม่เหมาะสม
เพื่อให้ระบบไฟฟ้าและสื่อสารพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย AP ตรวจสอบ 5 ส่วน ดังนี้
- ตรวจตู้ควบคุมไฟฟ้าและเบรกเกอร์: ตรวจความเรียบร้อยของสายไฟและจุดเชื่อมต่อภายในตู้ พร้อมเช็กป้ายกำกับว่าเบรกเกอร์แต่ละตัวควบคุมพื้นที่หรืออุปกรณ์ใด นอกจากนี้ ยังทดสอบอุปกรณ์ตัดไฟรั่ว เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถตัดกระแสไฟได้เมื่อเกิดความผิดปกติ
- ทดสอบสวิตช์และเต้ารับ: ตรวจความเรียบร้อยของหน้ากาก ทดลองเปิด-ปิดสวิตช์ให้ควบคุมไฟได้ตรงจุด พร้อมใช้อุปกรณ์เช็กปลั๊กไฟ (Socket Tester) ตรวจการต่อสายไฟ และสายดินเบื้องต้น โดยเฉพาะเครื่องทำน้ำอุ่น รวมถึงทดลองเปิด-ปิดสวิตช์ทุกจุดให้ควบคุมไฟได้ถูกต้อง
- ทดสอบระบบแสงสว่าง: เปิดทดสอบโคมไฟทุกจุดเพื่อเช็กการทำงาน พร้อมสังเกตความผิดปกติ เช่น ไฟกะพริบ เสียงผิดปกติ ความร้อนสะสม และกลิ่นไหม้ เพื่อให้ระบบแสงสว่างพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย
- ตรวจตำแหน่งและระดับติดตั้ง: ใช้เครื่องมือวัดตรวจตู้ควบคุม สวิตช์ และเต้ารับให้ติดตั้งตรงตำแหน่ง ได้ระดับ และสอดคล้องกับแบบ
- ตรวจระบบสื่อสาร: ตรวจหน้ากากและจุดเชื่อมต่อสายสัญญาณ (LAN) โทรศัพท์ และโทรทัศน์ให้ติดตั้งเรียบร้อย พร้อมทดสอบความต่อเนื่องของสายและสัญญาณในระบบที่โครงการจัดเตรียมไว้ เพื่อให้พร้อมใช้งานหลังลูกบ้านเข้าอยู่อาศัย
จุดที่ 9. ทดสอบระบบประปาและสุขาภิบาลหลังติดตั้ง

นอกจากควบคุมการติดตั้งระบบประปาตั้งแต่ขั้นตอนระหว่างก่อสร้างแล้ว เมื่อบ้านสร้างเสร็จ AP ได้ทดสอบการใช้งานจริงของระบบประปาและสุขาภิบาลอีกครั้ง ตั้งแต่จุดจ่ายน้ำภายในบ้านไปจนถึงระบบระบายน้ำและบำบัดน้ำเสียภายนอก เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำไหลได้ดี ไม่มีจุดรั่วซึม อุดตัน ก่อนส่งมอบบ้านให้ลูกบ้าน
เพื่อให้มั่นใจว่าระบบประปาและสุขาภิบาลพร้อมใช้งาน AP ดำเนินการทดสอบ อาทิ
- ทดสอบสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ: ทดลองใช้งานโถสุขภัณฑ์ ถังพักน้ำ สายฉีดชำระ ก๊อกน้ำ และฝักบัว พร้อมตรวจแรงดันน้ำ การระบายน้ำ และจุดเชื่อมต่อว่าไม่มีการรั่วซึม
- ตรวจพื้นและจุดระบายน้ำ: ทดสอบการไหลของน้ำลงตะแกรงระบายน้ำทิ้ง และตรวจความลาดเอียงของพื้น เพื่อไม่ให้เกิดน้ำขังหรือระบายน้ำช้า
- ตรวจอ่างล้างจานและอ่างล้างหน้า: เปิดน้ำทดสอบพร้อมตรวจท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้ง ข้อต่อ และพื้นที่ใต้เคาน์เตอร์ เพื่อเช็กการรั่วซึมและการระบายน้ำ
- ตรวจระบบปั๊มน้ำและแนวท่อภายนอก: ทดสอบการทำงานของปั๊มน้ำ วาล์ว และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ พร้อมตรวจระดับและความเรียบร้อยของแนวท่อ
- ตรวจบ่อและระบบบำบัดน้ำเสีย: เปิดตรวจบ่อพัก บ่อดักไขมัน และถังบำบัด เพื่อเช็ก อุปกรณ์ภายใน ระดับท่อ และการไหลของน้ำให้ทำงานสัมพันธ์กันอย่างถูกต้อง
จุดที่ 10. ตรวจความเรียบร้อยและความสวยงามทั้งหมดก่อนส่งมอบ

เมื่อการก่อสร้างและติดตั้งระบบทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ AP จะตรวจบ้านในภาพรวมอีกครั้ง เพื่อเก็บรายละเอียดและแก้ไขจุดที่ยังไม่สมบูรณ์ก่อนส่งมอบบ้านให้ลูกค้า
เพื่อให้บ้านพร้อมส่งมอบ AP ตรวจสอบความเรียบร้อยและความสวยงามตามจุดสำคัญ อาทิ
- ตรวจสอบการใช้งาน: ของประตู หน้าต่าง และอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้าน พร้อมทดสอบการใช้งานจริง
- ตรวจสอบความเรียบร้อย: ของพื้น ผนัง ฝ้าเพดาน เคาน์เตอร์ และสุขภัณฑ์
- ตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้าง: ทั้งแนว ระดับ รอยต่อ รอยแตกร้าว และวัสดุปิดผิว
เจาะลึกมาตรฐาน Quality Tolerance เกณฑ์วัดคุณภาพบ้านของ AP ที่ทุกจุดต้องวัดผลได้

การตรวจคุณภาพบ้านของ AP วัดจากค่า Quality Tolerance หรือค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้สำหรับงานแต่ละประเภท พร้อมระบุวิธีตรวจและเครื่องมือที่เหมาะสม ตั้งแต่การเคาะตรวจพื้นกระเบื้อง วัดระดับฝ้า ไปจนถึงตรวจแนวดิ่งและแนวระนาบของผนัง หากผลตรวจเกินค่าที่กำหนด จะต้องดำเนินการแก้ไขและตรวจซ้ำ เพื่อให้ทุกจุดผ่านเกณฑ์ก่อนส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพและตรงตามมาตรฐาน
| หมวดหมู่งาน | รายการตรวจสอบ | วิธีการและอุปกรณ์ที่ใช้ | ค่า Tolerance ที่ยอมรับได้ (เกณฑ์ผ่าน) |
| กระเบื้องพื้น |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| พื้นลามิเนต |
|
|
|
| ฝ้าเพดาน |
|
|
|
|
ผนังและเสา |
|
|
|
|
|
|
|
| ขอบช่องเปิดและมุมผนัง |
|
|
|
พบจุดไม่ผ่านแล้วทำอย่างไร? กระบวนการแก้ไขและตรวจซ้ำของ AP

1. ประเมินระดับข้อบกพร่องตามระดับ Major และ Minor
เมื่อพบงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์ Quality Tolerance ทีม QA จะประเมินผลกระทบต่อการอยู่อาศัยและจัดประเภทข้อบกพร่อง เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขและตรวจติดตามอย่างเหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่
- จุดใหญ่ (Major): งานที่ส่งผลต่อการอยู่อาศัย เช่น ความปลอดภัย การใช้งาน ระบบสำคัญภายในบ้าน ต้องได้รับการแก้ไขและผ่านการตรวจจากทีม QA ครบทุกรายการก่อนปิดงานหรือส่งมอบบ้าน
- จุดเล็ก (Minor): งานด้านความเรียบร้อยหรือความสวยงามที่ไม่ส่งผลต่อการอยู่อาศัยโดยตรง โดยโครงการสามารถพิจารณาขอละเว้นการตรวจได้ตามหลักเกณฑ์และรายการที่กำหนด
2. วิเคราะห์และแก้ไขให้ตรงสาเหตุตามมาตรฐาน Quality Tolerance
หลังประเมินระดับข้อบกพร่อง ทีมงานจะตรวจหาสาเหตุและเลือกวิธีแก้ไขให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท โดยอ้างอิงค่า Quality Tolerance ที่กำหนดไว้ เช่น รื้อปูกระเบื้องใหม่เมื่อพบพื้นที่ร่อนหรือระดับรอยต่อเกินเกณฑ์ ปรับความลาดเอียงของพื้นให้น้ำไหลลงจุดระบาย หรือปรับระดับผนังและฝ้าให้ได้แนวตามมาตรฐาน เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและลดโอกาสเกิดซ้ำในภายหลัง
3. ตรวจซ้ำโดยทีม QA หลังดำเนินการแก้ไข
เมื่องานได้รับการแก้ไขแล้ว ทีม QA จะกลับมาตรวจสอบอีกครั้ง โดยใช้เครื่องมือ และวัดค่า Quality Tolerance ตามเกณฑ์ เพื่อยืนยันว่าจุดบกพร่องได้รับการแก้ไขเรียบร้อยและไม่ส่งผลต่อการใช้งาน หากผลตรวจยังไม่ผ่าน จะต้องดำเนินการแก้ไขและตรวจซ้ำจนได้มาตรฐาน ก่อนอนุมัติให้ปิดงานหรือส่งมอบบ้าน
4. เก็บรายละเอียดรอบสุดท้ายก่อนส่งมอบบ้าน
หลังงานแก้ไขผ่านการตรวจจากทีม QA แล้ว AP จะตรวจความเรียบร้อยของบ้านในภาพรวมอีกครั้ง ทั้งวัสดุ อุปกรณ์ และการทำงานของระบบต่าง ๆ พร้อมตรวจสอบว่ารายการแก้ไขในเช็กลิสต์ได้รับการแก้ไขครบถ้วน ไม่มีงานตกค้าง ก่อนยืนยันความพร้อมและส่งมอบบ้านให้ลูกค้าอย่างมั่นใจ
AP Quality Inspection ตรวจละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อส่งมอบบ้านที่สมบูรณ์แบบและมั่นใจได้
AP มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์อยู่อาศัยที่ดี ด้วยการควบคุมคุณภาพบ้านอย่างรอบด้านภายใต้กระบวนการ AP Quality Inspection ตั้งแต่โครงสร้าง งานระบบ ไปจนถึงรายละเอียดก่อนส่งมอบ ผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นระบบและเกณฑ์วัดผลที่ชัดเจน พร้อมแก้ไขและตรวจซ้ำทุกจุด เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าบ้านทุกหลังของ AP มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน พร้อมรองรับการอยู่อาศัยในระยะยาว
เอพีไทยแลนด์ ช่วยเติมเต็มความหมายของชีวิต
เลือกเป็นเจ้าของโครงการบ้าน คอนโด จาก เอพีไทยแลนด์ เพื่อสร้างชีวิตดี ๆ บนพื้นที่ความสุขที่เราเลือกเอง ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัว ทาวน์โฮมดีไซน์สวยหรือบ้านแฝดฟังก์ชันใหญ่ คอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าเดินทางง่าย และโฮมออฟฟิศพร้อมฟังก์ชันครบครัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ธุรกิจในพื้นที่เดียว เพราะ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย
EMPOWER LIVING ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้











