รู้จักวัสดุสร้างบ้าน เลือกอย่างไรให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว

HOMESTORY · HOMESTORY

รู้จักวัสดุสร้างบ้าน เลือกอย่างไรให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว

10 ก.ค. 2026

แชร์ไปยัง

รู้จักวัสดุสร้างบ้านคุณภาพจาก AP Thai ภายใต้ AP CODE ใส่ใจตั้งแต่โครงสร้าง เสาเข็ม คอนกรีต หลังคา บันได ไปจนถึงงานตกแต่ง เพื่อตอบโจทย์ Living Quality ระยะยาว

Main Point

  • โครงการบ้าน AP Thai เริ่มต้นจากการเลือกวัสดุและการออกแบบที่เข้าใจชีวิตจริง ภายใต้มาตรฐาน AP CODE ที่ใส่ใจตั้งแต่โครงสร้างสำคัญอย่างเสาเข็ม คอนกรีต หลังคา ฉนวนกันความร้อน ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างระบบสุขภัณฑ์ พื้นที่ระเบียง และการเติมพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน เพื่อส่งต่อ Living Quality ชีวิตดี ๆ ที่ผู้อยู่อาศัยเลือกเองได้
  • นอกจากโครงสร้างที่แข็งแรงแล้ว งานตกแต่งยังเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่ช่วยเติมเต็มบ้านให้สวยงาม อยู่สบาย และสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัยได้มากขึ้น AP Thai จึงใส่ใจองค์ประกอบรอบด้าน ตั้งแต่พื้น กระเบื้อง บันได สีทาภายใน ประตู หน้าต่าง ไปจนถึงความสูงฝ้าเพดาน เพื่อให้ทุกพื้นที่มีทั้งความสวยงาม และความทนทาน เหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะบ้านที่ดีต้องอยู่สบาย และคงคุณภาพได้ในระยะยาว

 

จากคุณภาพชีวิตในทุกวัน สู่ความงดงามเหนือกาลเวลา เริ่มต้นจากการเลือกวัสดุคุณภาพ ผ่านการออกแบบที่คิดมาอย่างดีในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างบ้านที่เข้าใจชีวิตจริง AP Thai ชวนรู้จักวัสดุสร้างบ้านที่ควรเลือก เพื่อให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบาย มั่นคง และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในระยะยาว

วัสดุโครงสร้างบ้าน

1. เสาเข็ม

เสาเข็ม วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

เสาเข็มเป็นส่วนสำคัญของงานฐานราก เพราะทำหน้าที่ถ่ายน้ำหนักจากตัวบ้าน-อาคารลงสู่ชั้นดิน การเลือกใช้เสาเข็มแต่ละประเภทจึงควรพิจารณาจากลักษณะพื้นที่ สภาพชั้นดิน งบประมาณ รวมถึงรูปแบบอาคาร โดยเสาเข็มที่นิยมใช้ในงานก่อสร้างมีหลายประเภท ดังนี้

1.1. เสาเข็มเจาะ (Bored Piles)

เสาเข็มเจาะเป็นเสาเข็มที่ก่อสร้างในพื้นที่ โดยใช้วิธีเจาะดินลงไปตามความลึกที่กำหนด จากนั้นใส่โครงเหล็กเสริมและเทคอนกรีตลงไปหล่อเป็นเสาเข็มภายในหลุมเจาะ โดยในโครงการคอนโด High Rise ของ AP Thai ใช้เสาเข็มเจาะลึกประมาณ 24-60 เมตร เพื่อรองรับน้ำหนักอาคารและลดแรงสั่นสะเทือนระหว่างก่อสร้าง พร้อมนวัตกรรมกระจายน้ำหนักและต้านแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว

  • จุดเด่น: มีแรงสั่นสะเทือนน้อย เหมาะกับงานก่อสร้างในพื้นที่จำกัด พื้นที่ชุมชน หรือบริเวณที่มีอาคารข้างเคียงอยู่ใกล้กัน ทั้งยังสามารถเจาะได้ลึกตามที่วิศวกรออกแบบ
  • เหมาะสำหรับ: อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ คอนโด งานก่อสร้างในเมือง พื้นที่แคบ หรือพื้นที่ที่ต้องการลดแรงสั่นสะเทือนระหว่างก่อสร้าง

1.2. เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง (Prestressed Concrete Piles)

เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงเป็นเสาเข็มสำเร็จรูปที่ผลิตจากคอนกรีตและเสริมด้วยลวดเหล็กกำลังสูง นิยมใช้ในงานก่อสร้างบ้านและอาคารทั่วไป ซี่ง AP Thai จะคำนวณระดับการตอกเสาเข็มตามแต่ละพื้นที่ เช่น ในพื้นที่ดินอ่อนอย่างกรุงเทพฯ ต้องตอกลึกประมาณ 18-21 เมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลสำรวจชั้นดินและการออกแบบโดยวิศวกร

  • จุดเด่น: ติดตั้งได้เร็ว และรองรับน้ำหนักได้ดีเมื่อเลือกขนาดและความลึกให้เหมาะสมกับรูปแบบอาคารและสภาพชั้นดิน
  • เหมาะสำหรับ: บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม โครงการหมู่บ้าน อาคารพาณิชย์ หรืออาคารทั่วไปที่มีพื้นที่หน้างานกว้างเพียงพอ

1.3. เสาเข็มไมโครไพล์ (Micro Pile)

เสาเข็มไมโครไพล์เป็นเสาเข็มขนาดเล็กที่นิยมใช้กับงานต่อเติมบ้าน เพราะสามารถทำงานในพื้นที่แคบได้ดี เช่น ข้างบ้าน หลังบ้าน ทั้งยังมีแรงสั่นสะเทือนระหว่างก่อสร้างต่ำกว่าการตอกเสาเข็มขนาดใหญ่ จึงช่วยลดผลกระทบต่อโครงสร้างบ้านเดิมและบ้านข้างเคียง

  • จุดเด่น: ใช้กับพื้นที่จำกัดได้ดี ติดตั้งได้ในบริเวณที่เข้าถึงยาก และรองรับน้ำหนักได้ดีเมื่อออกแบบและติดตั้งอย่างเหมาะสม
  • เหมาะสำหรับ: งานต่อเติมครัวหลังบ้าน ห้องอเนกประสงค์ โรงจอดรถ หรือส่วนต่อเติมอื่น ๆ ที่ต้องการลดผลกระทบต่อบ้านเดิมและบ้านข้างเคียง

ตารางเปรียบเทียบเสาเข็มแต่ละประเภท

ประเภทเสาเข็ม จุดเด่นหลัก งานที่เหมาะสม
เสาเข็มเจาะ AP Thai เจาะลึกประมาณ 24-60 เมตร เพื่อรองรับน้ำหนักมากและลดแรงสั่นสะเทือนจากทั้งการก่อสร้างและแผ่นดินไหวในอนาคต อาคารสูง พื้นที่เมือง พื้นที่ใกล้อาคารเดิม
เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ตอกถึงระดับชั้นดินแข็ง โดยทีม AP Thai จะสำรวจดินและออกแบบวิศวกรรมตามพื้นที่ เช่น พื้นที่ดินอ่อนอย่างกรุงเทพฯ ต้องตอกลึกประมาณ 18-21 เมตร บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม อาคารทั่วไป
เสาเข็มไมโครไพล์ ใช้ในพื้นที่แคบ แรงสั่นสะเทือนต่ำ เหมาะกับงานต่อเติม ต่อเติมบ้าน ข้างบ้าน หลังบ้าน หรือพื้นที่จำกัด

2. คอนกรีต

คอนกรีต วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

นอกจากเสาเข็มและโครงสร้างฐานรากแล้ว คอนกรีตก็เป็นอีกหนึ่งวัสดุสำคัญที่สะท้อนคุณภาพของบ้าน โดยมีค่า KSC หรือค่ากำลังอัดของคอนกรีต ยิ่งตัวเลขสูง ยิ่งรองรับแรงอัดได้มาก เช่น 

  • 210 KSC: ใช้กับงานเบาอย่างพื้นทางเดินหรือลานซักล้าง
  • 240 KSC: เป็นสเปกที่นิยมใช้กับงานโครงสร้างบ้านทั่วไป เช่น เสา คาน และพื้น 
  • 280 KSC ขึ้นไป: เหมาะกับงานที่ต้องรับน้ำหนักมากเป็นพิเศษ 

3. เหล็ก

เหล็ก วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

3.1. เหล็กเส้น

เหล็กเส้นเป็นวัสดุที่ใช้ร่วมกับคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำหน้าที่ช่วยรับแรงดึงและเสริมกำลังให้โครงสร้างบ้านมีความมั่นคงมากขึ้น โดยเหล็กเส้นที่พบได้บ่อยในงานก่อสร้าง คือเหล็กข้ออ้อยและเหล็กเส้นกลม ซึ่งจะถูกเลือกใช้ตามตำแหน่งงานและแบบวิศวกรรม ส่วนลวดผูกเหล็กจะใช้สำหรับมัดเหล็กให้อยู่ในตำแหน่งก่อนเทคอนกรีต

3.2. เหล็กรูปพรรณ

เหล็กรูปพรรณเป็นเหล็กที่ผลิตเป็นหน้าตัดรูปทรงต่าง ๆ เช่น เหล็กตัวซี เหล็กกล่อง เหล็กฉาก เหล็กท่อ เหล็กรางน้ำ และเหล็กแผ่น นิยมใช้กับงานโครงหลังคา โรงจอดรถ รั้ว ส่วนต่อเติมต่าง ๆ โดยเฉพาะเหล็กตัวซีที่มักพบในงานโครงหลังคาบ้าน

วัสดุงานหลังคา

4. วัสดุมุงหลังคา

วัสดุมุงหลังคา วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

4.1. กระเบื้องคอนกรีต

กระเบื้องหลังคาคอนกรีตผลิตจากปูนซีเมนต์ ทราย และน้ำ ขึ้นรูปเป็นแผ่นลอนหรือแผ่นเรียบ จึงเป็นวัสดุมุงหลังคาที่นิยมใช้ในบ้านพักอาศัยทั่วไป

  • จุดเด่น: แข็งแรง ทนแดดฝน มีหลายรูปแบบและสีสันให้เลือก เหมาะกับบ้านหลายสไตล์ และหากติดตั้งตามมาตรฐานก็ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการรั่วซึมได้ดี
  • ข้อควรพิจารณา: มีน้ำหนักค่อนข้างมาก จึงต้องใช้โครงสร้างรองรับที่แข็งแรง และควรติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติม

โดยโครงการที่ AP เลือกใช้กระเบื้องหลังคาคอนกรีตตราเพชร ยังมีส่วนผสมของวัสดุรีไซเคิล ซึ่งมีค่าคาร์บอนฟุตพรินต์ประมาณ 11.7 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซดต่อตารางเมตร และสามารถสะท้อนความร้อนได้สูงถึง 45% ช่วยลดความร้อนสะสมบริเวณหลังคาและส่งเสริมให้บ้านอยู่สบายมากขึ้น ทั้งนี้ วัสดุที่ใช้จะแตกต่างกันตามแบบบ้านและแต่ละโครงการ

4.2. กระเบื้องเซรามิก

กระเบื้องหลังคาเซรามิกผลิตจากดินคุณภาพสูงผ่านการเผาที่อุณหภูมิสูง พร้อมทาสีและเคลือบเงาที่มีคุณสมบัติสะท้อนรังสียูวี ทำให้มีผิวเรียบ เงางาม และสีสวยงามเหมือนใหม่ ไม่ซีดจางง่าย

  • จุดเด่น: การเคลือบผิวช่วยลดการเกาะของคราบสกปรก สีสวยทนทาน มีหลายเฉดสีให้เลือก และลดการสะสมความร้อนได้บางส่วน
  • ข้อควรพิจารณา: ราคาสูงกว่ากระเบื้องคอนกรีตทั่วไป

4.3. เมทัลชีต

หลังคาเมทัลชีตผลิตจากแผ่นเหล็กเคลือบป้องกันสนิม ขึ้นรูปเป็นแผ่นยาว จึงติดตั้งได้รวดเร็วและมีรอยต่อน้อย

  • จุดเด่น: น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ดัดโค้งได้ตามรูปแบบหลังคา และมีรุ่นที่ช่วยสะท้อนความร้อนและป้องกันการกัดกร่อนได้ดี
  • ข้อควรพิจารณา: อาจเกิดเสียงดังเมื่อฝนตก จึงควรติดตั้งฉนวนกันความร้อนหรือฉนวนซับเสียงเพิ่มเติม และเลือกความหนาให้เหมาะกับการใช้งาน

5. โครงหลังคา

โครงหลังคา วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

โครงหลังคา ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักหลังคาและแรงลมในระยะยาว จึงควรเลือกใช้โครงหลังคาที่ออกแบบตามหลักวิศวกรรม เลือกขนาดเหล็กให้เหมาะกับวัสดุมุงหลังคา และวัสดุป้องกันสนิมที่ได้มาตรฐาน

6. ฉนวนกันความร้อน

ฉนวนกันความร้อน วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

ฉนวนกันความร้อนคือวัสดุที่ช่วยสะท้อนความร้อน ทำให้บ้านเย็นขึ้นและแอร์ไม่ต้องทำงานหนัก โดยฉนวนที่นิยมใช้ในบ้านมีหลายประเภท เช่น 

  • ฉนวนใยแก้ว (Fiber Glass): นิยมปูเหนือฝ้า กันความร้อนและซับเสียงได้ดี ไม่ลามไฟ แต่ควรระวังเรื่องความชื้นและน้ำรั่วซึม
  • ฉนวนพียูโฟม (PU Foam): นิยมฉีดพ่นใต้หลังคา ให้ประสิทธิภาพกันความร้อนและเสียงสูง ทนน้ำและความชื้นได้ดี โดยควรเลือกชนิดผสมสารกันไฟ
  • ฉนวนโฟมพีอี (PE Foam): ประหยัด น้ำหนักเบา ช่วยสะท้อนความร้อนและกันความชื้นได้ดี แต่ควรเลือกที่มีสารกันไฟลามเช่นกัน

นอกจากการเลือกวัสดุฉนวนกันความร้อนแล้ว บ้านคุณภาพจาก AP Thai ได้ออกแบบให้รับมือกับความร้อนจากแต่ละปัจจัย ผ่านมาตรฐาน AP CODE ที่ให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้านที่เย็นสบายและผ่อนคลายในทุกฤดูกาล ด้วย 5 หลักสำคัญ ดังนี้

  • ใช้วัสดุกันความร้อน: ใส่ใจตั้งแต่ผนัง หลังคาภายนอก ไปจนถึงการติดตั้งฉนวนกันความร้อนใต้หลังคาภายใน 
  • จัดวางทิศและทางลม: เลี่ยงการวางตำแหน่งห้องที่ใช้งานบ่อย เช่น ห้องนอน ไว้ในทิศใต้หรือทิศตะวันตก เพื่อลดการสะสมความร้อนจากแดดช่วงบ่าย 
  • ออกแบบชายคาและแผงบังแดด: สร้างร่มเงาให้ตัวบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง เช่น การใช้ระแนงบังแดดแนวตั้ง 
  • ช่องเปิดและกระจกกันความร้อน: ลดขนาดหน้าต่างในทิศที่รับแสง และเลือกใช้วัสดุเป็นกระจกเขียวตัดแสงที่สามารถกันความร้อนได้ 
  • ม่านและต้นไม้: เสริมความเย็นอีกขั้นด้วยการติดฟิล์ม ติดผ้าม่าน และปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาในด้านที่ต้องรับแดด

บ้านเย็นอยู่สบาย พิสูจน์ด้วยฉลากบ้านประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5

ตัวอย่างแบบบ้าน Grande Pyrope บ้านกลางเมือง CLASSE รัชดา-ลาดพร้าว ที่ได้รับรางวัลฉลากบ้านประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5

AP  พัฒนาบ้านที่อยู่สบายและประหยัดไฟฟ้า โดยออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกัน ทั้งระบบระบายอากาศ การเลือกวัสดุที่ช่วยลดความร้อน เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน และเทคโนโลยี Smart Home

ในปี 2568 AP Thai ได้รับ 4 รางวัล “ฉลากบ้านประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ได้แก่ 

  • บ้านกลางเมือง CLASSE รัชดา-ลาดพร้าว แบบบ้าน Grande Pyrope
  • บ้านกลางเมือง  นอร์ธ ราชพฤกษ์ แบบบ้าน Jasper
  • PLENO สุขสวัสดิ์-ประชาอุทิศ 60 แบบบ้าน Shane Plus F 
  • PLENO TOWN เพชรเกษม 81 แบบบ้าน Jayden 

ตอกย้ำคุณภาพของการออกแบบบ้านที่ช่วยลดความร้อนและการประหยัดพลังงาน ควบคู่กับการสร้างความสบายในการอยู่อาศัยและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

วัสดุงานผนัง

การออกแบบผนังแบบพรีแคส (Precast) และก่ออิฐฉาบปูน (Conventional) วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

7. พรีแคส (Precast)

พรีแคส (Precast) เป็นระบบก่อสร้างที่นำแผ่นผนังคอนกรีตเสริมเหล็กซึ่งผลิตจากโรงงานมาประกอบเป็นตัวบ้าน โดยผนังบางส่วนจะทำหน้าที่รับน้ำหนักโครงสร้างแทนระบบเสาและคานแบบดั้งเดิม จึงช่วยให้พื้นที่ภายในบ้านดูเรียบเนียน โปร่งสบาย และใช้งานได้เต็มพื้นที่มากขึ้น

จุดเด่นของระบบพรีแคส (Precast)

  • พื้นที่ใช้สอยเป็นระเบียบ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ง่าย: ผนังเรียบ ลดเหลี่ยมมุมของเสา ทำให้ห้องดูโปร่งและวางเฟอร์นิเจอร์และงาน Built-in ได้ลงตัว
  • แข็งแรงและช่วยลดเสียงรบกวน: ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กมีความทึบและหนาแน่น ช่วยลดเสียงจากภายนอกได้ดี
  • ควบคุมมาตรฐานงานก่อสร้างได้ดี: เนื่องจากผลิตจากโรงงานจึงช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากงานหน้างาน และก่อสร้างได้รวดเร็วกว่าระบบก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป

8. ก่ออิฐฉาบปูน (Conventional)

ก่ออิฐฉาบปูน (Conventional) เป็นระบบก่อสร้างแบบดั้งเดิมที่ใช้เสาและคานเป็นโครงสร้างหลักในการรับน้ำหนักของตัวบ้าน ส่วนผนังจะทำหน้าที่กั้นแบ่งพื้นที่ภายใน จึงมีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนมากกว่าผนังพรีแคส เช่น การเจาะช่องและปรับฟังก์ชันบางส่วนในอนาคต 

จุดเด่นของระบบก่ออิฐฉาบปูน

  • ปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ง่ายกว่า: เพราะผนังส่วนใหญ่ไม่ได้ทำหน้าที่รับน้ำหนักโครงสร้างหลัก จึงเหมาะกับบ้านที่อาจมีการต่อเติมหรือปรับเลย์เอาต์ในอนาคต

ประเภทอิฐที่นิยมใช้ในระบบก่ออิฐฉาบปูน

ประเภทอิฐ จุดเด่นและข้อควรรู้ เหมาะกับงาน
อิฐมอญ
  • เนื้อแน่น แข็งแรง ทนทาน
  • ช่างคุ้นเคยและเจาะแขวนของได้ดี
  • มีน้ำหนักมาก ก่อสร้างใช้เวลานาน และสะสมความร้อนได้มากกว่า
  • ผนังภายนอก 
  • ผนังห้องน้ำ 
  • เคาน์เตอร์ปูน 
  • งานที่ต้องการความแข็งแรง
อิฐบล็อก
  • ก้อนใหญ่ ก่อได้เร็ว ราคาคุ้มค่า
  • ช่วยควบคุมงบประมาณได้ดี
  • ไม่เหมาะกับการเจาะแขวนของหนัก และควรระวังการกันซึมในพื้นที่เปียก
  • กำแพงรั้ว 
  • ผนังอาคารทั่วไป
  • งานที่ต้องการคุมงบ
อิฐมวลเบา
  • น้ำหนักเบา ขนาดได้มาตรฐาน ก่อสร้างเร็ว
  • ช่วยลดความร้อนสะสมเข้าสู่ตัวบ้านและทำให้ผนังเรียบสวย
  • ทนทาน รับน้ำหนักได้ดี และโอกาสพบรอยแตกร้าวน้อย
  • ผนังบ้านคุณภาพ
  • ห้องนอน 
  • ห้องนั่งเล่น 
  • พื้นที่ที่ต้องการลดความร้อน

ปัจจุบัน AP Thai เลือกใช้ทั้งระบบพรีแคส (Precast) และระบบก่ออิฐฉาบปูน (Conventional) ตามความเหมาะสมของแต่ละโครงการและรูปแบบที่อยู่อาศัย เช่น ทาวน์โฮมที่ใช้ระบบพรีแคส เพื่อช่วยควบคุมมาตรฐานงานก่อสร้าง ลดความเสี่ยงเรื่องรอยต่อและการรั่วซึม ขณะที่บ้านเดี่ยวเลือกใช้ระบบก่ออิฐฉาบปูนด้วยอิฐมวลเบา เพื่อความสบายในการอยู่อาศัยและการปรับฟังก์ชันให้รองรับการใช้ชีวิตได้ในทุกช่วงวัย 

 

พร้อมต่อยอดแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าผ่านโครงการ Waste to Value โดยนำเศษอิฐมวลเบาจากกระบวนการก่อสร้างกลับเข้าสู่การรีไซเคิลและแปรรูปเป็นวัสดุก่อสร้างใหม่ เช่น บล็อกช่องลม คอนกรีตบล็อก และวัสดุตกแต่ง เพื่อช่วยลดวัสดุเหลือทิ้งและการใช้ทรัพยากรใหม่อย่างสิ้นเปลือง

 

การออกแบบผนัง Double Wall หรือผนัง 2 ชั้น ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

นอกจากนี้ AP Thai ยังมีการออกแบบผนัง Double Wall หรือผนัง 2 ชั้นในบ้านที่มีผนังร่วมกัน โดยเว้นช่องว่างอากาศระหว่างผนังแต่ละฝั่ง เพื่อช่วยลดแรงสั่นสะเทือน ลดเสียงรบกวน เพิ่มความเป็นส่วนตัว ช่วยกันความร้อน และทำให้การติดตั้ง ต่อเติมได้อย่างมั่นใจ

วัสดุประตูและหน้าต่าง

9. ประตู

ประตู วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

ประตูเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สะท้อนการออกแบบบ้านให้ใช้งานได้จริงในทุกวัน โดย AP Thai กำหนดขนาดประตูบ้านเดี่ยวมากกว่า 0.90 เมตร และทาวน์โฮมมากกว่า 0.80 เมตร เพื่อให้เปิด-ปิดใช้งานได้สะดวก รองรับการขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ และตอบโจทย์การใช้งานที่อาจเปลี่ยนไปในอนาคต พร้อมเลือกวัสดุประตูให้เหมาะกับตำแหน่งติดตั้ง สภาพอากาศ และการใช้งาน ดังนี้

  • ประตูไม้จริง: ให้ความสวยงาม หรูหรา โดย AP Thai ยังให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของวัสดุ โดยเลือกใช้ไม้จริงที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSC ตามความเหมาะสมของแต่ละโครงการ เพื่อยืนยันว่าไม้มีที่มาจากแหล่งผลิตที่ได้รับการบริหารจัดการอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
  • ประตูไม้สังเคราะห์ (WPC): ให้ความสวยงามใกล้เคียงไม้จริง ทนต่อความชื้นและสภาพอากาศได้ดี ดูแลรักษาง่าย 
  • ประตูกระจกบานเลื่อน: เชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกได้อย่างไร้รอยต่อด้วยกระจกเขียวตัดแสง เสริมให้บ้านดูโปร่งสบาย รับแสงธรรมชาติโดยไม่สะสมความร้อน และประหยัดพื้นที่เปิด-ปิด ช่วยให้จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
  • ตัวหยุดประตู (Door Stopper): รายละเอียดเล็ก ๆ ตามมาตรฐาน AP CODE ที่ช่วยป้องกันมือจับกระแทกผนังหรือบานประตูชนกัน ลดความเสียหายจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน และช่วยรักษาความสวยงามของบ้านในระยะยาว

10. หน้าต่าง

หน้าต่าง วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

  • หน้าต่างอะลูมิเนียม: แข็งแรง ทนทานต่อแดดและความชื้น ดูแลรักษาง่าย สามารถผลิตเป็นกรอบหน้าต่างขนาดเล็ก จึงช่วยให้บ้านดูโปร่งสบายและทันสมัย 
  • หน้าต่าง UPVC: ดูแลรักษาง่าย มีคุณสมบัติช่วยลดความร้อนและเสียงรบกวนได้ดี 
  • กระจก: กระจกที่ใช้ในบ้านสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก คือกระจกนิรภัย กระจกกันความร้อน และกระจกสำหรับการใช้งานทั่วไป โดยแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและจุดเด่นแตกต่างกัน ดังนี้
    • กลุ่มกระจกนิรภัย: เช่น กระจกเทมเปอร์และกระจกลามิเนต เหมาะกับจุดที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น ประตูบานใหญ่ ฉากกั้นอาบน้ำ ราวกันตก โดยกระจกเทมเปอร์มีความแข็งแรงและแตกเป็นเม็ดเล็ก ๆ ส่วนกระจกลามิเนตมีฟิล์มตรงกลางช่วยยึดเศษกระจกไม่ให้ร่วงหล่นง่าย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เด็ก ผู้สูงอายุ และทุกคนในครอบครัว 
    • กลุ่มกระจกกันความร้อน: เช่น กระจกฉนวนกันความร้อน กระจก Low-E และกระจกสีตัดแสง ช่วยกรองแสงและลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ทั้งนี้โครงการ AP Thai ส่วนใหญ่เลือกใช้กระจกเขียวตัดแสงประสิทธิภาพสูง ช่วยกรองได้มากกว่า 75% และป้องกันความร้อนได้สูงถึง 51% เพื่อช่วยลดความร้อนสะสมและเพิ่มความสบายในการอยู่อาศัย
    • กลุ่มกระจกใช้งานทั่วไป: เช่น กระจกโฟลต ซึ่งเป็นกระจกใสมาตรฐาน ผิวเรียบ และโปร่งแสง เหมาะกับพื้นที่ที่ไม่ได้เสี่ยงต่อแรงกระแทกสูง หากเป็นจุดที่ต้องการความปลอดภัยมากขึ้น จะเลือกใช้กระจกนิรภัยแทน

วัสดุงานห้องน้ำ

11. สุขภัณฑ์

สุขภัณฑ์ วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

AP CODE ใส่ใจการเลือกสุขภัณฑ์ให้เหมาะกับรูปแบบอาคารและการใช้งานจริง โดยบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโด Low Rise มักใช้ระบบ Flush Tank หรือถังพักน้ำ ซึ่งดูแลรักษาง่าย และใช้งานได้ดีแม้แรงดันน้ำไม่สม่ำเสมอ ส่วนอาคารสำนักงานและพื้นที่ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก อาจเลือกใช้ระบบ Flush Valve ที่รองรับการใช้งานต่อเนื่องได้ดีกว่า 

เพื่อช่วยลดปัญหากวนใจในระยะยาว ภายใต้หลัก AP CODE โดย AP Thai จึงใส่ใจรายละเอียดของระบบสุขภัณฑ์ เช่น

  • น้ำไหลแรงและลดการอุดตัน: เลือกใช้วาล์วน้ำแบบเปิดกว้าง ช่วยลดการสะสมของตะกอน
  • ควบคุมน้ำได้แม่นยำ: ใช้วาล์วเติมน้ำที่ช่วยควบคุมระดับน้ำในถังพักให้เหมาะสม
  • ช่วยประหยัดน้ำ: ระบบ Dual Flush เลือกปริมาณน้ำในการชำระได้ตามการใช้งาน
  • ทำความสะอาดง่าย: สุขภัณฑ์ไร้ขอบ Rimless Design ลดซอกมุมสะสมคราบและเชื้อโรค

12. ท่อระบายน้ำ

ท่อระบายน้ำ วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

AP Thai ใส่ใจคุณภาพชีวิตแม้ในจุดที่มองไม่เห็น ผ่านมาตรฐาน AP CODE ที่ให้ความสำคัญกับระบบระบายน้ำในห้องน้ำ เพื่อให้ใช้งานได้สะดวก สะอาด และลดปัญหาจุกจิกในระยะยาว

  • ระดับความลาดเอียงให้ระบายน้ำได้ดี: ออกแบบระดับความลาดเอียงของพื้นและท่อระบายน้ำให้เหมาะสม เพื่อให้น้ำไหลลงท่อได้รวดเร็ว และลดปัญหาน้ำขังหลังใช้งาน
  • ตำแหน่งท่อและตะแกรง: ติดตั้งปากท่อและตะแกรงระบายน้ำให้อยู่ในตำแหน่งที่สอดรับกัน ช่วยให้น้ำไหลลงท่อได้เต็มประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงน้ำซึมลงใต้พื้น
  • เก็บรายละเอียดเรียบร้อย ไร้ช่องว่าง: ตัดกระเบื้องและเก็บขอบตะแกรงแนบสนิท ลดซอกมุมสะสมคราบสกปรก เชื้อโรค และกลิ่นอับจากคราบสะสม เพื่อให้ห้องน้ำดูสะอาดและดูแลรักษาง่ายขึ้น

วัสดุงานบันได

บันได วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

13. โครงสร้างบันได

  • บันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก: บันไดจากคอนกรีตที่เสริมความแข็งแรงด้วยเหล็กเส้น ดูแลรักษาง่าย รับน้ำหนักได้ดี เดินแล้วรู้สึกมั่นคง ไม่มีเสียงดัง
  • บันไดโครงสร้างเหล็ก: บันไดเหล็กมักประกอบโครงสร้างสำเร็จรูปมาจากโรงงาน ติดตั้งไว แข็งแรงและให้ความรู้สึกโปร่งเบา แต่อาจมีการสั่นและมีเสียงสะท้อนเวลาเดินลงน้ำหนัก
  • บันไดโครงสร้างไม้: บันไดที่ประกอบจากไม้ โดดเด่นเรื่องความสวยงามเป็นธรรมชาติ สร้างและติดตั้งได้เร็ว แต่ต้องดูแลรักษามากกว่าโครงสร้างอื่น และเมื่อใช้งานไปนาน ๆ มักมีเสียงดังรบกวนขณะใช้งาน

14. วัสดุปิดผิวบันได

  • หินอ่อน แกรนิต หรือควอตซ์: เสริมลุคหรูหรา แข็งแรง ใช้งานได้ยาวนาน แต่มีน้ำหนักมาก และราคาค่อนข้างสูง
  • คอนกรีตขัดมัน: เหมาะกับบ้านสไตล์ลอฟต์ที่ให้ความรู้สึกเท่ ทนทาน และดูแลง่าย
  • แกรนิตโต้ผิวหยาบ: ลวดลายหลากหลาย ทำความสะอาดง่าย คุ้มค่า และควรเลือกระดับค่า R10-11 เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
  • ไม้จริงหรือไม้จอยต์: เสริมความคลาสสิก เดินสบาย และสามารถขัดทำสีใหม่ได้หากใช้งานไปนาน ๆ

15. ราวบันได

ต้องยึดติดกับโครงสร้างบันไดอย่างแข็งแรง และมีระยะความสูงที่สามารถจับได้ถนัด โดยมาตรฐานอยู่ที่ 85-110 เซนติเมตร จากขั้นบันได 

สัดส่วนบันไดที่เดินสบาย

บันไดที่ดีควรออกแบบให้สอดคล้องกับสรีระของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กและผู้สูงอายุ จึงควรใส่ใจทั้งระยะลูกตั้ง ลูกนอน และความกว้างของบันไดให้เหมาะกับการใช้งานจริง

  • ลูกตั้งพอดี ไม่ชันเกินไป: ความสูงของแต่ละขั้นควรอยู่ในระยะที่เดินสบายประมาณ 17.5-20 เซนติเมตร เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้เหนื่อยเกินไป
  • ลูกนอนกว้างพอให้วางเท้าได้มั่นคง: พื้นที่สำหรับวางเท้าขณะก้าวขึ้น-ลงบันได นิยมออกแบบประมาณ 22-27.5 เซนติเมตร เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
  • ความกว้างของบันได รองรับการใช้งานสบายในทุกก้าว: แม้บันไดบ้านโดยทั่วไปกำหนดความกว้างขั้นต่ำที่ 0.80 เมตร แต่ AP Thai เพิ่มระดับความกว้างตามขนาดครอบครัวและรูปแบบการอยู่อาศัย เช่น 
    • 0.90 เมตร: ในแบรนด์บ้าน MODEN, CENTRO, PLENO และบ้านกลางเมือง ซึ่งเหมาะกับครอบครัวเริ่มต้นหรือครอบครัวขยาย ช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวก แม้เดินสวนกัน
    • 0.95-1.00 เมตร: ในโครงการ THE CITY และบ้านกลางเมือง CLASSE ที่รองรับครอบครัวขยายที่อยู่ร่วมกันหลายเจเนอเรชันและไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง ต้องการปรับฟังก์ชันและขนย้ายของชิ้นใหญ่ได้คล่องตัวมากขึ้น 
    • 1.20 เมตร: ในโครงการ THE PALAZZO และบ้านกลางกรุง ที่ออกแบบสำหรับการอยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี ให้สมาชิกของครอบครัวใหญ่เดินเคียงคู่กันได้สบาย พร้อมเพิ่มความโอ่อ่าและความสะดวกในการใช้งานทุกวัน

วัสดุงานระเบียง

การออกแบบระเบียงและพื้นที่สีเขียว วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

16. กระเบื้องพื้นระเบียง

ระเบียงเป็นพื้นที่ที่ต้องเจอทั้งแดด ฝน และความชื้น วัสดุที่เลือกใช้จึงควรคำนึงถึงความปลอดภัย ความทนทาน และการดูแลรักษาในระยะยาว โดยเฉพาะพื้นระเบียงที่ควรเลือกวัสดุกันลื่น เช่น กระเบื้องแกรนิตโต้ผิวหยาบค่ากันลื่น R11-12 กระเบื้องเซรามิกสำหรับภายนอก หรือไม้สังเคราะห์ (WPC) ที่ทนความชื้นและเหมาะกับพื้นที่เปียกชื้น

17. ราวกันตก

สามารถเลือกได้ทั้งสเตนเลสที่ทนแดด ทนฝน ดูแลรักษาง่าย รวมถึงกระจกนิรภัยแบบเทมเปอร์ และลามิเนต ที่ช่วยให้บ้านดูโปร่งสบาย ไม่บังวิว โดยความสูงของราวกันตกควรเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารแต่ละประเภท 

  • บ้านพักอาศัย: ราวกันตกควรมีความสูงไม่น้อยกว่า 0.90 เมตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน
  • คอนโด Low Rise ไม่เกิน 6 ชั้น: ราวกันตกควรมีความสูงประมาณ 1 เมตร เพื่อรองรับการใช้งานบริเวณระเบียง
  • คอนโดที่มีความสูงตั้งแต่ 6 ชั้นขึ้นไป: ราวกันตกควรมีความสูงประมาณ 1.2-1.5 เมตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้เหมาะกับระดับความสูงของอาคาร

18. ช่องปลูกต้นไม้

ภายใต้แนวคิด Biophilic Design ที่เชื่อมต่อชีวิตให้ใกล้ชิดธรรมชาติ AP Thai ได้ออกแบบช่องปลูกต้นไม้ (Planter Box) ให้รองรับการปลูกต้นไม้ได้โดยไม่รบกวนโครงสร้างบ้าน เช่น เทคนิค Pot-in-Planter ที่ช่วยให้ยกกระถางเข้า-ออกได้สะดวก ลดปัญหารากไม้ชอนไช พร้อมระบบกันซึมและช่องระบายน้ำที่ช่วยลดความเสี่ยงน้ำรั่วซึม น้ำขัง สีหลุดลอก และคราบสะสมในระยะยาว

วัสดุปูพื้น

19. กระเบื้อง

กระเบื้อง วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

  • กระเบื้องเซรามิก: ราคาคุ้มค่า ลวดลายและสีสันหลากหลาย ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับพื้นห้องทั่วไป แต่ไม่เหมาะกับพื้นที่โซนห้องนอน ห้องน้ำ และห้องครัว
  • กระเบื้องพอร์ซเลน: เนื้อแน่น แข็งแรง ซึมซับน้ำต่ำ เหมาะกับพื้นที่เปียกอย่างห้องน้ำ หรือพื้นที่ที่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น โรงจอดรถ 
  • กระเบื้องแกรนิตโต้: กระเบื้องพอร์ซเลนผสมผงหินแกรนิต ผิวสวย ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับพื้นห้องรับแขกหรือโถงหลัก โดยควรปูให้ได้มาตรฐานเพื่อลดปัญหาโพรงใต้แผ่นและการแตกร้าวในอนาคต

AP Thai ให้ความสำคัญกับงานดีไซน์ที่สวยหรูควบคู่ไปกับความแข็งแรงในการใช้งานจริง โดยเฉพาะวัสดุปิดผิวอย่างแผ่นหินธรรมชาติหรือกระเบื้องแกรนิตแผ่นใหญ่ ที่ช่วยยกระดับบรรยากาศของบ้านให้ดูพรีเมียมและใช้งานได้ยาวนาน จึงใส่ใจทั้งการเลือกวัสดุและการติดตั้ง ตั้งแต่พื้นห้องน้ำที่ลดรอยต่อสะสมคราบและเชื้อรา ทำความสะอาดง่าย ไปจนถึงเคาน์เตอร์ครัวที่ติดตั้งอย่างมั่นคง รองรับการใช้งานหนัก ป้องกันรอยขีดข่วนและลดความเสี่ยงการแตกร้าว

20. วัสดุปูพื้นสังเคราะห์

วัสดุปูพื้นสังเคราะห์ วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

  • กระเบื้องไวนิล: ผลิตจากพลาสติก PVC มีความยืดหยุ่น ดูแลรักษาง่าย และติดตั้งได้ทั้งแบบทากาวหรือคลิกล็อก แต่อาจมีการยืดหดตัวได้บ้างเมื่อเจอความชื้นและอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
  • กระเบื้องยาง SPC: ผลิตจากพลาสติกผสมผงหิน จึงมีความแข็งแรง คงรูปได้ดี ยืดหดตัวน้อย และให้สัมผัสแน่นกว่ากระเบื้องไวนิล แต่วัสดุค่อนข้างแข็งและเปราะกว่าจึงควรติดตั้งอย่างระมัดระวัง

21. พื้นไม้

พื้นไม้ วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

  • พื้นไม้จริง: ผลิตจากไม้ธรรมชาติ ให้สัมผัสอบอุ่น ลวดลายสวยเป็นเอกลักษณ์ แข็งแรงและใช้งานได้ยาวนาน อีกทั้งสามารถขัดผิวและทำสีใหม่ได้ แต่ควรระวังเรื่องความชื้น 
  • พื้นไม้ลามิเนต: วัสดุสังเคราะห์จากเส้นใยไม้ผสมเรซิน ทำลวดลายเลียนแบบไม้ธรรมชาติ จุดเด่นคือทนรอยขีดข่วน ดูแลรักษาง่าย และราคาคุ้มค่า เหมาะกับพื้นที่ใช้งานทั่วไปในบ้าน
  • พื้นไม้เอ็นจิเนียร์: ใช้ไม้คัดเกรดเป็นผิวหน้าและเสริมโครงสร้างด้วยไม้เนื้อแข็งหลายชั้นเพื่อเพิ่มความทนทาน จึงให้ความสวยงามแบบไม้แท้ แต่ลดโอกาสการโก่ง บวม ได้ดีกว่าพื้นไม้จริง 

วัสดุตกแต่ง

ตัวอย่างการตกแต่งห้องนอนบ้านจากวัสดุคุณภาพ โดย AP Thai ในโครงการ The Palazzo

22. สีทาบ้าน

การตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนความใส่ใจในระยะยาว โดย AP Thai ร่วมกับ TOA เดินหน้าสร้าง Green Supply Chain ผ่านการคัดสรรวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้มาตรฐานสากล เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลาก EPD (Environmental Product Declaration) และฉลากลดโลกร้อน CFR (Carbon Footprint Reduction) เพื่อนำมาใช้ในโครงการที่อยู่อาศัย อาทิ

  • สีซุปเปอร์ชิลด์ (SuperShield): สำหรับทาอาคารที่ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงแดดได้สูงสุด 99.2%
  • สีโฟร์ซีซั่นส์ (4Seasons): สีที่มีสารระเหยต่ำ เป็นมิตรกับทุกชีวิตภายในบ้าน
  • แผ่นยิปซัม: แผ่นยิปซัมชนิดมาตรฐาน (TOA Proboard) และแผ่นยิปซัมชนิดทนชื้น (TOA Waterproof) ที่ผ่านมาตรฐาน LEED V4 & V4.1 จาก USGBC ที่คำนึงถึงสุขภาพของช่างและผู้อยู่อาศัย

นอกจากความยั่งยืนในเชิงสิ่งแวดล้อม ยังเชื่อมโยงกับคุณภาพการอยู่อาศัยจริง เพราะบ้านที่ดีควรถูกคิดมาตั้งแต่วัสดุที่เลือกใช้ กระบวนการก่อสร้าง ไปจนถึงในทุกวันของการใช้ชีวิต เพื่อส่งมอบ Living Quality ที่แข็งแรง ปลอดภัย อยู่สบาย และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

23. ฝ้า-เพดาน

ความสูงของเพดาน วัสดุสร้างบ้าน ให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว จาก AP Thai

  • แผ่นฝ้าเพดานยิปซัม: ผลิตจากแร่ยิปซัม มีผิวเรียบเนียนและมีน้ำหนักเบา นิยมใช้ทำเป็นฝ้าเพดานภายในบ้านในห้องทั่วไป เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ส่วนบริเวณห้องน้ำและห้องครัวสามารถเลือกใช้แผ่นยิปซัมชนิดทนชื้นได้
  • แผ่นฝ้าเพดานไฟเบอร์ซีเมนต์ / สมาร์ทบอร์ด: ผลิตจากปูนซีเมนต์ผสมเส้นใยสังเคราะห์ มีความแข็งแรง ทนต่อความชื้นและสภาพอากาศกว่าแผ่นยิปซัม จึงสามารถใช้กับฝ้าภายนอกอาคาร เช่น ฝ้าโรงรถและฝ้าชายคาได้ 

เพราะบรรยากาศของการอยู่อาศัยส่งผลต่อความรู้สึกในทุกวัน AP Thai จึงให้ความสำคัญกับรายละเอียดอย่างความสูงฝ้าเพดาน ผ่านมาตรฐาน AP CODE ที่กำหนดความสูงฝ้าให้เหมาะกับรูปแบบบ้าน เพื่อสร้างความโปร่งโล่ง อยู่สบาย และรองรับทุกการใช้งานจริง

  • ฝ้าสูง 2.6-2.8 เมตร: เป็นระยะที่ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ไม่อึดอัด เพิ่มความสมดุลของการไหลเวียนอากาศ ทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น เช่น โครงการทาวน์โฮมกำหนดฝ้าสูงไม่ต่ำกว่า 2.6 เมตร ส่วนโครงการระดับพรีเมียม เช่น บ้านกลางเมือง CLASSE ยกระดับฝ้าสูงไม่ต่ำกว่า 2.80 เมตร
  • ฝ้าสูง 3 เมตรขึ้นไป: เสริมให้บ้านดูโอ่อ่า และโปร่งโล่ง เหมาะกับพื้นที่ส่วนกลางและห้องที่ต้องการความสบายพิเศษ โดย AP Thai ออกแบบแสงสว่าง การระบายอากาศ และสัดส่วนพื้นที่ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง ทั้งนี้ ด้วยฝ้าสูงจึงควรเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศให้สอดคล้องกับพื้นที่ เพื่อให้บ้านเย็นสบายและใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสม

 

คัดสรรวัสดุสร้างบ้านในทุกองค์ประกอบภายใต้แนวคิด AP Code เพื่อส่งมอบ Living Quality ในทุกพื้นที่ โดย AP Thai

AP Thai ให้ความสำคัญกับทุกองค์ประกอบของการอยู่อาศัย ภายใต้มาตรฐาน AP CODE ที่กำหนดแนวทางการออกแบบและคัดสรรรายละเอียดของบ้านอย่างรอบด้าน ตั้งแต่วัสดุคุณภาพ มาตรฐานการก่อสร้าง ไปจนถึงฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง เพื่อส่งมอบ Living Quality ที่สัมผัสได้ในทุกวัน ผ่านพื้นที่ชีวิตที่ถูกคิดมาอย่างเข้าใจ ทั้งด้านความสวยงาม ความทนทาน และความสะดวกสบาย ด้วยความเชื่อว่าบ้านที่ดีคือพื้นที่ที่พร้อมรองรับทุกความต้องการ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว

 

เอพีไทยแลนด์ ช่วยเติมเต็มความหมายของชีวิต

เลือกเป็นเจ้าของโครงการบ้าน คอนโด จาก เอพีไทยแลนด์ เพื่อสร้างชีวิตดี ๆ บนพื้นที่ความสุขที่เราเลือกเอง ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัว ทาวน์โฮมดีไซน์สวยหรือบ้านแฝดฟังก์ชันใหญ่ คอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าเดินทางง่าย และโฮมออฟฟิศพร้อมฟังก์ชันครบครัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ธุรกิจในพื้นที่เดียว เพราะ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย

 

EMPOWER LIVING ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้

คำถามที่พบบ่อย

มาตรฐานคุณภาพบ้าน AP เป็นอย่างไร?

  • จริงและใส่ใจการคัดสรรวัสดุตั้งแต่โครงสร้าง วัสดุก่อสร้าง งานระบบ ไปจนถึงสถาปัตยกรรม และรายละเอียดการอยู่อาศัยในชีวิตประจำวัน เพื่อให้บ้านมีความปลอดภัย อยู่สบาย และดูแลรักษาง่ายในระยะยาว พร้อมส่งมอบ Living Quality คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัยในทุกวัน

AP มีการตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างก่อนส่งมอบบ้านอย่างไร?

  • AP มีการตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างก่อนส่งมอบบ้าน ครอบคลุม 3 ส่วนหลัก ทั้งโครงสร้าง งานระบบน้ำ-ไฟ และงานสถาปัตยกรรม พร้อมการรับประกันโครงสร้างสูงสุด 5 ปี*, งานสถาปัตยกรรม 1 ปี และระบบน้ำ-ไฟ 6 เดือน* ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละโครงการ รวมถึงบริการดูแลหลังการขายโดยทีม SMART และ AP LIVING SERVICE ตลอด 24 ชั่วโมง

บ้าน AP ใช้วัสดุก่อสร้างระบบ Precast หรือก่ออิฐฉาบปูน?

  • บ้าน AP ใช้ทั้งระบบ Precast และระบบก่ออิฐฉาบปูน โดยเลือกใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละโครงการและรูปแบบที่อยู่อาศัย เช่น ทาวน์โฮมอาจใช้ระบบ Precast เพื่อช่วยควบคุมมาตรฐานงานก่อสร้างและลดความเสี่ยงเรื่องรอยต่อ ขณะที่บ้านเดี่ยวบางโครงการเลือกใช้ระบบก่ออิฐฉาบปูนด้วยอิฐมวลเบา (Conventional) เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานและปรับฟังก์ชันในอนาคต