ถอดกลยุทธ์ Sustainability Strategy ของ AP ชูวิสัยทัศน์ผู้นำ ESG ขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาฯ ยุคใหม่สู่ความยั่งยืน

HOMESTORY · HOMESTORY

ถอดกลยุทธ์ Sustainability Strategy ของ AP ชูวิสัยทัศน์ผู้นำ ESG ขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาฯ ยุคใหม่สู่ความยั่งยืน

5 พ.ย. 2026

แชร์ไปยัง

Sustainability Strategy ของ AP ขับเคลื่อนผ่านนโยบาย ESG ที่ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (E) สังคม (S) และการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการกำกับดูแลกิจการ (G)

#เนื้อหาในบทความ

ไม่พลาดข่าวสารและเรื่องราวจาก AP เลือก AP เป็นแหล่งข่าวโปรดใน Google Search

Main Point

  • Sustainability Strategy ของ AP ขับเคลื่อนผ่านนโยบาย ESG ที่ครอบคลุม 3 มิติหลัก เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้อยู่อาศัย ได้แก่ การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) โดยดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน การพัฒนาด้านสังคม (Social) โดยสร้างสังคมแห่งความยั่งยืน และดูแลพนักงานทุกระดับ และการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการกำกับดูแลกิจการ (Governance) โดยดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ โปร่งใส และตรวจสอบได้
  • AP วางเป้าหมายด้านความยั่งยืนทั้งระยะสั้นในปี 2572 และระยะยาวในปี 2575 พร้อมติดตามผลการดำเนินงานที่วัดผลได้ เช่น การใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 55.82% ของปริมาณการสั่งซื้อวัสดุทั้งหมดในปี 2568, การได้รับผลประเมิน CGR ระดับ 5 ดาว “ดีเลิศ” ต่อเนื่อง 10 ปี และการยกระดับมาตรฐาน ESG ของคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน

 

เมื่อพูดถึงความยั่งยืนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หลายคนอาจนึกถึงแค่บ้านประหยัดพลังงานหรือพื้นที่สีเขียวในโครงการ แต่สำหรับ AP ความยั่งยืนเริ่มต้นตั้งแต่การกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ขององค์กร ก่อนถ่ายทอดสู่กลยุทธ์ความยั่งยืน (Sustainability Strategy) ที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบาย ESG ครอบคลุมทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล แล้วต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการบ้านและคอนโดแต่ละโครงการ ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้านอย่างยั่งยืน

 

จุดมุ่งหมายและกลยุทธ์ Sustainability Strategy ของ AP เพื่อความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน

จากวิสัยทัศน์ "ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้" สู่แนวคิด "ชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน"

จุดมุ่งหมาย กลยุทธ์และแนวคิดหลักในการดำเนินงานด้านความยั่งยืน

กลยุทธ์ความยั่งยืนของ AP เริ่มต้นจากการเชื่อมโยงวิสัยทัศน์หลัก “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” เข้ากับแนวคิด “ชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน” เพื่อให้การพัฒนาบ้านและคอนโดตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน ควบคู่กับการดำเนินงานอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

แนวคิด ความหมาย
ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ วิสัยทัศน์หลักขององค์กร เน้นพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการออกแบบที่เข้าใจผู้คน และเปิดโอกาสให้ลูกค้ากำหนดรูปแบบชีวิตของตนเอง
ชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ผสานการเติบโตทางธุรกิจกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

3 พลังแห่งการเลือกที่ขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่าน GREEN ENVIRONMENT, GREAT SOCIAL และ GOOD GOVERNANCE

เพราะ "ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้" ต้องเป็นชีวิตที่ยั่งยืน AP จึงตั้งใจขับเคลื่อนแนวคิด "ชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน" ผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ เลือกทำเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี (CHOOSE GREEN ENVIRONMENT) เลือกสร้างโอกาสให้ผู้คนในสังคมมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (CHOOSE GREAT SOCIAL) และเลือกสร้างองค์กรที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ (CHOOSE GOOD GOVERNANCE) เพื่อส่งมอบชีวิตดีๆ ให้กับผู้คนในสังคม

3 มิติหลักด้านความยั่งยืน

มิติ ความหมาย
CHOOSE GREEN ENVIRONMENT เลือกทำเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมุ่งเป้าสู่การเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050
CHOOSE GREAT SOCIAL เลือกลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างโอกาสให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างมีศักยภาพ
CHOOSE GOOD GOVERNANCE เลือกสร้างองค์กรที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อส่งมอบชีวิตดีๆ ให้กับผู้คนในสังคม

 

Sustainability Strategy ของ AP ขับเคลื่อนผ่านนโยบาย ESG ครอบคลุม 3 มิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ

ในฐานะบริษัทอสังหาฯ ที่มีนโยบาย ESG อย่างเป็นรูปธรรม AP กำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนครอบคลุม 3 มิติหลักในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้อยู่อาศัย ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ โดยนำแนวคิด ESG มาปรับใช้ในการดำเนินงาน พร้อมกำหนดเป้าหมาย แนวทางปฏิบัติ และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

มิติการพัฒนา เป้าหมายหลัก แนวทางสำคัญ กลุ่มที่ได้รับประโยชน์
สิ่งแวดล้อม (E) ดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน
  • ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • สรรหาวัสดุทางเลือก
  • จัดการของเสีย
  • ลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานฟุ่มเฟือย
  • ปลูกจิตสำนึกการอยู่อาศัย
  • ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม
  • ผู้อยู่อาศัย
  • ชุมชน
  • สิ่งแวดล้อม
สังคม (S) สร้างสังคมแห่งความยั่งยืน และดูแลพนักงานทุกระดับ
  • ดูแลผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรม
  • พัฒนาสาธารณประโยชน์
  • พัฒนาความเป็นอยู่และสภาพแวดล้อมของชุมชน 
  • พัฒนาศักยภาพและอบรมพนักงาน
  • สร้างที่ทำงานปลอดภัยและมีความสุข
  • สร้างแรงกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน
  • ชุมชน
  • สังคม
  • พนักงาน
เศรษฐกิจและการกำกับดูแลกิจการ (G) ดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
  • กำกับดูแลโดยคณะกรรมการ
  • พัฒนาสินค้า บริการและนวัตกรรม
  • ส่งเสริมจรรยาบรรณคู่ค้า
  • บริหารความเสี่ยง
  • ลูกค้า
  • คู่ค้าและพันธมิตร
  • ผู้มีส่วนได้เสีย

 

1. การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental)

AP มุ่งดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญกับการจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน หัวใจของมิตินี้คือการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจอสังหาฯ ที่ใช้ทั้งวัสดุก่อสร้าง พลังงาน และที่ดินจำนวนมาก โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

  • ใส่ใจ ดูแลรักษา และใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  • สรรหาวัสดุทางเลือกเข้ามาใช้ เพื่อตอบสนองนโยบายและหลักการด้านความยั่งยืน
  • ส่งเสริมการบริหารจัดการของเสียจากกระบวนการผลิต
  • ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและถูกวิธี และหาวิธีลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานที่ฟุ่มเฟือย
  • ปลูกจิตสำนึกพื้นฐานในการอยู่อาศัยของคนในชุมชน ให้อยู่ร่วมกันและใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า
  • ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคมให้น้อยที่สุด ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

2. การพัฒนาด้านสังคม (Social)

เพื่อสร้างสังคมแห่งความยั่งยืน AP จึงดำเนินงานด้านสังคมครอบคลุม 2 กลุ่มหลัก คือ ชุมชนและสังคมภายนอกองค์กร และพนักงานทุกระดับภายในองค์กร

รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประจำปี 2568 ของ AP

สำหรับชุมชนและสังคม AP ให้ความสำคัญกับชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยวางแนวทางไว้ดังนี้

  • ดูแลชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม
  • ส่งเสริมและพัฒนาสาธารณประโยชน์
  • สนับสนุนการพัฒนาความเป็นอยู่และสภาพแวดล้อมของชุมชนให้ดีขึ้น

สำหรับพนักงาน AP ให้ความสำคัญกับพนักงานทุกระดับ โดยวางแนวทางไว้ดังนี้

  • ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและความสามารถของพนักงาน
  • สนับสนุนการอบรมให้ความรู้ทั้งภายนอกและภายในองค์กร
  • สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและมีความสุข
  • สร้างแรงกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดในการทำงาน
  • ดูแลสวัสดิการ ค่าตอบแทน สุขภาพ และด้านอื่นๆ ให้พนักงานมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

3. การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการกำกับดูแลกิจการ (Governance)

AP ดำเนินธุรกิจตามหลักการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างมีจรรยาบรรณ โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล โดยมีแนวทางดังนี้ 

  • กำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและพัฒนาความยั่งยืนทำหน้าที่ตรวจสอบและรับผิดชอบ
  • พัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง
  • คิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยพัฒนาสินค้าและบริการ ให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม
  • ส่งเสริมให้พันธมิตร คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ดำเนินธุรกิจตามจรรยาบรรณ
  • บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมายตามหลักธรรมาภิบาล

 

เจาะลึก Sustainability Strategy ด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ของ AP บทพิสูจน์ของบริษัทอสังหาฯ ที่เป็นผู้นำด้านความยั่งยืน

นโยบายที่แข็งแกร่งจะต้องลงมือทำและสามารถวัดผลได้ AP ดำเนินงานพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่พื้นที่ก่อสร้าง สำนักงาน ไปจนถึงโครงการบ้านและคอนโด พร้อมเปิดเผยผลการดำเนินงานผ่านข้อมูลตัวเลขและตัวอย่างโครงการที่เป็นรูปธรรม เพื่อแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าและความโปร่งใสในการขับเคลื่อนความยั่งยืน

AP ใส่ใจสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การเลือกวัสดุรักษ์โลก เผยสัดส่วนการสั่งซื้อแตะ 55.82% ในปี 2568

วัสดุก่อสร้างคือจุดที่ธุรกิจอสังหาฯ สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดจุดหนึ่ง AP จึงตั้งเป้าเป็นตัวเลขชัดเจน และเริ่มนำแนวคิด Circular Economy กับ BCG Model มาใช้ เพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่และเพิ่มการใช้วัสดุหมุนเวียน

AP บริหารจัดการวัสดุก่อสร้าง และผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ 

เป้าหมายการดำเนินงาน

เป้าหมายการดำเนินงาน เป้าหมายระยะสั้น ปี 2572 เป้าหมายระยะยาว ปี 2575 เป้าหมายปีปัจจุบัน ผลการดำเนินงาน ปี 2568
สัดส่วนการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างน้อย 60% ต่อปริมาณการสั่งซื้อวัสดุทั้งปี อย่างน้อย 60% ต่อปริมาณการสั่งซื้อวัสดุทั้งปี อย่างน้อย 55% ต่อปริมาณการสั่งซื้อวัสดุทั้งปี 55.82% ต่อปริมาณการสั่งซื้อวัสดุทั้งปี

 

AP ยกระดับการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

AP ยังคงมุ่งมั่นเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การออกแบบและพัฒนาโครงการ โดยกำหนดแนวทางคัดเลือกวัสดุที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากร เพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนี้

  • เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน โดยให้ความสำคัญกับวัสดุที่ได้รับฉลากสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ และวัสดุที่ช่วยลดการสะสมความร้อนของอาคาร
  • ส่งเสริมเทคโนโลยีและวัสดุก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น Prefabrication, Precast Materials และ Fiber Cement เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้าง ลดของเสีย และลดระยะเวลาดำเนินงาน
  • หลีกเลี่ยงวัสดุที่มีสารอันตราย โดยให้ความสำคัญกับการประเมินผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (LCA) วัสดุที่มีสารระเหยต่ำ (Low VOC) และไม่ใช้วัสดุที่มีส่วนประกอบของแร่ใยหิน (Asbestos)

ตัวอย่างวัสดุที่ AP เลือกใช้จริงในโครงการ

วัสดุ เหตุผลที่เลือกใช้
ปูนซีเมนต์ SCG สูตรไฮบริด อยู่ภายใต้ฉลาก SCG Green Choice ด้านประหยัดพลังงานและลดโลกร้อน
คอนกรีตโครงสร้างคาร์บอนต่ำ CPAC ลด CO2 ในการผลิตอย่างน้อย 25 กก. ต่อลูกบาศก์เมตร ช่วยลดฝุ่น PM 2.5 และใช้รถโม่เล็กที่เสียงเบาและเข้าพื้นที่แคบได้
กระจกเขียวตัดแสง ให้แสงผ่านได้ 75% แต่ให้ความร้อนผ่านเพียง 49% บ้านสว่างแต่ไม่ร้อน
กระเบื้องหลังคาคอนกรีต ตราเพชร ใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิต คาร์บอนฟุตพรินต์ 11.7 kgCO2e/ตร.ม. สะท้อนความร้อนได้ถึง 45%
สีทาอาคาร TOA และ NIPPON PAINT Vinilex Acrylic สะท้อนความร้อน ช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน ได้ฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 และฉลากเขียว
อิฐมวลเบาคิวคอน กันความร้อน เสียง และไฟ ลดพลังงานระบบทำความเย็นได้ประมาณ 20% รองรับงาน LEED และ Green Building
ไม้จริงมาตรฐาน FSC ใช้ไม้ FSC 100% กับพื้นบ้านและประตูไม้ของบางโครงการ
สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ Kohler ประหยัดน้ำได้ทันทีโดยไม่ลดคุณภาพการใช้งาน
ไฟฟ้าแบบเซ็นเซอร์ (Motion Sensor) ใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง ลดการใช้ไฟที่ไม่จำเป็น

 

AP ต่อยอด Circular Economy ผ่านโครงการ Tree Re-Use ย้ายต้นไม้เดิมไปปลูกใหม่ อัตรารอดสูงถึง 95%

หนึ่งในตัวอย่างการดำเนินงานของ AP ที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือโครงการ Tree Re-Use ซึ่งนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้ด้วยการย้ายต้นไม้เดิมจากโครงการที่ต้องคืนสภาพพื้นที่ ไปปลูกและใช้ประโยชน์ในโครงการใหม่ ช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและลดความจำเป็นในการจัดหาต้นไม้ใหม่

การขุดย้ายต้นไม้จาก บ้านกลางเมือง The Edition ปิ่นเกล้า - บรมฯ 2

ตัวอย่างโครงการ อาทิ การขุดย้ายต้นไม้จากโครงการ บ้านกลางเมือง The Edition ปิ่นเกล้า - บรมฯ 2 ไปยังพื้นที่โครงการ บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์ - สาทร

ผลลัพธ์ ตัวเลข
อัตรารอดของต้นไม้ที่ขุดย้าย 95%
ค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้ เฉลี่ย 192,500 บาทต่อโครงการ

แม้การย้ายต้นไม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะระบบรากมีข้อจำกัดด้านความแข็งแรงและอาจได้รับผลกระทบระหว่างขนย้าย แต่ AP ได้ใช้เวลากว่า 1 ปีในการทดสอบ ปรับปรุงวิธีการทำงาน และพัฒนาแนวทางการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง จนประสบความสำเร็จด้วยอัตราการรอดของต้นไม้สูงถึง 95% นอกจากจะช่วยลดการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังช่วยบริษัทประหยัดค่าใช้จ่ายได้เฉลี่ย 192,500 บาทต่อโครงการ รวมถึงลดความเสี่ยงจากภาวะขาดแคลนและต้นทุนที่ผันผวนของต้นไม้ล้อมในตลาดได้อย่างยั่งยืน

 

AP บริหารพลังงานอย่างคุ้มค่า โดยลดการใช้ไฟฟ้าสำนักงานใหญ่ 18.36% พร้อมประหยัดค่าไฟส่วนกลางกว่า 3.6 ล้านบาทต่อปีด้วยโซลาร์เซลล์

เป้าหมายการดำเนินงาน

เป้าหมายการดำเนินงาน เป้าหมายระยะสั้น ปี 2572 เป้าหมายระยะยาว ปี 2575 เป้าหมายปีปัจจุบัน ผลการดำเนินงาน ปี 2568
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในสำนักงานใหญ่ ลดลงอย่างน้อย 15% จากปี 2567 ลดลงอย่างน้อย 15% จากปี 2567 ลดลงอย่างน้อย 10% จากปี 2567 ลดลง 18.36% จากปี 2567
ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อจำนวนพนักงานรวม ไม่เกิน 0.55 เมกะวัตต์-ชั่วโมง/คน ไม่เกิน 0.55 เมกะวัตต์-ชั่วโมง/คน ไม่เกิน 0.55 เมกะวัตต์-ชั่วโมง/คน 0.35 เมกะวัตต์-ชั่วโมง/คน
ปริมาณการใช้พลังงานทางเลือก (โซลาร์เซลล์) เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน เพิ่มขึ้น 5% จากปี 2567 เพิ่มขึ้น 12.54% จากปี 2567

 

4 มาตรการประหยัดพลังงานของ AP ตั้งแต่สำนักงานสู่โครงการที่อยู่อาศัย

  1. ปรับเวลาเปิด-ปิดแอร์ และควบคุมอุณหภูมิระบบปรับอากาศ โดยเปิดช้าลง 30 นาทีช่วงเช้า ปิดเร็วขึ้น 15 นาทีช่วงเย็น และตั้งอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส
  2. รณรงค์ให้พนักงานลดการใช้ไฟ และปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน
  3. ออกแบบโครงการด้วยนวัตกรรมประหยัดพลังงาน เช่น กระจกเขียวตัดแสง สีสะท้อนความร้อน แผ่นสะท้อนความร้อนใต้หลังคา และเปิดรับแสงและลมมากกว่าที่กฎหมายกำหนด
  4. ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในสำนักงานขายและพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการแนวสูง และสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ลูกบ้านที่ต้องการ 

ผลการใช้ไฟฟ้าสำนักงานใหญ่

ปี การใช้ไฟฟ้า (MWh) ไฟฟ้าต่อพนักงาน (MWh/คน)
2565 1,536.77 0.55
2566 1,638.57 0.52
2567 1,486.71 0.44
2568 1,213.68 0.35

 

จากการเดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงานทำให้ในปี 2568 AP สามารถลดการใช้ไฟฟ้าภายในสำนักงานใหญ่ได้ถึง 18.36% เมื่อเทียบกับปี 2567 สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยลดลงไม่น้อยกว่า 10% แม้จำนวนพนักงานจะเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณการใช้ไฟฟ้าโดยรวมกลับลดลง แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมวางแผนขยายขอบเขตการรายงานการใช้พลังงานให้ครอบคลุมสำนักงานขาย (Sales Gallery)

AP ยกระดับพลังงานสะอาด ด้วยการขยายติดตั้งโซลาร์เซลล์ ครอบคลุมบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโด

นอกจากการลดใช้พลังงานภายในองค์กรแล้ว AP ยังส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในโครงการที่อยู่อาศัย โดยขยายการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ส่วนกลางของโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโด ให้มีกำลังผลิตและครอบคลุมโครงการมากขึ้น ส่งผลให้ในปี 2568 มีการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น 12.54% เมื่อเทียบกับปี 2567

ผลการดำเนินงานปี 2568 ผลลัพธ์
ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ 829.96 MWh (เพิ่มขึ้น 12.54% จากปี 2567)
ก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ 394,229.91 kgCO2e
เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 26,281.99 ต้น
ค่าไฟส่วนกลางที่ประหยัดได้ ประมาณ 3,669,823.96 บาทต่อปี

 

นอกจากนี้ AP ยังได้นำร่องติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้ในตัวบ้านสำหรับบางโครงการ รวมถึงการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับ (Ready to Installation) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านที่ต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในอนาคตได้อย่างง่ายดาย

AP บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยประเมินความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ 49 โครงการ พร้อมลดการใช้น้ำสำนักงานใหญ่ 8.04%

เป้าหมายการดำเนินงาน

เป้าหมายการดำเนินงาน เป้าหมายระยะสั้น ปี 2572 เป้าหมายระยะยาว ปี 2575 เป้าหมายปีปัจจุบัน ผลการดำเนินงาน ปี 2568
ลดการใช้น้ำในสำนักงานใหญ่ ลดลง 10% ภายในปี 2572 (เทียบจากปี 2567) ลดลง 10% ภายในปี 2572 (เทียบจากปี 2567) ลดลง 5% จากปี 2567 ลดลง 8.04%

 

AP ใส่ใจการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2568 ได้นำเครื่องมือ Aqueduct Water Risk Atlas Version 4.0 ของสถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute: WRI) มาใช้ประเมินความเสี่ยงด้านการขาดแคลนน้ำในโครงการที่อยู่อาศัยจำนวน 49 โครงการ เพื่อวางแผนรับมือและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชนโดยรอบ

ผลการประเมิน

ระดับความตึงเครียดด้านน้ำ สัดส่วนโครงการ พื้นที่
Extremely High (มากกว่า 80%) ประมาณ 46.9% ส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
High (40-80%) ประมาณ 51.0% ส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
Medium-High (20-40%) ประมาณ 2.0% โครงการต่างจังหวัด

 

แม้ผลการประเมินของโครงการส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับ High ขึ้นไปและถูกจัดเป็นพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ แต่โครงการเหล่านี้ใช้น้ำจากการประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาคเป็นหลัก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้แหล่งน้ำธรรมชาติร่วมกับชุมชนโดยตรง และลดโอกาสเกิดผลกระทบต่อชุมชน ทั้งนี้ ในปี 2568 ยังไม่พบประเด็นการขาดแคลนน้ำหรือข้อร้องเรียนจากชุมชนเกี่ยวกับการใช้น้ำ

AP ยกระดับการจัดการน้ำเสีย พร้อมนำน้ำบำบัดกลับมาใช้ใหม่

อีกหนึ่งแนวทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ของ AP คือทุกโครงการของ AP มีระบบบำบัดน้ำเสีย พร้อมควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งให้เป็นไปตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ ระหว่างก่อสร้าง AP ยังจัดให้มีบ่อดักตะกอนก่อนระบายน้ำออกจากพื้นที่ และนำน้ำจากบ่อกลับมาใช้ทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างและล้อรถที่เข้า-ออกโครงการ รวมถึงมีหน่วยงานภายนอก (Third Party) เข้าตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งเป็นประจำทุกเดือน โดยเฉพาะในโครงการแนวสูง

เป้าหมายการดำเนินงาน

เป้าหมายการดำเนินงาน เป้าหมายระยะสั้น ปี 2572 เป้าหมายระยะยาว ปี 2575 เป้าหมายปีปัจจุบัน ผลการดำเนินงาน ปี 2568
ลดปริมาณการปล่อยน้ำเสียในสำนักงานใหญ่ ลดลง 10% ภายในปี 2572 (เทียบจากปี 2567) ลดลง 10% ภายในปี 2572 (เทียบจากปี 2567) ลดลง 5% จากปี 2567 ลดลง 8.04% ของปริมาณน้ำทิ้งจากปี 2567

 

ตัวอย่างโครงการ: Grey Water ที่ Centro รัตนาธิเบศร์ 2

ระบบ Grey Water เป็นการนำน้ำใช้ทั่วไปจากบ้านที่ผ่านการบำบัดขั้นแรกแล้ว มาบำบัดอีกครั้งในพื้นที่ส่วนกลาง จากนั้นนำไปล้างถนนและรดน้ำต้นไม้ในโครงการ

ผลที่ Centro รัตนาธิเบศร์ 2 ตัวเลขต่อเดือน
น้ำบำบัดที่นำกลับมาใช้ 2,253.90 ลบ.ม.
ค่าใช้จ่ายส่วนกลางที่ลดได้ 48,797.21 บาท

 

AP เข้มงวดมาตรการควบคุมฝุ่นก่อสร้าง ไม่พบปริมาณฝุ่นเกินมาตรฐานในทุกโครงการ

ฝุ่นจากงานก่อสร้างเป็นปัญหาที่คนเมืองรู้สึกได้ทันที โดยเฉพาะช่วงฤดูฝุ่น PM2.5 ดังนั้น AP จึงกำหนดให้เรื่องมลพิษทางอากาศเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และตั้งเป้าว่าฝุ่น PM10 จากการก่อสร้างต้องไม่เกิน 0.12 มก./ลบ.ม. ในทุกโครงการ และต้องไม่มีข้อร้องเรียนจากชุมชน

เป้าหมายการดำเนินงาน

เป้าหมายการดำเนินงาน เป้าหมายระยะสั้น ปี 2572 เป้าหมายระยะยาว ปี 2575 เป้าหมายปีปัจจุบัน ผลการดำเนินงาน ปี 2568
ควบคุมปริมาณฝุ่นที่เกิดจากการก่อสร้างไม่ให้เกินค่ามาตรฐานทุกโครงการ 0 โครงการ 0 โครงการ 0 โครงการ 0 โครงการ
ไม่มีข้อร้องเรียนจากชุมชนรอบเขตก่อสร้าง ด้านปัญหามลพิษทางอากาศ ไม่มีข้อร้องเรียน ไม่มีข้อร้องเรียน ไม่มีข้อร้องเรียน ไม่มีข้อร้องเรียน
ควบคุมฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) จากการก่อสร้างไม่ให้เกิน 0.12 มก./ลบ.ม. 0 โครงการ 0 โครงการ 0 โครงการ 0 โครงการ

 

มาตรการหน้างานที่ใช้จริง 

การป้องกันฝุ่นในพื้นที่ก่อสร้าง

  • ติดตั้งรั้วทึบรอบไซต์ และตาข่ายกันฝุ่นรอบตัวอาคาร
  • ฉีดพรมน้ำลดการฟุ้งกระจาย
  • ปิดคลุมวัสดุก่อสร้างและกระบะรถขนส่งให้มิดชิด
  • ล้างล้อรถก่อนออกจากไซต์
  • จำกัดความเร็วรถในไซต์ไม่เกิน 20 กม./ชม.
  • และห้ามติดเครื่องทิ้งไว้ และดูแลเครื่องจักรอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพดีเสมอ

แนวทางการจัดการและติดตามผล

  • เลือกใช้เครื่องจักรที่ผ่านการตรวจสอบสมรรถนะอย่างสม่ำเสมอ
  • ลดงานที่ก่อฝุ่นในช่วงที่ค่า PM2.5 สูง ตามข้อมูลกรมควบคุมมลพิษ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด
  • มอบหมายผู้จัดการโครงการและวิศวกรควบคุมงานดูแลการปฏิบัติตามมาตรการ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากชุมชน และจัดทำมาตรการป้องกันผลกระทบ
  • ให้ห้องปฏิบัติการภายนอกตรวจ NOx, SOx, PM10, TSP และ CO และรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแล

ในช่วงก่อสร้าง AP ตรวจวัดคุณภาพอากาศเป็นประจำทุกเดือน ผลการตรวจไม่พบการปล่อยมลพิษทางอากาศเกินค่ามาตรฐานในทุกพารามิเตอร์และทุกโครงการ ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM10 ของ 11 โครงการคอนโดที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง เช่น ASPIRE, LIFE, RHYTHM ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน 0.12 มก./ลบ.ม. ทั้งหมด 

AP จัดการขยะและของเสียอย่างยั่งยืน ตั้งแต่สำนักงาน ไซต์ก่อสร้าง จนถึงโครงการที่อยู่อาศัย

ในฐานะบริษัทอสังหาฯ ที่มีนโยบาย ESG อย่างชัดเจน AP ยังบริหารจัดการของเสียตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ครอบคลุมพื้นที่สำนักงาน ไซต์ก่อสร้าง ไปจนถึงโครงการที่อยู่อาศัยโดยมุ่งสู่เป้าหมายการลดขยะฝังกลบให้เป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ผ่านกระบวนการบริหารงานคุณภาพ PDCA ตั้งแต่การวางแผน ลงมือปฏิบัติ ตรวจสอบ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมพฤติกรรมตามหลัก 3Rs ทั้ง Reduce ลดการใช้ทรัพยากร Reuse นำกลับมาใช้ซ้ำ และ Recycle นำกลับมารีไซเคิล เพื่อช่วยลดปริมาณขยะและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

เป้าหมายการดำเนินงาน

เป้าหมายการดำเนินงาน เป้าหมายระยะสั้น ปี 2572 เป้าหมายระยะยาว ปี 2575 เป้าหมายปีปัจจุบัน ผลการดำเนินงาน ปี 2568
การฝึกอบรมเรื่องแนวคิดด้านการจัดการขยะของเสียให้แก่พนักงานและผู้รับเหมา 100% 100% 100% ภายในปี 2572 100%
ลดปริมาณของเสียไม่อันตรายในสำนักงานใหญ่ ลดลง 20% ภายในปี 2572 ลดลง 20% รักษาระดับ ลดลง 10% ภายในปี 2567 เพิ่มขึ้น 2.09% (แต่ขยะทั่วไปลดลง 0.10% ขยะ Recycle เพิ่มขึ้น 79.20% สัดส่วนขยะที่เข้าสู่การรีไซเคิลเพิ่มประมาณ 4.84%)
ปริมาณขยะรีไซเคิลในสำนักงานใหญ่ 20% เมื่อเทียบกับปริมาณของเสียไม่อันตราย 20% เมื่อเทียบกับปริมาณของเสียไม่อันตราย 5% เมื่อเทียบกับปริมาณของเสียไม่อันตราย 5% เมื่อเทียบกับปริมาณของเสียไม่อันตราย
ลดปริมาณของเสียไม่อันตรายจากโครงการก่อสร้าง ลดลง 10% จากปี 2567 ลดลง 15% จากปี 2567 ลดลง 10% จากปี 2567 อยู่ระหว่างการจัดเก็บข้อมูล
ปริมาณขยะจากการคัดแยกในโครงการแยก-เท-ได้ 100 ตันต่อปี 100 ตันต่อปี 100 ตันต่อปี 131 ตัน

 

ตัวอย่างโครงการ: "แยก-เท-ได้" และ Eco Waste Station

โครงการแยก-เท-ได้ (Know Waste, No Waste) ที่พัฒนาขึ้นจากความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกบ้านทาวน์โฮมและบ้านแฝด ก่อนจะนำมาต่อยอดสู่ Eco Waste Station จุดคัดแยกขยะส่วนกลางที่รองรับทั้งขยะทั่วไป ขยะเปียก ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย

ในปี 2568 AP ยังร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ขยายผลภายใต้โครงการบ้านนี้ไม่เทรวม โดยนำ Eco Waste Station ไปใช้ในโครงการทาวน์โฮมและบ้านแฝด เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพภายในชุมชน พร้อมผลการดำเนินงานที่วัดได้ ดังนี้

ผลโครงการบ้านนี้ไม่เทรวม ปี 2568 ตัวเลข
โครงการทาวน์โฮมและบ้านแฝดในกรุงเทพฯ ที่เข้าร่วม 38 โครงการ
จำนวนครัวเรือนที่ครอบคลุม กว่า 7,378 ครัวเรือน
ปริมาณขยะที่ส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล กว่า 49,000 กิโลกรัม
ก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ ประมาณ 100.3 tCO2e

 

ตัวอย่างโครงการ: Waste to Value ร่วมกับ Q-CON

อีกหนึ่งตัวอย่างการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้คือ โครงการ Waste to Value ที่ AP ร่วมมือกับบริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Q-CON นำเศษอิฐมวลเบาและวัสดุเหลือใช้จากไซต์ก่อสร้างกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อแปรรูปเป็นวัสดุก่อสร้างใหม่ เช่น บล็อกช่องลมและคอนกรีตบล็อก สำหรับนำกลับมาใช้เป็นส่วนประกอบของ Eco Waste Station และห้องพักขยะภายในโครงการ เกิดเป็นวงจรการใช้วัสดุแบบปิด (Closed loop) ที่ลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่ได้

โดย AP มีแผนเริ่มต้นที่โครงการบ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2 ก่อนขยายผลไปยังโครงการอื่นในอนาคต สำหรับปี 2568 AP สามารถส่งเศษอิฐมวลเบากลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ 11,990 กิโลกรัม พร้อมศึกษาการนำวัสดุเหลือใช้อื่นๆ เช่น เศษไม้บันได ลามิเนต กระเบื้อง และเหล็ก มาต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป

โครงการ Waste to Value ต่อยอดวัสดุเหลือใช้ให้กลับมาเกิดประโยชน์อีกครั้ง โดยร่วมมือกับ Q-CON

AP บริหารจัดการด้านภูมิอากาศ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050

AP ผนวกประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร โดยมีคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืนกำหนดเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกและติดตามผลทุกไตรมาส พร้อมเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN)

เป้าหมายการดำเนินงาน

เป้าหมายการดำเนินงาน เป้าหมายระยะสั้น ปี 2572 เป้าหมายระยะยาว ปี 2575 เป้าหมายปีปัจจุบัน ผลการดำเนินงาน ปี 2568
ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉพาะสำนักงานใหญ่ (ขอบเขต 1+2) 20% จากปีฐาน 2567 20% จากปีฐาน 2567 5% จากปีฐาน 2567 14.91% จากปี 2567
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยพื้นที่ (Carbon Intensity) ของขอบเขตที่ 1 และ 2 - - - 0.0898 tCO2e/ตร.ม.
การสะสมปริมาณการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้จากโครงการหย่อมป่า อย่างน้อย 1,000 tCO2e 1,000 tCO2e 500 tCO2e 528 tCO2e

 

บริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (TCFD) พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)

AP พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยนำกรอบการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (TCFD) มาใช้ประเมินความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ไปจนถึงความเสี่ยงด้านคู่ค้าและความน่าเชื่อถือขององค์กร พร้อมมองหาโอกาสใหม่ๆ จากการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ประเภท ตัวอย่างความเสี่ยงหรือโอกาส แนวทางของ AP
ความเสี่ยงทางกายภาพ พายุ ฝนหนัก น้ำท่วมฉับพลัน คลื่นความร้อน ภัยแล้ง และดินทรุด ใช้ข้อมูลภัยพิบัติประกอบการคัดเลือกที่ดิน ออกแบบระดับถมที่และระบบระบายน้ำ จัดทำแผนฉุกเฉินและ BCP รวมถึงเลือกใช้วัสดุทนทาน
ความเสี่ยงด้านกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาษีคาร์บอน และมาตรฐานอาคารสีเขียว ติดตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง พัฒนาระบบข้อมูลรองรับการเปิดเผยข้อมูล และศึกษามาตรฐานอาคารสีเขียว
ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและตลาด ความต้องการโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมาตรฐาน ESG ของลูกค้าและนักลงทุนเพิ่มขึ้น พัฒนาโครงการที่ใช้พลังงานและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิต พร้อมสื่อสารคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม
ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง ผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมไม่ชัดเจนหรือไม่ตรงกับที่สื่อสาร เสี่ยงถูกมองว่า Greenwashing กำหนดกลยุทธ์และเป้าหมาย ESG/Climate ให้ชัดเจน เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส และสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย
ความเสี่ยงด้านสังคม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมาตรการ ESG อาจส่งผลต่อแรงงาน คู่ค้า ชุมชน และลูกค้า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมาตรการด้าน ESG อาจกระทบแรงงาน คู่ค้า ชุมชน และลูกค้า
ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี การใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำมีต้นทุนสูง เสี่ยงเลือกเทคโนโลยีไม่เหมาะสมและขยายผลได้ยาก ประเมินความคุ้มค่าก่อนใช้งาน ทดลองในโครงการนำร่อง พัฒนาระบบข้อมูล ESG และเสริมทักษะพนักงานและคู่ค้า
ความเสี่ยงด้านการเงิน ต้นทุนพลังงาน วัสดุ และเทคโนโลยีสีเขียวเพิ่มขึ้น อาจกระทบต้นทุนการพัฒนาโครงการและการเข้าถึงเงินทุน บูรณาการ Climate และ ESG ในแผนการเงิน ประเมินต้นทุนและผลตอบแทน เปิดเผยข้อมูล และติดตามโอกาสด้านเงินทุนสีเขียว
โอกาสด้านเงินทุน Green Loan และ Sustainability-linked Loan พัฒนาระบบข้อมูลด้านก๊าซเรือนกระจก พลังงาน น้ำ วัสดุ และของเสีย พร้อมกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
โอกาสด้านการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารพลังงาน น้ำ วัสดุก่อสร้าง และของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนและสนับสนุน Circular Economy วางแผนการใช้วัสดุอย่างเหมาะสม ส่งเสริม Reuse/Recycle ใช้นวัตกรรมลดการใช้ทรัพยากร และติดตามการใช้พลังงาน น้ำ วัสดุ และของเสียในโครงการ
โอกาสด้านการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก Solar Rooftop ระบบไฟฟ้าประหยัดพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มความน่าสนใจของโครงการ ขยายการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ติดตั้งหรือเตรียม EV Charging/EV Ready และติดตามผลการประหยัดพลังงาน
โอกาสด้านสินค้าและบริการที่อยู่อาศัย ลูกค้าต้องการบ้านประหยัดพลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และดีต่อสุขภาพ ศึกษาความต้องการลูกค้า ออกแบบอาคารประหยัดพลังงาน เพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมสุขภาวะ และพัฒนา Smart Home/Smart Meter
โอกาสด้านความร่วมมือกับคู่ค้าและนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง ความร่วมมือกับคู่ค้าและพันธมิตรด้าน ESG เพื่อพัฒนาวัสดุคาร์บอนต่ำ วัสดุรีไซเคิล และนวัตกรรมลดของเสียจากการก่อสร้าง กำหนดเกณฑ์ ESG สำหรับคู่ค้าและวัสดุ ร่วมพัฒนาหรือทดลองใช้วัสดุคาร์บอนต่ำและวัสดุรีไซเคิล ส่งเสริมการใช้ข้อมูลสิ่งแวดล้อมของวัสดุ และพัฒนาศักยภาพคู่ค้า
โอกาสด้านการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของโครงการและสินทรัพย์ การคัดเลือกที่ดิน ออกแบบระบบระบายน้ำ ปรับระดับพื้นที่ และเลือกใช้วัสดุทนทาน ช่วยลดความเสียหายและรักษามูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว ประเมินความเสี่ยงด้านน้ำท่วม ภัยแล้ง ดินทรุด และความร้อนก่อนพัฒนาโครงการ ใช้ข้อมูลภูมิอากาศประกอบการออกแบบ พัฒนาระบบระบายน้ำและพื้นที่สีเขียว

 

วัดผลคาร์บอนฟุตพรินต์อย่างโปร่งใส ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง 3 Scope

อีกหนึ่งแนวทางที่แสดงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) อย่างเป็นรูปธรรม คือการจัดทำคาร์บอนฟุตพรินต์ตามหลักเกณฑ์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) และมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 พร้อมให้ผู้ประเมินภายนอกเข้าตรวจสอบข้อมูล เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในการรายงานผล 

ในปี 2568 AP ได้ขยายขอบเขตการจัดเก็บและทวนสอบข้อมูลจากสำนักงานใหญ่ให้ครอบคลุมสำนักงานขาย โดยมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 1,324 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e) แบ่งออกเป็น 3 ขอบเขต

ขอบเขต ปริมาณปี 2568 (tCO2e) แหล่งปล่อยหลัก
Scope 1 419 น้ำมันรถ สารทำความเย็น สารดับเพลิง Septic tank
Scope 2 749 การใช้ไฟฟ้า
Scope 3 156 เชื้อเพลิงและพลังงาน การเดินทางของพนักงาน ของเสีย และอื่นๆ
รวม 1,324 สำนักงานใหญ่และสำนักงานขาย

 

ตัวอย่างโครงการ: หย่อมป่าโซนบางนา

ในปี 2568 AP ร่วมมือกับคณะทำงานจากมหาวิทยาลัยมหิดล สำรวจต้นไม้ยืนต้นในโครงการแนวราบโซนบางนา จำนวน 1,603 ต้น พบว่าสามารถกักเก็บคาร์บอนได้ 235.46 tCO2e เมื่อรวมกับผลของปีก่อน 292.53 tCO2e ทำให้มีปริมาณการกักเก็บคาร์บอนสะสม 528 tCO2e ซึ่งได้รับการรับรองภายใต้โครงการ LESS (Low Emission Support Scheme) ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

พื้นที่สีเขียวในโครงการโซนบางนา (ที่มา: หน้า 95)

AP ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยพื้นที่สีเขียวที่นกและแมลงกลับมาอยู่ได้

AP มองพื้นที่สีเขียวเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเมืองที่ไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน แต่ยังเป็นแหล่งอาหาร ที่หลบภัย และถิ่นอาศัยของสิ่งมีชีวิตในเมือง เช่น นก ผึ้ง และผีเสื้อ โดยนำหลักการบรรเทาผลกระทบตามลำดับชั้น (Mitigation Hierarchy) 4 ขั้น คือ หลีกเลี่ยง ลดผลกระทบ ฟื้นฟู และชดเชย เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันระหว่างผู้คนกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน 

ในปี 2568 AP พัฒนาแนวทางประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพตาม GRI 101: Biodiversity 2024 และข้อเสนอแนะของ TNFD (Taskforce on Nature-related Financial Disclosures) และนำเครื่องมือ WWF Biodiversity Risk Filter มาประเมินพื้นที่นำร่อง พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP)

เป้าหมายการดำเนินงาน

เป้าหมายการดำเนินงาน เป้าหมายระยะสั้น ปี 2572 เป้าหมายระยะยาว ปี 2575 เป้าหมายปีปัจจุบัน ผลการดำเนินงาน ปี 2568
การกำหนดพื้นที่สีเขียว ≥ 5% ของพื้นที่โครงการ ≥ 5% ของพื้นที่โครงการ ≥ 5% ของพื้นที่โครงการ 11% ของพื้นที่โครงการ
พื้นที่การพัฒนาโครงการไม่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์หรือพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ไม่มีพื้นที่โครงการในเขตอนุรักษ์หรือพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ไม่มีพื้นที่โครงการในเขตอนุรักษ์หรือพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ไม่มีพื้นที่โครงการในเขตอนุรักษ์หรือพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ไม่มีพื้นที่โครงการในเขตอนุรักษ์หรือพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม

 

ตัวอย่างโครงการ: Nature Explorers กิจกรรมความหลากหลายทางชีวภาพสำหรับลูกบ้าน

AP ได้ชวนลูกบ้านมีส่วนร่วมผ่านโครงการ Neighbor Club ภายใต้กิจกรรม Nature Explorers ซึ่งจัดเป็นปีที่ 2 กิจกรรมออกแบบให้เด็กและครอบครัวในหมู่บ้านได้เรียนรู้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ ต้นไม้ นก แมลง และโลกร้อน ผ่านเกม บูธความรู้เชิงนิเวศ และเวิร์กช็อป พร้อมใช้เวลาร่วมกันในพื้นที่สีเขียวของหมู่บ้าน ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 100% มีความพึงพอใจระดับ "มาก"

กิจกรรม Nature Explorers (ที่มา: หน้า 99)

เปิดผลโครงการด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) ของ AP ปี 2568 พร้อมผลลัพธ์ที่วัดได้

โครงการ / กิจกรรม ทำที่ไหน ผลลัพธ์
วัสดุก่อสร้างรักษ์โลก ทุกโครงการ 55.82% ของปริมาณการสั่งซื้อวัสดุทั้งปี
Tree Re-Use BKM THE EDITION ปิ่นเกล้า-บรมฯ 2 → BKM ราชพฤกษ์-สาทร ต้นไม้รอด 95% ประหยัด 192,500 บาทต่อโครงการ
ระบบสีชายล่าง งานสีภายนอกอาคาร ซ่อมเฉพาะจุด ลดสีและของเสีย
ลดไฟฟ้าสำนักงานใหญ่ สำนักงานใหญ่ ลดลง 18.36%
Occupancy Sensor ทาวน์โฮม 84 โครงการ ติดตั้งครบ 100%
โซลาร์เซลล์ส่วนกลาง บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโด 829.96 MWh ประหยัดค่าไฟ 3.67 ล้านบาทต่อปี
สถานีชาร์จ EV คอนโดพร้อมอยู่ / บ้านแนวราบ คอนโดพร้อมอยู่ครบ 100% แนวราบติดตั้งหรือเตรียมระบบ EV Wall Box
ประเมินความเสี่ยงน้ำด้วย WRI Aqueduct 49 โครงการ ไม่พบข้อร้องเรียนเรื่องการใช้น้ำ
ลดการใช้น้ำ สำนักงานใหญ่ ลดลง 8.04%
Grey Water CENTRO รัตนาธิเบศร์ 2 นำน้ำกลับมาใช้ 2,253.90 ลบ.ม. ต่อเดือน
ควบคุมฝุ่น PM10 11 โครงการที่กำลังก่อสร้าง 0 โครงการเกินค่ามาตรฐาน
Cap Together และกิจกรรมแยกฝาขวด สำนักงานใหญ่ ร่วมกับ Precious Plastic Bangkok พนักงานร่วมกิจกรรม 100 คน รวบรวมฝาขวดตลอดปี 100 กก. ลด 87.64 kgCO2e
แยก-เท-ได้ / บ้านนี้ไม่เทรวม 38 โครงการทาวน์โฮมและบ้านแฝด ร่วมกับกรุงเทพมหานคร รีไซเคิลกว่า 49,000 กก. ลดประมาณ 100.3 tCO2e
Waste to Value ไซต์ก่อสร้าง ร่วมกับ Q-CON (เริ่มนำวัสดุไปใช้ที่บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2) ส่งเศษอิฐมวลเบารีไซเคิล 11,990 กก.
เศษอาหารเป็นปุ๋ย Pleno Town ลาดกระบัง-ฉลองกรุง ปุ๋ยใช้ในพื้นที่สีเขียวและแจกลูกบ้าน
ลดก๊าซเรือนกระจก (ขอบเขต 1+2) สำนักงานใหญ่ ลดลง 14.91% จากปี 2567
หย่อมป่า (LESS) โครงการแนวราบโซนบางนา กักเก็บคาร์บอนสะสม 528 tCO2e
AP Care the Bear ทั้งองค์กร ลดก๊าซเรือนกระจก 61.43 tCO2e
สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ โซนบางนา ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล พบนก 40 ชนิด แมลง 16 ชนิด
ออกแบบพื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศ การออกแบบโครงการ Green Corridor, หลัก 10-20-30 Rule และเกณฑ์คัดเลือกพันธุ์ไม้ 5 มิติ
Nature Explorers (Neighbor Club) หมู่บ้านของ AP ผู้เข้าร่วมพึงพอใจระดับมาก 100%

หมายเหตุ: เลขหน้าอ้างอิงตามเลขหน้าที่พิมพ์ในเล่ม รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประจำปี 2568

 

เจาะลึก Sustainability Strategy ด้านสังคม (Social) AP พร้อมเติบโตเคียงข้างทุกชีวิตและชุมชน สไตล์ผู้นำอสังหาฯ ด้าน ESG

ในฐานะบริษัทอสังหาฯ ที่มีการดำเนินงานด้าน ESG AP ตระหนักดีว่าทุกกระบวนการพัฒนาที่อยู่อาศัย ตั้งแต่การก่อสร้างไปจนถึงการเข้าอยู่อาศัย ย่อมส่งผลกระทบต่อชุมชน AP จึงวางแผนดูแลสังคมและคุณภาพชีวิตทั้งของลูกบ้านและชุมชนรอบโครงการ  ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ทุกฝ่ายเติบโตไปพร้อมกัน

หัวใจสำคัญของการดำเนินงานด้านสังคม คือการสื่อสารสองทาง โดย AP เปิดรับฟังความคิดเห็น ความคาดหวัง และข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสีย ก่อนนำข้อมูลมาปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกบ้านและชุมชน พร้อมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างบริษัท ผู้อยู่อาศัย และสังคมในระยะยาว

สรุปผลการดำเนินงานด้านสังคมของ AP ปี 2568 บรรลุเป้าหมายสำคัญทุกด้าน

เป้าหมายการดำเนินงาน เป้าหมายระยะสั้น ปี 2572 เป้าหมายระยะยาว ปี 2575 เป้าหมายปีปัจจุบัน ผลการดำเนินงาน ปี 2568
มีการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม (CSR) อย่างน้อย 3 โครงการ อย่างน้อย 3 โครงการ อย่างน้อย 3 โครงการ 5 โครงการ
ผู้เข้าร่วมและผู้ได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการของบริษัท อย่างน้อย 150 คน อย่างน้อย 300 คน อย่างน้อย 150 คน 598 คน
ความพึงพอใจของชุมชนต่อโครงการที่บริษัทดำเนินการ 70% 70% 70% 80%
ไม่มีข้อร้องเรียนจากชุมชน 0 กรณี 0 กรณี 0 กรณี 0 กรณี

 

3 แนวทางพัฒนาสังคม ด้วยการส่งต่อความรู้ สร้างสรรค์ชุมชน และดูแลสิ่งแวดล้อม

AP มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้คนในสังคม โดยนำองค์ความรู้ นวัตกรรม และความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาต่อยอดเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน ครอบคลุมทั้งการแบ่งปันองค์ความรู้ การพัฒนาพื้นที่ส่วนรวม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ดังนี้ 

กิจกรรมเพื่อสังคม 3 ด้าน

ด้าน สิ่งที่ทำ ประโยชน์ที่เกิดขึ้น
ด้านความรู้ แบ่งปันองค์ความรู้ให้บุคคลภายนอก เช่น นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ผู้เข้าร่วมได้ความรู้และทักษะด้านสังคม นำไปต่อยอดพัฒนาธุรกิจ และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
ด้านสร้างสรรค์สังคม ใช้จุดแข็งด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไปช่วยพัฒนาพื้นที่รกร้างหรือพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์กลายเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่ชุมชนใช้ร่วมกันได้
ด้านสิ่งแวดล้อม โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้ชุมชนและสังคม สิ่งแวดล้อมสะอาด ปลอดภัย และมีทรัพยากรเพียงพอต่อการดำรงชีวิตและการอยู่อาศัย

 

AP เปิดกว้างรับฟังทุกเสียงของชุมชน ก่อนนำมาพัฒนา

เพราะการสร้างชุมชนที่น่าอยู่เริ่มต้นจากความเข้าใจ ก่อนเริ่มพัฒนาโครงการ AP จะรับฟังความคิดเห็น ข้อกังวล ความต้องการ และความคาดหวังของชุมชน พร้อมประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งด้านบวกและด้านลบ เพื่อนำข้อมูลมาวางแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา รวมถึงพัฒนาแผนงานให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละชุมชน โดยมีช่องทางการรับฟังที่ครอบคลุม

กลุ่มชุมชน ใครบ้าง วิธีรับฟัง
ชุมชนใกล้เคียง ชุมชนรอบพื้นที่ก่อสร้าง แบบสอบถามความคิดเห็น การทำประชาพิจารณ์ (EIA) และการประสานงานกับหัวหน้าชุมชน
ชุมชนใกล้เคียง ชุมชนในโครงการที่ AP ให้บริการงานบริหารโครงการ ประชุมกรรมการโครงการประจำปี บอร์ดแสดงความคิดเห็นในแอปพลิเคชัน และพูดคุยผ่านตัวแทนพนักงานบริหารงานนิติบุคคล
ชุมชนห่างไกล กลุ่มเปราะบางที่ต้องการโอกาสในการพัฒนา ลงพื้นที่สำรวจปัญหาและความต้องการ แล้วประเมินร่วมกับองค์ความรู้ที่บริษัทเชี่ยวชาญ เพื่อออกแบบโครงการส่งมอบกลับให้สังคม

 

หลังจากรับฟังความคิดเห็น AP จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของปัญหา รวมถึงความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อชุมชน ก่อนนำข้อเสนอแนะมาประกอบการวางแผนพัฒนาโครงการและการดำเนินงาน เพื่อให้ลูกบ้าน ชุมชนโดยรอบ และสังคมสามารถเติบโตไปด้วยกัน

 

เจาะลึก Sustainability Strategy ด้านการกำกับดูแลกิจการ (Governance) สร้างความเชื่อมั่นด้วยผลประเมิน CGR 5 ดาว ต่อเนื่อง 10 ปี

นอกจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมแล้ว อีกหนึ่งรากฐานสำคัญของ Sustainability Strategy ของ AP คือการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นธรรม และการตรวจสอบได้ พร้อมกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลและจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม 

AP วางนโยบายธรรมาภิบาลครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารถึงพนักงาน

AP กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การบริหารงานของคณะกรรมการ การดูแลสิทธิผู้ถือหุ้น การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ไปจนถึงการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับเข้าใจและปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกัน

กลุ่มเรื่อง รายละเอียด
คณะกรรมการและผู้บริหาร การสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ความเป็นอิสระของฝ่ายจัดการ การพัฒนากรรมการ และการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ
กลุ่มบริษัท การกำกับดูแลบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
ผู้ถือหุ้น การดูแลผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม และการส่งเสริมการใช้สิทธิ
ความโปร่งใส การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน และการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์
ผู้มีส่วนได้เสียและการทุจริต ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

 

นอกจากนี้ AP ยังรักษาความลับและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมจัดอบรมและให้บุคลากรลงนามรับทราบคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ รวมถึงทบทวนนโยบายและแนวปฏิบัติอย่างต่อเนื่องผ่านคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้รับการยอมรับผ่านผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (CGR) ระดับ 5 ดาว “ดีเลิศ” ติดต่อกันเป็นปีที่ 10 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในปี 2568

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน: บรรลุเป้าหมายครบทั้ง 5 ตัวชี้วัด

เป้าหมายการดำเนินงาน เป้าหมายระยะสั้น ปี 2572 เป้าหมายระยะยาว ปี 2575 เป้าหมายปีปัจจุบัน ผลการดำเนินงาน ปี 2568
พนักงานใหม่ได้รับการฝึกอบรมการต่อต้านคอร์รัปชัน และการแข่งขันทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม 100% 100% 100% 100%
ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชัน ครอบคลุมทุกกิจกรรม 100% 100% 100% 100%
จัดทำแบบประเมินคู่ค้าด้านจรรยาบรรณธุรกิจ รวมถึงนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน ผ่านช่องทางออนไลน์ และได้รับการตอบกลับจากคู่ค้ารายสำคัญ (Critical tier 1) 100% 100% 100% 100%
กรณีการละเมิดจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมในทางกฎหมาย เป็น 0 กรณี เป็น 0 กรณี เป็น 0 กรณี เป็น 0 กรณี
กรณีละเมิดต่อหลักจรรยาบรรณธุรกิจ นโยบาย และระเบียบปฏิบัติของบริษัท เป็น 0 กรณี เป็น 0 กรณี เป็น 0 กรณี เป็น 0 กรณี

 

ในปี 2568 AP ดำเนินงานด้านธรรมาภิบาลได้บรรลุเป้าหมายครบทั้ง 5 ตัวชี้วัด ทั้งการอบรมต่อต้านคอร์รัปชันและการแข่งขันทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมให้พนักงานใหม่ครบ 100% การประเมินความเสี่ยงด้านทุจริตครอบคลุมทุกกิจกรรม และการประเมินคู่ค้ารายสำคัญด้านจรรยาบรรณธุรกิจครบ 100% โดยไม่พบกรณีละเมิดกฎหมายด้านการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และไม่พบกรณีละเมิดหลักจรรยาบรรณธุรกิจนโยบาย และระเบียบปฏิบัติของบริษัท รวมถึงไม่พบพนักงานที่ถูกลงโทษทางวินัยหรือถูกเลิกจ้างจากการฝ่าฝืนนโยบายต่อต้านการทุจริตและประมวลจริยธรรมของบริษัท

AP การันตีความแกร่งด้านธรรมาภิบาล (Governance) ด้วยผลประเมิน CGR และ AGM ระดับดีเยี่ยม

เครื่องการันตีด้านความสำเร็จด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ที่มา: หน้า 167)

การประเมิน / รางวัล ผู้ประเมิน ผลที่ได้
การกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (CGR checklist) สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors: IOD) ระดับ 5 ดาว "ดีเลิศ" เป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน
คุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM checklist) สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) ระดับ 5 เหรียญ "ดีเยี่ยมสมควรเป็นตัวอย่าง"
การกำกับดูแลกิจการที่ดี ภายใต้ ASEAN Corporate Governance Scorecard (ACGS) ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) โดยประเทศไทยมีสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors: IOD) เป็นผู้ประเมิน ได้รับการยอมรับด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีภายใต้การประเมิน ACGS อย่างต่อเนื่อง

 

AP ยกระดับมาตรฐาน ESG ของคู่ค้าสร้างความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพราะบ้านและคอนโดแต่ละยูนิตต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง ผู้รับเหมา และพันธมิตรอีกหลายภาคส่วน AP จึงผลักดันการยกระดับมาตรฐานตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยมองคู่ค้าเป็นพันธมิตรสำคัญที่ต้องเติบโตไปด้วยกัน

AP วางระบบบริหารจัดการคู่ค้าอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การกำหนดจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ การสรรหาและคัดเลือกคู่ค้า การประเมินและบริหารความเสี่ยงด้านการจัดซื้อจัดหา การบริหารจัดการจัดซื้อจัดจ้างและการชำระเงิน ไปจนถึงการตรวจเยี่ยมสถานที่ปฏิบัติงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาศักยภาพคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเครือข่ายการทำงานที่โปร่งใส มีความรับผิดชอบ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมายการดำเนินงาน เป้าหมายระยะสั้น ปี 2572 เป้าหมายระยะยาว ปี 2575 เป้าหมายปีปัจจุบัน ผลการดำเนินงาน ปี 2568
สื่อสารให้คู่ค้าทางธุรกิจทุกรายเข้าใจและตระหนักถึงหลักการดำเนินธุรกิจตามหลักจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ (Code of Conduct for Business Partners) 100% 100% 100% 100%
ติดตามการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ เฉพาะคู่ค้ารายสำคัญ (Code of Conduct for Business Partners) 100% 100% 100% 100%
คู่ค้ารายใหม่ คู่ค้ารายสำคัญ และคู่ค้ารอง ได้ประเมินด้านความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการ (Self-Assessment) 100% 100% 100% 100%
การชำระเงินให้แก่คู่ค้าเฉลี่ยภายใน 30 วัน 30 วัน 30 วัน 21 วัน
การตรวจประเมิน On-site ESG Audit ในกลุ่มคู่ค้ารายสำคัญ (Critical tier 1) 100% 100% 100% 8.10%
การสนับสนุนคู่ค้าทางธุรกิจเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่าย เพื่อต่อต้านการทุจริต การติดสินบน และคอร์รัปชัน รักษาระดับการเป็นภาคีเครือข่าย รักษาระดับการเป็นภาคีเครือข่าย รักษาระดับการเป็นภาคีเครือข่าย เป็นภาคีเครือข่าย

 

ในปี 2568 AP ชำระเงินให้คู่ค้าเฉลี่ยภายใน 21 วัน เร็วกว่าเป้าหมาย 30 วัน ส่วนการตรวจประเมิน On-site ESG Audit ทำได้กับคู่ค้ารายสำคัญ 3 รายจาก 37 ราย หรือ 8.1% ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมาย 100% โดย AP จะวางแผนตรวจประเมินเพิ่มเติมตามระดับความเสี่ยงของคู่ค้าแต่ละราย

AP เป็นภาคีแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี โดยในปี 2568 สนับสนุนคู่ค้าเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์กับ CAC 12 ราย ทำให้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมามีคู่ค้าเข้าร่วมแล้วรวม 23 ราย และได้รับรางวัล CAC Change Agent 2025 เป็นปีที่ 2

 

Sustainability Strategy ของ AP จาก “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” สู่ “ชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน”

กลยุทธ์ความยั่งยืน หรือ Sustainability Strategy ของ AP เริ่มต้นจากการเชื่อมโยงวิสัยทัศน์หลัก “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” เข้ากับแนวคิด “ชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน” ผ่านกลยุทธ์ 3 ด้าน ได้แก่ การเติบโตของธุรกิจ ผลตอบแทนจากการลงทุน และความยั่งยืน โดยนำกรอบ ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดนโยบายและแนวทางดำเนินงาน ครอบคลุมทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจควบคู่กับธรรมาภิบาล ตั้งแต่การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตของลูกบ้านและชุมชน ไปจนถึงการบริหารองค์กรและคู่ค้าอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบ 

AP ยังทบทวนกลยุทธ์เป็นประจำทุกปีและเปิดเผยผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องผ่านรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะเชื่อว่าความยั่งยืนคือความมุ่งมั่นที่จะร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกชีวิตเติบโตไปพร้อมกับโลกใบนี้อย่างยั่งยืน

 

เอพี ไทยแลนด์ ช่วยเติมเต็มความหมายของชีวิต

เลือกเป็นเจ้าของโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโด จาก เอพี ไทยแลนด์ เพื่อสร้างชีวิตดีๆ บนพื้นที่ความสุขที่เลือกเอง ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัว ทาวน์โฮมดีไซน์สวยหรือบ้านแฝดฟังก์ชันใหญ่ คอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าเดินทางง่าย โฮมออฟฟิศพร้อมฟังก์ชันครบครัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพราะ "บ้าน" ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือจุดเริ่มต้นของชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน 

 

EMPOWER LIVING ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้

ติดตามเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับบ้านและการใช้ชีวิตจาก AP

เพิ่ม AP เป็นแหล่งข้อมูลที่ชื่นชอบบน Google เพื่อให้คุณมีโอกาสเห็นบทความจาก AP มากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม AP เป็นแบรนด์บ้านที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและความยั่งยืน?

  • เพราะ AP เชื่อว่าบ้านที่ดีต้องช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกวัน จึงมุ่งพัฒนาบ้านและคอนโดภายใต้วิสัยทัศน์ “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” ควบคู่กับแนวคิด “ชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืน” ที่ใส่ใจทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ตั้งแต่การออกแบบที่อยู่อาศัยให้ประหยัดพลังงาน การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อส่งเสริมสุขภาวะ ไปจนถึงการดูแลลูกบ้านหลังเข้าอยู่ เพื่อส่งมอบชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืนให้กับทุกครอบครัว

ทำไมแนวคิด ESG ของ AP เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสร้างความมั่นใจในการเลือกซื้อบ้านยุคใหม่?

  • เพราะการเลือกซื้อบ้านยุคใหม่ไม่ได้พิจารณาแค่ทำเล ราคา และดีไซน์ แต่ยังต้องใส่ใจกับคุณภาพชีวิตและความยั่งยืน AP จึงนำแนวคิด ESG มาใช้ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การออกแบบบ้านให้ประหยัดพลังงาน การเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่ส่งเสริมสุขภาวะ ไปจนถึงการดูแลลูกบ้านหลังเข้าอยู่ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบ เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจให้ทุกครอบครัวได้เลือกบ้านที่ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตในทุกวัน

AP รับฟังเสียงลูกบ้านและนำความคิดเห็นมาพัฒนาคุณภาพชีวิต ภายใต้ Sustainability Strategy อย่างไร?

  • AP ใส่ใจการรับฟังเสียงลูกบ้านภายใต้ Sustainability Strategy ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งการประชุมกรรมการโครงการประจำปี การแสดงความคิดเห็นผ่านแอปพลิเคชัน SMART WORLD และตัวแทนพนักงานบริหารงานนิติบุคคลของ บริษัท สมาร์ท เซอร์วิส แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SSM) เพื่อนำความคิดเห็น ความต้องการ และข้อเสนอแนะมาวิเคราะห์และปรับปรุงแนวทางการบริหารจัดการโครงการให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัย พร้อมเปิดให้ลูกบ้านมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่ และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน