Main Point
- 8 จุดหลักที่ AP ตรวจสอบเมื่อพบปัญหาน้ำรั่วซึม ได้แก่ รอบกรอบประตูและหน้าต่าง บัวประดับและรอยต่อพื้นกับผนัง หลังคาและส่วนบนของอาคาร รอยต่อคอนกรีต รอยต่อผนังพรีแคส รอยแตกร้าวที่ไม่อยู่ตรงแนวรอยต่อ ช่องเปิดของงานระบบ และร่องตกแต่งผนัง โดยสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากวัสดุอุดรอยต่อเสื่อมสภาพ รอยแตกร้าว ระบบกันซึม หรือรอยต่อของวัสดุต่างชนิด
- หากพบรอยน้ำรั่วซึม ลูกบ้าน AP สามารถติดต่อ Call Service ที่หมายเลข 02-018-9999 หรือแจ้งซ่อมผ่านแอปพลิเคชัน Smart World และหรือที่อีเมล์ crinfo@apthai.com ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก AP จะรับเรื่องภายใน 24 ชั่วโมงและรวบรวมรายละเอียดจากลูกบ้าน ก่อนนัดหมายเข้าตรวจสอบหน้างาน โดยมีการทดสอบด้วยน้ำ (Water Test) เพื่อค้นหาสาเหตุ ประเมินความเสียหาย และเลือกวิธีซ่อมให้เหมาะกับแต่ละสาเหตุอาการ พร้อมทดสอบซ้ำและเก็บรายละเอียดพื้นผิวก่อนปิดงาน
คราบน้ำ รอยชื้น ปัญหาน้ำรั่วซึม เป็นเรื่องที่ AP ให้ความสำคัญ เพราะเราเข้าใจว่าบ้านคือพื้นที่แห่งความสุขของทุกคน เมื่อได้รับแจ้งปัญหา ทีมงานพร้อมเข้าตรวจสอบและเร่งดำเนินการแก้ไข AP Thai รวบรวม 8 จุดสำคัญในการตรวจเช็กปัญหาน้ำรั่วซึม และวิธีแก้ไขอย่างเป็นระบบ ให้เข้าใจขั้นตอนการดูแลและมั่นใจในมาตรฐานการบริการ เพื่อให้ลูกบ้านมั่นใจว่าเราพร้อมดูแลบ้านของคุณอย่างเต็มที่เสมอ
AP ใส่ใจดูแลปัญหารั่วซึม พร้อม Water Test

AP มุ่งมั่นป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึม โดยตรวจสอบพื้นที่และรอยต่อที่เป็นจุดสัมผัสน้ำและฝนตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง ทั้งบริเวณห้องน้ำ ระเบียง ดาดฟ้า หลังคา รอบกรอบประตูหน้าต่าง และรอยต่อผนัง พร้อมเลือกใช้วัสดุกันซึมและวัสดุยาแนวให้เหมาะสมกับลักษณะของงานในแต่ละพื้นที่
หลังดำเนินงานระบบกันซึม ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก AP จะทำการทดสอบด้วยน้ำ (Water Test) เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพและค้นหาความผิดปกติก่อนประเมินงานอีกครั้ง รวมถึงตรวจเช็กความชื้นในบริเวณที่เกี่ยวข้องก่อนปิดผิวด้วยวัสดุตกแต่ง หากพบจุดที่ยังไม่สมบูรณ์ จะดำเนินการแก้ไขและทดสอบซ้ำจนมั่นใจ เพื่อให้บ้านพร้อมส่งมอบด้วยมาตรฐานคุณภาพของ AP
รู้จัก 8 จุดหลักที่ AP ตรวจสอบเมื่อพบปัญหาน้ำรั่วซึม พร้อมแนวทางแก้ไข
จุดที่ 1. บริเวณรอบกรอบเฟรมหน้าต่าง


หากลูกบ้านพบปัญหาน้ำรั่วซึมบริเวณรอบกรอบเฟรมหน้าต่างมักเกิดจากมักเกิดจากวัสดุยาแนวบริเวณรอยต่อเสื่อมสภาพ ทำให้น้ำฝนซึมเข้าสู่ภายในบ้านได้ ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก AP จะเข้าตรวจสอบและฉีดน้ำทดสอบ (Water Test) เพื่อค้นหาตำแหน่งและสาเหตุของการรั่วซึม ก่อนประเมินความเสียหายและกำหนดวิธีซ่อมให้เหมาะกับแต่ละจุด
จากนั้นทีมช่างจะนำวัสดุเดิมที่เสื่อมสภาพออก ทำความสะอาดพื้นผิว และอุดรอยต่อใหม่ด้วยวัสดุตามมาตรฐาน โดยมีการป้องกันพื้นที่และทรัพย์สินภายในบ้านระหว่างการทำงาน รวมถึงซ่อมแซมพื้นผิวที่ได้รับความเสียหายจากคราบน้ำและทาสีเก็บรายละเอียดภายในให้กลับมาสวยงามอีกครั้ง
จุดที่ 2. วัสดุประดับใกล้วงกบ ธรณีประตู เขิบ และรอยต่อพื้นกับผนัง

น้ำรั่วซึมบริเวณบัวหน้าต่าง วงกบ ธรณีประตู หรือรอยต่อพื้นกับผนัง มักเกิดจากรอยแตกร้าว ปูนหรือวัสดุอุดรอยต่อเสื่อมสภาพ รวมถึงบัวประดับมีความลาดเอียงหรือร่องหยดน้ำไม่เหมาะสม ทำให้น้ำฝนไหลย้อนเข้าสู่วงกบและผนังภายในบ้าน
ทีมช่าง AP จะตรวจสอบรอยแตกร้าวและรอยต่อโดยรอบ ก่อนนำวัสดุเดิมที่เสื่อมสภาพออกและทำความสะอาดพื้นผิวบริเวณรอยแตกหรือรอยต่อ จากนั้นจึงทาน้ำยารองพื้น (Quick Primer) เพื่อเพิ่มการยึดเกาะ และอุดรอยต่อใหม่ด้วยวัสดุโพลียูรีเทน (PU) สำหรับงานภายนอกหรือวัสดุที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เมื่อซ่อมเสร็จจะทดสอบน้ำซ้ำและทาสีเก็บรายละเอียดตามมาตรฐานของโครงการ
จุดที่ 3. รอยต่อคอนกรีต (Joint Concrete) และรอยแตกร้าวทะลุ



รอยต่อคอนกรีตสามารถเกิดขึ้นได้ตามกระบวนการก่อสร้าง เช่น รอยต่อเพื่อรองรับการหดตัว การขยายตัว และรอยต่อจากการหยุดเทคอนกรีต โดยเฉพาะผนังคอนกรีตระบบ Tunnel Wall หากบริเวณรอยต่อเกิดช่องว่างหรือมีรอยแตกร้าวลึก น้ำฝนอาจแทรกผ่านและซึมเข้าสู่พื้นที่ภายในได้ นอกจากนี้ยังอาจพบรอยแตกร้าวบนผนังก่ออิฐ ผนังพรีแคส (Precast) และผนังคอนกรีต แม้ไม่ได้เกิดขึ้นตรงแนวรอยต่อก็ตาม
ทีมช่าง AP จะตรวจสอบลักษณะของรอยต่อ ตำแหน่ง และความรุนแรงของรอยแตกร้าว พร้อมทดสอบด้วยน้ำ (Water Test) เพื่อค้นหาสาเหตุ ก่อนกำหนดวิธีซ่อมและเลือกใช้วัสดุให้เหมาะกับรอยต่อแต่ละประเภท เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด
จุดที่ 4. รอยต่อแผ่นพรีแคส (Joint Precast) แนวดิ่งและแนวนอน


รอยต่อผนังพรีแคส (Precast) คือบริเวณเชื่อมต่อระหว่างแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ที่เป็นส่วนสำคัญในการรับน้ำหนักและป้องกันการรั่วซึม ทั้งแนวตั้ง (ระหว่างแผ่นด้านข้าง) และแนวนอน (ระหว่างแผ่นด้านบนกับด้านล่าง) ที่ยึดไว้ด้วยเหล็กเสริมที่ฝังในแผ่นคอนกรีต โดยทีมช่าง AP จะเลือกวิธีซ่อมให้เหมาะกับลักษณะรอยต่อ 2 รูปแบบ ดังนี้
การซ่อมรอยต่อแบบแห้ง (Dry Joint)
รอยต่อประเภทนี้ต้องใช้วัสดุอุดรอยต่อที่มีความยืดหยุ่นสูง เช่น โพลียูรีเทน (PU) หรือ MS Polymer เพื่อรองรับการยืดหดตัวของโครงสร้าง และหลีกเลี่ยงการใช้ปูนฉาบทับแนวรอยต่อโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดการแตกร้าวซ้ำได้
- เตรียมแนวรอยต่อ: เปิดร่องเดิมที่ชำรุดด้วยเครื่องเจียรให้กว้างและลึกประมาณ 3-5 มิลลิเมตร ก่อนใช้แปรงหรือเครื่องเป่าลมกำจัดฝุ่น เศษปูน และวัสดุที่หลุดล่อนออกให้หมด
- อุดด้วยวัสดุกันน้ำและสำรองช่องว่าง: ใส่โฟมเส้นกลม (Backing Rod) เพื่อกำหนดความลึกของร่องและช่วยควบคุมการไหลของวัสดุอุดรอยต่อ
- รองพื้น: ทาน้ำยารองพื้น (Primer) บริเวณขอบคอนกรีตเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ
- อุดด้วยโพลียูรีเทน (PU) หรือ MS Polymer: จากนั้นอุดร่องด้วยวัสดุโพลียูรีเทน (PU) หรือ MS Polymer ให้เต็ม และใช้เกรียงปาดแต่งพื้นผิวให้เรียบเนียน
- ทดสอบด้วยน้ำ (Water Test): เมื่อวัสดุแห้งตามระยะเวลาที่กำหนด ทีมงานจะทดสอบน้ำ หากยังพบการรั่วซึมจะดำเนินการแก้ไขและทดสอบใหม่ ก่อนเก็บรายละเอียดและทาสี
การซ่อมรอยต่อแบบเปียก (Wet Joint)
การซ่อมรอยต่อแบบเปียก มุ่งเน้นไปที่การอุดรอยรั่วซึมและการเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างโดยเริ่มจากการกำจัดฝุ่น คราบน้ำมัน และเศษปูนออกให้หมด หากพบร่องหรือรอยแตกที่เสียหาย จะเปิดร่องเป็นรูปตัววี (V-Cut) ให้กว้างและลึกประมาณ 3-5 มิลลิเมตร ก่อนเลือกวิธีอุดซ่อมตามตำแหน่ง
- รอยต่อแนวตั้ง: ใส่โฟมเส้นรองร่องเพื่อกำหนดความลึก ก่อนอุดด้วยวัสดุโพลียูรีเทน (PU Sealant) และปาดให้เรียบเสมอกับผิวคอนกรีต
- รอยต่อแนวนอน: อุดร่องด้วยปูนเกราต์ชนิดไม่หดตัว (Non-Shrink Grout) และกดวัสดุให้แน่นเต็มร่อง เนื่องจากเป็นบริเวณที่อาจเกิดน้ำขังและรั่วซึมได้
เมื่อปูนแห้งตามระยะเวลาของผลิตภัณฑ์ จะเคลือบทับด้วยวัสดุกันซึมหรือซีเมนต์กันซึมบริเวณรอยต่อแนวนอนอีกชั้น ส่วนแนวที่ใช้วัสดุโพลียูรีเทน (PU) จะปาดแต่งให้เรียบร้อย แล้วทดสอบด้วยน้ำอีกครั้ง ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนทาสีและปิดงาน
จุดที่ 5. รอยแตกร้าวของผนังก่ออิฐ ผนังพรีแคส (Precast) และผนังแบบหล่ออุโมงค์ (Tunnel) ที่ไม่ใช่รอยต่อ

รอยแตกร้าวอาจเกิดขึ้นบนผนังก่ออิฐ ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป ผนังพรีแคส (Precast) และผนังคอนกรีตระบบหล่อในอุโมงค์ (Tunnel Wall) แม้ไม่ได้เกิดบริเวณแนวรอยต่อ โดยเฉพาะรอยร้าวลึกหรือรอยร้าวทะลุ ซึ่งอาจกลายเป็นช่องทางให้น้ำฝนและความชื้นแทรกซึมเข้าสู่ผนังภายในบ้านได้ ทีมช่าง AP จะตรวจสอบและเลือกวิธีซ่อมให้เหมาะสมกับลักษณะของรอยแตกร้าว เพื่อป้องกันการรั่วซึมบริเวณผนัง ดังนี้
- เตรียมพื้นผิว: ใช้เกรียงโป๊วหรือลูกหมูเจียรเปิดร่องบริเวณรอยแตกร้าวให้กว้างและลึกประมาณ 3-5 มิลลิเมตร เพื่อให้วัสดุซ่อมแซมสามารถยึดเกาะภายในร่องได้อย่างเหมาะสม จากนั้นใช้แปรงหรือเครื่องเป่าลมกำจัดฝุ่น เศษปูน และวัสดุที่หลุดล่อนออกให้หมด
- อุดโป๊วซ่อมรอยแตกร้าว: เลือกใช้วัสดุให้เหมาะกับลักษณะของรอยร้าว เช่น อะคริลิก อีพ็อกซี่ หรือซีเมนต์ซ่อมแซม แล้วอัดให้เต็มร่อง ก่อนปาดพื้นผิวให้เรียบเสมอกับผนังเดิม และปล่อยให้วัสดุแห้งตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง
- เก็บรายละเอียดพื้นผิว: เมื่อวัสดุแห้งสนิท ทีมช่างจะขัดแต่งบริเวณซ่อมให้เรียบเนียน ทาน้ำยารองพื้นปูนเก่า 1 รอบ และทาสีทับหน้าด้วยเฉดสีเดิม 2 รอบ เพื่อให้รอยซ่อมแซมเรียบร้อยและกลมกลืนกับผนังเดิม
จุดที่ 6. ผนังที่มี Sleeve ช่องเปิด เช่น ช่องผ่านท่องานระบบประปา/สุขาภิบาล ช่องพัดลมดูดอากาศ ช่องปล่อยควัน และช่อง Block out


ช่องเปิดและช่องสำหรับงานระบบ เช่น ช่องสวมท่อ (Sleeve) ท่อประปาและสุขาภิบาล ช่องพัดลมดูดอากาศ ช่องระบายควัน เป็นบริเวณที่มีการเจาะผ่านผนังหรือพื้น หากวัสดุอุดรอยต่อเสื่อมสภาพ หรือเกิดการยืดหดตัวของวัสดุตามอุณหภูมิ อาจทำให้เกิดช่องว่างและทำให้น้ำฝนซึมเข้าสู่ภายในบ้านได้
ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก AP จะตรวจเช็กบริเวณช่องเปิดและช่องเตรียมสำหรับติดตั้งงานระบบ พร้อมตรวจสอบสภาพวัสดุอุดรอยต่อและระบบกันซึมโดยรอบ เพื่อค้นหาตำแหน่งที่น้ำไหลเข้า ก่อนนำวัสดุส่วนที่เสื่อมสภาพออก ทำความสะอาดพื้นผิว และอุดปิดช่องว่างหรือซ่อมแซมระบบกันซึมด้วยวิธีที่เหมาะกับแต่ละจุดตามมาตรฐานงานซ่อม
จุดที่ 7. ปีกนกคอนกรีตเสริมเหล็ก ผนังกันไฟ คานหลังคาที่มีผนังก่ออิฐชนท้องหลังคา (คานอะเสรัดรอบ) และพื้นหลังคา


ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก AP จะตรวจสอบอย่างละเอียด โดยครอบคลุมบริเวณต่าง ๆ ดังนี้
ปีกนกคอนกรีตเสริมเหล็ก
- สาเหตุ: ปัญหารั่วซึมอาจเกิดจากคอนกรีตแตกร้าว หรือวัสดุกันซึมที่เคลือบไว้เสื่อมสภาพและฉีกขาด ทำให้น้ำซึมผ่านเนื้อคอนกรีตเข้าสู่ด้านใน
- วิธีแก้ปัญหา: ทีมช่างจะทำความสะอาดพื้นผิว ซ่อมรอยแตกร้าวด้วยซีเมนต์กันซึมหรือวัสดุที่เหมาะสม ก่อนทาหรือพ่นวัสดุกันซึมประเภทอะคริลิกหรือโพลียูรีเทน (PU) ทับอีกครั้ง และหากมีอาการแตกร้าวมากอาจสกัดซ่อมรอยแตกร้าวด้วยซีเมนต์กันซึมก่อนทาทับ
รอยต่อระหว่างคานหลังคาที่มีผนังก่ออิฐชนท้องคาน
- สาเหตุ: เนื่องจากคอนกรีตและอิฐมีการยืดหดตัวจากอุณหภูมิแตกต่างกัน หรือวัสดุอุดรอยต่อเสื่อมสภาพ จึงอาจเกิดช่องว่างบริเวณรอยต่อ
- วิธีแก้ปัญหา: ทีมช่างจะสกัดปูนบริเวณที่หลุดล่อนออก ทำความสะอาด แล้วอุดช่องว่างด้วยปูนเกราต์ชนิดไม่หดตัว (Non-Shrink Grout) หรือวัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทน (PU Sealant) ก่อนฉาบปิดผิวให้เรียบร้อย
ผนังกันไฟและรอยต่อกับหลังคา
- สาเหตุ: น้ำอาจรั่วผ่านบริเวณรอยต่อระหว่างผนังกันไฟกับโครงสร้างหลังคา หากวัสดุยาแนว (Sealant) หลุดล่อนหรือแผ่นครอบรอยต่อ (Flashing) ยึดไม่แน่น
- วิธีแก้ปัญหา: ทีมช่างจะตรวจสอบแผ่นครอบและแนวรอยต่อทั้งหมด พร้อมนำวัสดุเดิมที่เสื่อมสภาพออก ก่อนอุดรอยต่อใหม่ด้วยวัสดุที่มีความยืดหยุ่น เช่น โพลียูรีเทน (PU) หรือ MS Polymer
พื้นหลังคาคอนกรีต (Roof Slab)
- สาเหตุ: ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากระบบกันซึมเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน เมื่อโดนแสงแดด ความร้อน และฝนเป็นเวลานาน ทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำลดลง
- วิธีแก้ปัญหา: ทีมช่างจะตรวจสอบรอยแตกร้าว สภาพระบบกันซึม ก่อนซ่อมแซมและทำระบบกันซึมใหม่ให้เหมาะกับพื้นที่
จุดที่ 8. ร่องตกแต่ง (PVC Groove) แนวนอน แนวดิ่ง และรอยต่อชนวัสดุ ทั้งแบบต่อตรงและต่อเข้ามุม 90 องศา

บริเวณผนังภายนอกของบ้านอาจมีการติดตั้งร่องตกแต่ง (PVC Groove) ทั้งแนวดิ่งและแนวนอน โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อตรง รอยต่อเข้ามุม 90 องศา และจุดเชื่อมต่อระหว่างวัสดุต่างชนิด ซึ่งเป็นอีกตำแหน่งที่อาจเกิดน้ำรั่วซึมได้ หากวัสดุอุดรอยต่อเสื่อมสภาพหรือเกิดรอยแยกตัวจนเกิดช่องว่างให้น้ำฝนแทรกผ่านและสะสมเข้าสู่ผนังด้านใน ทีมช่าง AP แก้ปัญหาน้ำรั่วซึมบริเวณร่องตกแต่งผนัง และรอยต่อระหว่างวัสดุ ดังนี้
- เตรียมพื้นผิว: ขูดลอกวัสดุบริเวณร่องหรือรอยต่อส่วนที่เสื่อมสภาพและหลุดล่อนออก พร้อมทำความสะอาดแนวร่องและรอยต่อให้ปราศจากฝุ่นและคราบสกปรก
- อุดรอยต่อใหม่: ใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่นและทนต่อน้ำ เช่น วัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทน (PU) หรือซิลิโคนเกรดกันน้ำ เพื่อปิดช่องว่างตามรอยต่อตรงและรอยต่อเข้ามุมให้เรียบร้อย ในกรณีที่ระบบกันซึมเสียหาย จะซ่อมแซมหรือทำระบบกันซึมใหม่ตามความเหมาะสม
- ตรวจสอบและเก็บรายละเอียด: หลังซ่อม ทีมงานจะทดสอบน้ำ (Water Test) เพื่อตรวจสอบผล หากยังพบความผิดปกติจะดำเนินการแก้ไขและทดสอบซ้ำจนไม่พบการรั่วซึม ก่อนเก็บรายละเอียดและทาสีบริเวณที่ซ่อมให้เรียบร้อย
ลูกบ้านอุ่นใจ พบสัญญาณน้ำรั่วซึมเมื่อไร แจ้ง AP ได้ทันที เพื่อการดูแลอย่างตรงจุด

เมื่อพบคราบน้ำ รอยชื้น สีพอง หรือสัญญาณผิดปกติภายในบ้าน ลูกบ้านสามารถบันทึกรายละเอียดเบื้องต้นและแจ้งให้ทีมงาน AP เข้าตรวจสอบ เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์สาเหตุและวางแนวทางแก้ไขให้ตรงจุดมากขึ้นได้ทันที
- บันทึกภาพหรือวิดีโอ: ถ่ายบริเวณที่พบคราบน้ำ รอยชื้น หรือน้ำหยด รวมถึงพื้นที่โดยรอบ เพื่อให้ทีมงานเห็นลักษณะและขอบเขตของปัญหาเบื้องต้น
- แจ้งตำแหน่งและเวลาที่เกิดปัญหาให้ชัดเจน: ระบุห้อง ชั้น ผนัง หรือจุดที่พบปัญหา พร้อมวันและช่วงเวลาที่เกิดอาการ เช่น ระหว่างฝนตก หลังฝนหยุด หรือหลังใช้น้ำในห้องน้ำและบริเวณใกล้เคียง เพื่อช่วยแยกสาเหตุจากน้ำฝนหรืองานระบบภายในบ้าน
- แจ้งปัญหาน้ำรั่วซึม: ติดต่อ Call Service ที่หมายเลข 02-018-9999 หรือแจ้งซ่อมผ่านแอปพลิเคชัน Smart World เพื่อเปิดงานในระบบ FIXIT และให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ประเมินหน้างาน และดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
5 ขั้นตอนตรวจ ซ่อม และควบคุมคุณภาพ เมื่อ AP ได้รับแจ้งปัญหาน้ำรั่วซึม

1. รับแจ้งและตรวจสอบพื้นที่
เมื่อได้รับแจ้งปัญหาน้ำรั่วซึม ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก AP จะรับเรื่องภายใน 24 ชั่วโมง และรวบรวมรายละเอียดจากลูกบ้าน เช่น ตำแหน่งที่พบคราบน้ำ ช่วงเวลาที่เกิดปัญหา รวมถึงภาพถ่ายหรือวิดีโอประกอบ ก่อนนัดหมายเข้าตรวจสอบหน้างาน โดยทีมงานจะประเมินความเสียหายและทดสอบน้ำ (Water Test) เพื่อค้นหาตำแหน่งที่น้ำไหลเข้า เนื่องจากจุดที่พบคราบน้ำอาจไม่ใช่ต้นทางของการรั่วซึมเสมอไป
2. วางแผนและเลือกวิธีซ่อม
หลังตรวจสอบ ทีมงานจะวิเคราะห์สาเหตุและกำหนดขอบเขตการซ่อมให้เหมาะกับลักษณะปัญหาว่าจะเกิดจากวัสดุอุดรอยต่อเสื่อมสภาพ รอยแตกร้าว ระบบกันซึม หรือรอยต่อของวัสดุต่างชนิด พร้อมเลือกใช้วัสดุและวิธีซ่อมตามมาตรฐานของงานแต่ละประเภท
3. ป้องกันพื้นที่และดำเนินการซ่อม
ก่อนเริ่มงาน เจ้าหน้าที่จะคลุมและป้องกันพื้นที่ รวมถึงทรัพย์สินของลูกบ้าน เพื่อลดฝุ่นและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการซ่อม จากนั้นทีมช่างจึงดำเนินการตามแผนที่กำหนด โดยมีเจ้าหน้าที่ควบคุมขั้นตอนการทำงานให้เป็นไปตามมาตรฐาน
4. ทดสอบน้ำซ้ำหลังซ่อม
เมื่อซ่อมแล้วเสร็จ ทีมงานจะทดสอบด้วยน้ำ (Water Test) อีกครั้ง และตรวจสอบตามแบบตรวจงานซ่อมรั่วซึม (Check Point Leak Repair) หากยังพบความผิดปกติ จะดำเนินการแก้ไขและทดสอบใหม่จนไม่พบการรั่วซึมก่อนปิดงาน โดยในบางกรณีอาจมีทีมผู้ตรวจสอบ (Inspector) เข้าตรวจเช็กคุณภาพเพิ่มเติมอีกขั้น
5. ตรวจสอบและส่งมอบงาน
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความเรียบร้อยของพื้นที่ พร้อมอธิบายสาเหตุ วิธีซ่อม และผลการทดสอบให้ลูกบ้านรับทราบก่อนส่งมอบและปิดงาน หลังจากนั้น Call Service อาจติดต่อสอบถามความเรียบร้อยและความพึงพอใจ โดยลูกบ้านสามารถประเมินผลการให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน Smart World ได้ เพื่อให้ทุกงานซ่อมได้รับการติดตามอย่างครบถ้วนและโปร่งใส
เคสตัวอย่าง การแก้ไขน้ำรั่วซึมบริเวณกรอบหน้าต่าง


เมื่อลูกบ้านแจ้งปัญหาน้ำรั่วซึมบริเวณหน้าต่าง ทีมงาน AP จะลงพื้นที่ประเมินและฉีดน้ำทดสอบ (Water Test) เพื่อค้นหาตำแหน่งที่น้ำไหลเข้าจริง โดยเคสนี้พบว่ามีน้ำซึมเข้าบริเวณขอบมุมกรอบหน้าต่างจากวัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทน (PU Sealant) เดิมที่เสื่อมสภาพ
ก่อนเริ่มซ่อม เจ้าหน้าที่ PC จะป้องกันพื้นที่และคลุมทรัพย์สินภายในบ้านให้เรียบร้อย จากนั้นทีมช่างจะนำวัสดุเดิมออก ทำความสะอาดพื้นผิว และอุดรอยต่อใหม่ด้วยวัสดุตามมาตรฐานของโครงการ เช่น ผลิตภัณฑ์จาก TOA พร้อมซ่อมแซมคราบน้ำและทาสีเก็บรายละเอียดผนังภายในให้กลับมาเรียบร้อย
หลังซ่อม เจ้าหน้าที่จะฉีดน้ำทดสอบซ้ำตามจุดตรวจที่กำหนด เช่น รอยต่อระหว่างผนังกับกรอบหน้าต่างในมุม 45 องศา บานกระจกและยางซีล รวมถึงรูระบายน้ำล้นของรางกรอบหน้าต่าง พร้อมตรวจสอบตามแบบตรวจงานซ่อมรั่วซึม (Check Point Leak Repair) หากยังพบน้ำซึม ทีมช่างจะดำเนินการแก้ไขและทดสอบใหม่จนไม่พบความผิดปกติก่อนปิดงาน โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อและอธิบายผลการซ่อมให้ลูกบ้านรับทราบอย่างต่อเนื่อง
อุ่นใจยิ่งขึ้น ด้วยการรับประกันและติดตามคุณภาพงานซ่อมจาก AP

นอกจากการรับประกันตามประเภทโครงการของ AP แล้ว งานซ่อมที่ดำเนินการเสร็จสิ้นยังได้รับการรับประกันคุณภาพตามระยะเวลาที่กำหนด หากลูกบ้านพบปัญหาเกิดซ้ำในจุดเดิมภายในระยะรับประกัน สามารถแจ้งผ่าน Call Service หรือแอปพลิเคชัน Smart World เพื่อให้เจ้าหน้าที่เปิดเคสร้องเรียนคุณภาพงานซ่อมและเข้าตรวจสอบอีกครั้ง
ทั้งนี้กรณีลูกบ้านไม่พึงพอใจต่อการให้บริการของเจ้าหน้าที่ สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ โดยเจ้าหน้าที่จะสืบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ก่อนดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมต่อไป
ทุกปัญหารั่วซึม AP พร้อมดูแล ซ่อมแซมและรับประกันอย่างมั่นใจ
AP พร้อมดูแลปัญหาน้ำรั่วซึมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การตรวจสอบจุดเสี่ยง การค้นหาสาเหตุและเลือกวิธีซ่อมให้เหมาะกับแต่ละจุด ไปจนถึงการทดสอบซ้ำและรับประกันคุณภาพงานซ่อมตามเงื่อนไข พร้อมติดตามดูแลหากพบปัญหาเกิดซ้ำ เพราะประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ดี เริ่มจากบ้านที่ได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ เพื่อให้ลูกบ้าน AP อุ่นใจและมั่นใจในทุกการใช้ชีวิต
เอพีไทยแลนด์ ช่วยเติมเต็มความหมายของชีวิต
เลือกเป็นเจ้าของโครงการบ้าน คอนโด จาก เอพีไทยแลนด์ เพื่อสร้างชีวิตดี ๆ บนพื้นที่ความสุขที่เราเลือกเอง ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัว ทาวน์โฮมดีไซน์สวยหรือบ้านแฝดฟังก์ชันใหญ่ คอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าเดินทางง่าย และโฮมออฟฟิศพร้อมฟังก์ชันครบครัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ธุรกิจในพื้นที่เดียว เพราะ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย
EMPOWER LIVING ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้











