Main Point
- เอพี ไทยแลนด์มุ่งส่งมอบที่อยู่อาศัยทั้งบ้านและคอนโดคุณภาพ ด้วยการควบคุมงานตั้งแต่การเลือกคอนกรีตเหล็กเสริมตามหลักวิศวกรรม ไปจนถึงการบ่มและทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ทั้งยังตรวจผนังก่อและงานระบบอย่างละเอียด เตรียมผิวและฉาบ 2 รอบตามมาตรฐาน โดยบริเวณรอยต่อและจุดเสี่ยง พร้อมเสริมความแข็งแรงด้วย Metal Strap, RB6 และ Metal Mesh เพื่อให้บ้านแข็งแรงและได้มาตรฐานก่อนส่งมอบลูกค้า
- เอพีพร้อมดูแลลูกบ้านอย่างเป็นระบบ โดยสามารถแจ้งปัญหาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย รวมถึงปัญหารอยร้าว ผ่าน Call Service โทร. 02-018-9999 หรือแอปพลิเคชัน Smart World โดยงานผิวทั่วไปมีระยะรับประกัน 1 ปี และงานโครงสร้างอาคาร 5 ปี ทั้งนี้ การดูแลและระยะรับประกันเป็นไปตามประเภทงานและเงื่อนไขของแต่ละโครงการ
เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำมาตรฐานการก่อสร้างบ้านและคอนโดที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน เพื่อลดโอกาสเกิดรอยร้าว ตั้งแต่การคัดเลือกวัสดุ งานโครงสร้างและผนัง ไปจนถึงการควบคุมงานฉาบและรายละเอียดบริเวณจุดเสี่ยง พร้อมดูแลต่อเนื่องหลังส่งมอบ เพื่อให้ลูกบ้านมั่นใจในคุณภาพของที่อยู่อาศัยและอุ่นใจได้ตลอดเวลา
เจาะลึกมาตรฐานการก่อสร้าง ลดโอกาสเกิดรอยร้าว พร้อมจุดตรวจคุณภาพของเอพี
1. คัดเลือกและควบคุมคุณภาพวัสดุโครงสร้าง

คุณภาพของโครงสร้างบ้านและคอนโดเริ่มต้นจากการเลือกใช้คอนกรีตและเหล็กเสริมที่มีคุณสมบัติตรงตามแบบวิศวกรรม เพื่อให้ฐานราก เสา คาน และพื้น สามารถรับน้ำหนักและทำงานร่วมกันได้อย่างเหมาะสม เอพีจึงได้ควบคุมคุณภาพตั้งแต่การคัดเลือกวัสดุ การทดสอบ ไปจนถึงการตรวจสอบก่อนเข้าสู่ขั้นตอนก่อสร้างถัดไป
- คอนกรีตผสมเสร็จที่ได้มาตรฐาน: ใช้คอนกรีตผสมเสร็จจากโรงงานที่ได้รับการรับรอง พร้อมกำหนดค่ากำลังอัดให้เป็นไปตามแบบและข้อกำหนดของวิศวกร
- เหล็กเสริมผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม: เหล็กเสริมที่นำมาใช้ในงานโครงสร้างต้องผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. และมาจากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรอง
- ตรวจสอบคุณภาพหลังถอดแบบอย่างละเอียด: เมื่อถอดแบบคอนกรีตแล้ว ทีมวิศวกรจะตรวจสอบทั้งความเรียบร้อยของพื้นผิว รอยแตกร้าว โพรงอากาศ และความสมบูรณ์ขององค์ประกอบโครงสร้าง หากพบข้อบกพร่องจะต้องดำเนินการแก้ไขตามแนวทางที่กำหนดและตรวจสอบซ้ำให้เรียบร้อย
2. บ่มคอนกรีตอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลดการหดตัว

หลังจากเทคอนกรีตเสร็จ ขั้นตอนสำคัญถัดมาคือการบ่มคอนกรีต เพราะในช่วงที่คอนกรีตกำลังเซตตัว หากผิวงานสูญเสียน้ำเร็วเกินไป อาจทำให้คอนกรีตหดตัวและเพิ่มโอกาสเกิดรอยแตกร้าวขนาดเล็กบนผิวได้
เอพีจึงควบคุมให้มีการบ่มคอนกรีตอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานของบริษัทฯ เพื่อช่วยรักษาความชื้น ลดการสูญเสียน้ำ ให้คอนกรีตพัฒนากำลังอัดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมเก็บตัวอย่างไปทดสอบกำลังอัด (Strength Test) ตามหลักเกณฑ์ เพื่อยืนยันว่าคุณภาพเป็นไปตามข้อกำหนดของวิศวกร และอาจใช้เครื่องมือเฉพาะทางตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น
3. ตรวจคุณภาพผนังก่อก่อนเข้าสู่งานฉาบ

ก่อนเริ่มงานฉาบปูน บ้านทุกหลังของเอพี จะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพงานโครงสร้างและงานก่อผนังโดยทีมวิศวกรและทีมประกันคุณภาพ (Quality Assurance: QA) เพื่อให้มั่นใจว่างานมีความเรียบร้อย เป็นไปตามมาตรฐาน และมีความพร้อมสำหรับงานในขั้นตอนถัดไป
- ตรวจสอบแนวและความเรียบของผนัง: ผนังอิฐมวลเบาจะได้รับการตรวจสอบทั้งแนวดิ่ง แนวราบ และความเรียบของพื้นผิว รวมถึงการก่อสลับแนวอิฐให้ถูกต้องตามข้อกำหนด โดยทีมงานจะตรวจสอบแนวผนังเทียบกับเส้นควบคุมงาน เพื่อควบคุมค่าความคลาดเคลื่อนให้อยู่ภายในเกณฑ์ที่กำหนด
- ตรวจความเรียบร้อยบริเวณมุมและจุดเชื่อมต่อ: ทีมงานจะตรวจสอบบริเวณมุมผนัง รวมถึงจุดเชื่อมต่อรอบวงกบประตู-หน้าต่าง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องควบคุมรายละเอียดและเตรียมพื้นผิวอย่างเหมาะสม
- ตรวจความพร้อมของงานระบบภายในผนัง: ก่อนฉาบปิดผิว จะมีการตรวจสอบตำแหน่งและความเรียบร้อยของงานระบบไฟฟ้า ระบบประปา และระบบอื่น ๆ ที่ติดตั้งหรือฝังอยู่ภายในผนังให้ถูกต้องตามแบบ
- อนุมัติก่อนเริ่มงานฉาบ: ทีมวิศวกรและทีม QA จะร่วมกันพิจารณาผลการตรวจสอบก่อนอนุมัติให้เริ่มงานฉาบปูน หากพบข้อบกพร่อง ผู้รับเหมาจะต้องดำเนินการแก้ไขและส่งตรวจซ้ำจนกว่างานจะผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐาน
4. ควบคุมงานฉาบทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมผิวจนถึงตรวจรับ

นอกจากความสวยงามแล้ว งานฉาบปูนตามหลักการและมาตรฐานการทำงานของเอพี เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ผนังมีผิวงานที่แข็งแรงและสม่ำเสมอ ลดโอกาสเกิดรอยแตกร้าวในอนาคต จึงต้องมีการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ก่อนเริ่มฉาบไปจนถึงการตรวจรับงานหลังแล้วเสร็จ
- ตรวจความพร้อมก่อนเริ่มงานฉาบ: ก่อนอนุมัติให้เริ่มงานฉาบ ทีมวิศวกรและทีมประกันคุณภาพ (QA) จะตรวจสอบความพร้อมของผนัง ทั้งแนวดิ่ง แนวราบ ความเรียบร้อยของงานระบบไฟฟ้าและระบบประปาที่ฝังอยู่ภายใน เพื่อใช้เป็นแนวควบคุมความหนาของปูนฉาบให้เป็นไปตามมาตรฐาน
- เตรียมผิวผนังเพื่อช่วยให้ปูนยึดเกาะได้ดี: ทีมงานจะทำความสะอาดผิวผนัง กำจัดฝุ่นและเศษปูน พร้อมพรมน้ำให้ผนังมีความชื้นที่เหมาะสม เพื่อลดการดูดซึมน้ำจากปูนฉาบเร็วเกินไป และช่วยให้ปูนยึดเกาะกับผนังได้ดียิ่งขึ้น
- ควบคุมความหนาและแบ่งการฉาบเป็น 2 รอบ: งานฉาบผนังอิฐมวลเบาจะได้รับการควบคุมความหนาให้เป็นไปตามมาตรฐานของเอพี และข้อกำหนดของผู้ผลิตวัสดุ พร้อมแบ่งการฉาบเป็น 2 รอบ เพื่อช่วยให้ปูนยึดเกาะกับผนังได้ดี ปรับผิวให้เรียบสม่ำเสมอ และควบคุมคุณภาพงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
- บ่มปูนฉาบเพื่อรักษาความชื้นและลดการหดตัว: หลังงานฉาบแล้วเสร็จ จะมีการบ่มผิวปูนฉาบด้วยการฉีดพรมน้ำอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐาน เพื่อรักษาความชื้น ช่วยให้ปูนฉาบพัฒนาความแข็งแรง และลดโอกาสเกิดรอยแตกร้าวจากการหดตัว
- ตรวจรับคุณภาพก่อนเข้าสู่งานตกแต่ง: เมื่อกระบวนการฉาบและบ่มแล้วเสร็จ ทีมวิศวกรและทีมประกันคุณภาพ (QA) จะตรวจสอบอีกครั้ง ทั้งความเรียบของผิวผนัง แนวดิ่ง แนวราบ มุมผนัง ความเรียบร้อยบริเวณวงกบประตู หน้าต่าง และกล่องสวิตช์ไฟ รวมถึงตรวจหารอยแตกร้าว รอยแตกลายงา และการหลุดร่อนของปูนฉาบ
5. เสริมความแข็งแรงบริเวณรอยต่อและจุดเสี่ยง

รอยต่อระหว่างผนังอิฐมวลเบากับเสาและคานคอนกรีต เป็นบริเวณที่มีโอกาสเกิดรอยร้าวมากกว่าส่วนอื่น เนื่องจากวัสดุทั้งสองชนิดมีคุณสมบัติและอัตราการยืดหดตัวแตกต่างกันเมื่ออุณหภูมิและความชื้นเปลี่ยนแปลง เอพีจึงออกแบบและควบคุมรายละเอียดงานก่อสร้างบริเวณรอยต่อ ตั้งแต่ขั้นตอนก่อผนังไปจนถึงก่อนเริ่มงานฉาบปูน
- ยึดผนังเข้ากับโครงสร้างอย่างเหมาะสม: บริเวณรอยต่อระหว่างผนังกับเสาคอนกรีต จะมีการติดตั้งอุปกรณ์ยึดผนังตามรายละเอียดการออกแบบ โดยเลือกใช้แผ่นเหล็กยึดผนังอิฐมวลเบา (Metal Strap) และเหล็กเส้น RB6 พร้อมติดตั้งตามระยะที่กำหนด เพื่อช่วยเพิ่มความมั่นคง ลดการเคลื่อนตัวระหว่างผนังกับโครงสร้าง และลดโอกาสเกิดรอยแตกร้าวในอนาคต
- ติดตั้งตะแกรงเสริมแรงในบริเวณที่มีโอกาสแตกร้าว: บริเวณที่อาจเกิดแรงเค้นสูง เช่น มุมประตูและหน้าต่าง รอยเซาะผนังสำหรับเดินท่อระบบ รวมถึงรอยต่อระหว่างผนังกับเสาและคาน จะมีการติดตั้งตะแกรงเสริมแรง (Metal Mesh) ก่อนฉาบปูน เพื่อช่วยกระจายแรง เสริมความแข็งแรงบริเวณรอยต่อ และลดโอกาสเกิดรอยแตกร้าวบนผิวปูน
- ควบคุมรายละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนก่อผนัง: ทีมงานจะควบคุมรายละเอียดการก่อผนังตามมาตรฐานของบริษัท ตั้งแต่การเว้นระยะรอยต่อบริเวณใต้คาน การอุดรอยต่อด้วยวิธีที่เหมาะสม ไปจนถึงการทำทับหลังคอนกรีตในตำแหน่งที่จำเป็น เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการเคลื่อนตัวของโครงสร้างและลดโอกาสเกิดรอยร้าวในอนาคต
เอพีพร้อมดูแล เมื่อพบรอยร้าว ทีมงานพร้อมเข้าตรวจสอบและดูแลอย่างใส่ใจ

ถ่ายภาพรอยร้าว พร้อมบันทึกวันที่ ตำแหน่ง และขนาด
ให้ถ่ายภาพรอยร้าวทั้งระยะใกล้เพื่อให้เห็นลักษณะของรอย และภาพมุมกว้างเพื่อระบุตำแหน่งภายในบ้าน พร้อมวางไม้บรรทัดหรือตลับเมตรไว้ข้างรอย จากนั้นบันทึกวันที่ ตำแหน่ง ทิศทาง ความยาว และความกว้างโดยประมาณ รวมถึงเฝ้าสังเกตและถ่ายภาพจากมุมเดิมเป็นระยะโดยใช้วัตถุเทียบขนาดเดียวกัน เพื่อเปรียบเทียบว่ารอยกว้างขึ้น ยาวขึ้น หรือมีรอยใหม่เพิ่มขึ้นหรือไม่
ช่องทางแจ้งตรวจสอบและแจ้งซ่อมรอยร้าว
- Call Service: โทร. 02-018-9999 สำหรับติดต่อศูนย์บริการข้อมูล เวลา 08:30-17:30 น.
- แอปพลิเคชัน Smart World: สำหรับแจ้งซ่อมและแนบรายละเอียดของปัญหา ซึ่งสามารถแจ้งซ่อมได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับในเวลาทำการ
ระยะเวลาในการดำเนินการ
- รับเรื่องและเปิดเคส: บันทึกข้อมูลในระบบ FIXIT และประสานทีมที่เกี่ยวข้อง
- ติดต่อกลับและประสานงาน: เคสเร่งด่วนภายใน 3.5 ชั่วโมง และเคสทั่วไปภายใน 24 ชั่วโมง
- นัดหมายและเข้าตรวจสอบหน้างาน: ภายใน 5 วันหลังรับเรื่อง
- ประเมินและกำหนดแนวทางซ่อม: หลังตรวจหน้างาน โดยพิจารณาสาเหตุ ขอบเขตงาน วัสดุ และระยะเวลาที่จำเป็น
- ดำเนินการซ่อมแซม: งานทั่วไปมีกรอบดำเนินการภายใน 12 วันหลังการประเมินหน้างาน (EVA)
- ตรวจสอบความเรียบร้อย: นัดหมายลูกบ้านร่วมตรวจรับงาน และแก้ไขเพิ่มเติมหากยังไม่เรียบร้อย
- ยืนยันผลและปิดเคส: ปิดงานหลังลูกบ้านตรวจรับ พร้อมบันทึกสถานะ FINISH และ CLOSE ในระบบ
สามารถศึกษารายละเอียดช่องทางการแจ้งซ่อม ระยะเวลาดำเนินงาน และกระบวนการติดตามงานเพิ่มเติมได้ที่ ขั้นตอนแจ้งซ่อมบ้านเอพี มาตรฐานการดูแลลูกบ้านที่ยกระดับทุกการอยู่อาศัย
ข้อแนะนำเมื่อพบรอยร้าวในบ้าน ข้อแนะนำเมื่อพบรอยร้าวในบ้าน
- หลีกเลี่ยงการโป๊วหรือทาสีปิด ก่อนตรวจสอบสาเหตุ: ไม่ควรรีบซ่อมแซมด้วยการโป๊ว ฉาบ หรือทาสีทับ เพราะอาจบดบังลักษณะและการเปลี่ยนแปลงของรอย ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการวิเคราะห์สาเหตุและกำหนดแนวทางแก้ไข
- หากเกิดบนโครงสร้างหรือมีอาการผิดปกติร่วม ให้แจ้งเจ้าหน้าที่หรือวิศวกร: หากรอยเกิดบนเสา คาน พื้นคอนกรีต หรือส่วนที่รับน้ำหนัก มีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็ว หรือเกิดร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ๆ ควรหลีกเลี่ยงการเพิ่มน้ำหนักบริเวณดังกล่าว และแจ้งเจ้าหน้าที่หรือวิศวกรเข้าตรวจสอบโดยเร็ว
การรับประกันเป็นไปตามประเภทงานและเงื่อนไขของโครงการ
- รอยร้าวบริเวณผิว: หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นรอยที่เกิดเฉพาะชั้นผิวและไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง จะพิจารณาภายใต้การรับประกันงานก่อสร้างหรืองานเก็บรายละเอียดทั่วไป โดยมีระยะรับประกัน 1 ปีนับจากวันโอนกรรมสิทธิ์ ตามเงื่อนไขของโครงการ
- รอยร้าวที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง: หากวิศวกรตรวจสอบแล้วพบว่ารอยร้าวเกี่ยวข้องกับโครงสร้างหลักของอาคาร จะพิจารณาภายใต้การรับประกัน งานโครงสร้างอาคาร 5 ปี ทั้งโครงการแนวราบและแนวสูง โดยยึดรายละเอียดและเงื่อนไขในสัญญาหรือเอกสารรับประกันของแต่ละโครงการเป็นสำคัญ
ถอดรหัสบ้านและคอนโดคุณภาพในทุกตารางเมตรจากเอพี ที่นี่ถอดรหัสบ้านและคอนโดคุณภาพในทุกตารางเมตรจากเอพี ที่นี่
- รวมทุกคำตอบที่ทำให้ AP เป็นโครงการบ้านแบรนด์ที่ดีที่สุด
- AP Quality Check บ้าน 1 หลัง ผ่านการตรวจสอบกี่ขั้นตอนก่อนส่งมอบลูกบ้าน
- AP Quality Inspection เปิดจุดสำคัญที่ AP ตรวจบ้านทุกหลังก่อนส่งมอบ
- AP รับมือปัญหาน้ำรั่วซึมอย่างไร? รู้จักขั้นตอนแจ้ง ตรวจ และซ่อมอย่างเป็นระบบ
- ระบบไฟบ้าน AP ปลอดภัย เปิดลิสต์จุดตรวจสำคัญ พร้อมขั้นตอนทดสอบ
- เจาะลึกนวัตกรรมที่อยู่อาศัยของ AP ที่ทำให้บ้านอยู่สบายขึ้น
- เปิดเกณฑ์และขั้นตอนเลือกวัสดุภายใต้มาตรฐาน AP สู่จุดเริ่มต้นของชีวิตคุณภาพ
- รู้จักวัสดุสร้างบ้าน เลือกอย่างไรให้ได้บ้านคุณภาพ อยู่สบายในระยะยาว
- ข้อดีซื้อบ้าน-คอนโด AP ทำไมจึงเป็นแบรนด์ยอดขายอันดับ 1
- โครงการบ้านและคอนโด AP ดีไหม? รีวิวจริงจากมุมมองลูกบ้าน AP
เอพี ใส่ใจป้องกันรอยร้าว พร้อมดูแลต่อเนื่องตลอดการอยู่อาศัย
สำหรับเอพีทุกรายละเอียดของบ้านและคอนโดคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญ โดยเริ่มต้นใส่ใจตั้งแต่การคัดเลือกคอนกรีตและเหล็กเสริมที่ได้มาตรฐาน การควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนของการก่อสร้าง ไปจนถึงการตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงบริเวณจุดเสี่ยง เพื่อลดโอกาสเกิดรอยร้าว หากลูกบ้านพบความผิดปกติ ทีมงานพร้อมเข้าตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสม เพื่อให้ลูกบ้านมั่นใจในคุณภาพบ้านและอุ่นใจได้ตลอดการอยู่อาศัย
เอพี ไทยแลนด์ ช่วยเติมเต็มความหมายของชีวิต
เลือกเป็นเจ้าของโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม บ้านแฝด คอนโด จากเอพี ไทยแลนด์ เพื่อสร้างชีวิตดี ๆ บนพื้นที่ความสุขที่เราเลือกเอง ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัว ทาวน์โฮมดีไซน์สวยหรือบ้านแฝดฟังก์ชันใหญ่ คอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าเดินทางง่าย และโฮมออฟฟิศพร้อมฟังก์ชันครบครัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ธุรกิจในพื้นที่เดียว เพราะ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย
EMPOWER LIVING ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้











