Retention คืออะไร ดีกว่า Refinance ไหม แบบไหนได้ดอกเบี้ยถูกกว่า

KNOW HOW · FINANCIAL

Retention คืออะไร ดีกว่า Refinance ไหม แบบไหนได้ดอกเบี้ยถูกกว่า

7 พ.ค. 2026

แชร์ไปยัง

การ Retention คือการเจรจากับธนาคารเดิมเพื่อปรับลดดอกเบี้ย ทำได้สะดวกและรวดเร็ว ส่วน Refinance คือการยื่นสินเชื่อกับธนาคารใหม่เพื่อขออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า

MAIN POINT

  • การ Retention คือ การขอปรับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านกับธนาคารเดิม ลดขั้นตอนซับซ้อนและไม่ต้องยุ่งยากกับการเตรียมเอกสารใหม่ ส่วน Refinance เป็นการยื่นสินเชื่อไปยังธนาคารใหม่เพื่อขออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ซึ่งอาจมีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่า รวมถึงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าประเมินทรัพย์สิน แต่ผู้กู้สามารถเปรียบเทียบและเลือกข้อเสนอดอกเบี้ยที่ดีที่สุดได้
  • การ Refinance มีโอกาสได้ดอกเบี้ยถูกกว่า เนื่องจากผู้กู้สามารถเลือกข้อเสนอที่ดีที่สุดจากหลากหลายธนาคารได้ ในขณะที่ดอกเบี้ยจาก Retention ขึ้นอยู่กับการเจรจากับธนาคารเดิม ทั้งนี้ ควรพิจารณาถึงดอกเบี้ยรวมในระยะยาว เพื่อให้ได้ทางเลือกที่คุ้มค่าสูงสุด

 

เมื่อถึงเวลาที่ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านปรับตัวสูงขึ้น หลายคนอาจเริ่มมองหาวิธีลดภาระดอกเบี้ย หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมคือ Retention และ Refinance ซึ่งมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน AP Thai พาทำความรู้จัก Retention คืออะไร ดีกว่า Refinance ไหม แบบไหนได้ดอกเบี้ยถูกกว่า ให้เลือกข้อเสนอจากธนาคารได้คุ้มค่าที่สุด

 

Retention (รีเทนชั่น) คืออะไร?

คำนวณเพื่อเปรียบเทียบดอกเบี้ยบ้านก่อนทำการ Retention (รีเทนชั่น)

Retention (รีเทนชั่น) คือ การที่ผู้กู้สินเชื่อบ้านเจรจากับธนาคารเดิมที่กำลังผ่อนอยู่ เพื่อขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือรับเงื่อนไขใหม่ที่ดีกว่าเดิม โดยทั่วไปจะทำหลังจากพ้นช่วงโปรโมชันดอกเบี้ยต่ำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดภาระดอกเบี้ยแบบสะดวก รวดเร็ว ไม่อยากยุ่งยากกับเอกสารหรือขั้นตอนเหมือนการยื่นกู้ใหม่ เพราะธนาคารเดิมมีข้อมูลและประวัติการชำระเงินของผู้กู้อยู่แล้ว

 

ความแตกต่างระหว่าง Retention กับ Refinance แบบไหนคุ้มกว่า?

 

ตารางเปรียบเทียบความต่างระหว่าง Retention กับ Refinance

ความแตกต่าง Retention (รีเทนชั่น) Refinance (รีไฟแนนซ์)
ธนาคาร ธนาคารเดิมที่ผู้กู้มีสินเชื่ออยู่ ธนาคารใหม่ที่ผู้กู้ต้องย้ายไปทำสินเชื่อใหม่
อัตราดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยอาจลดลงจากอัตราเดิม แต่ไม่มาก ประมาณ 0.25-0.50% ขึ้นอยู่กับการเจรจากับธนาคารเดิม อัตราดอกเบี้ยมักต่ำกว่าเดิม ซึ่งผู้กู้สามารถเปรียบเทียบเพื่อเลือกธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยที่ดีที่สุดได้
ระยะเวลา กระบวนการรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ การพิจารณาใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ เนื่องจากธนาคารต้องตรวจสอบเครดิตบูโร และประเมินราคาหลักทรัพย์ใหม่
การเตรียมเอกสาร ใช้เอกสารน้อย เช่น สัญญาเงินกู้เดิม, ทะเบียนบ้าน, บัตรประชาชน ใช้เอกสารมากกว่า ทั้งเอกสารส่วนตัว เอกสารหลักประกัน และเอกสารการเงิน
ค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมต่ำ 1-2% ของวงเงินคงเหลือ หรืออาจไม่มีค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียมสูงกว่า รวมถึงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าประเมินทรัพย์สิน ค่าไถ่ถอนจำนอง และค่าจดจำนอง

ตัวอย่างการคำนวณความคุ้มค่าระหว่าง Retention กับ Refinance

นางสาว A มีภาระหนี้คงเหลือ 2,000,000 บาท โดยอัตราดอกเบี้ย เป็นดอกเบี้ยลอยตัวอ้างอิงกับ MLR

อัตราดอกเบี้ย:

  • กรณีผ่อนกับธนาคารเดิม: 6.75% ต่อปี
  • กรณี Retention กับธนาคารเดิม: 4.1% ต่อปี
  • กรณี Refinance กับธนาคารใหม่: 3.5% ต่อปี

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ:

  • ค่าธรรมเนียมจดจำนอง: 1% ของวงเงินสินเชื่อ (สูงสุด 200,000 บาท)
  • ค่าอากรแสตมป์: 0.05% ของวงเงินกู้

 

ค่างวด: 18,000 บาท 

(กำหนดให้ค่างวดเท่ากันเพื่อเปรียบเทียบการจ่ายจำนวนเท่า ๆ กัน)

 

การเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่าง Retention และ Refinance ใน 3 ปีแรก:

ลักษณะ ผ่อนตามสัญญาเดิมกับธนาคารเดิม Retention กับธนาคารเดิม Refinance ไปธนาคารใหม่
เงินต้นคงเหลือ 1,731,481 บาท 1,573,006 บาท 1,538,887 บาท
ดอกเบี้ยจ่าย 379,481 บาท 221,006 บาท 186,887 บาท
ค่าธรรมเนียม - - 21,000 บาท
รวมดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียม 379,481 บาท 221,006 บาท 207,887 บาท
เงินต้นลดลงหลัง 3 ปี 268,519 บาท 426,994 บาท 461,113 บาท

หากต้องการประหยัดดอกเบี้ยและลดเงินต้นได้เร็วที่สุด การ Refinance เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากที่สุด ส่วนการ Retention ความคุ้มค่าโดยรวมอาจน้อยกว่า Refinance แต่ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการย้ายธนาคารและเตรียมเอกสาร

 

การ Retention บ้านใช้เอกสารอะไรบ้าง?

ผู้กู้บ้านเตรียมเอกสารสำหรับ Retention บ้าน

หนึ่งในข้อดีของการทำ Retention คือการใช้เอกสารที่น้อยและไม่ยุ่งยากเมื่อเทียบกับการขอสินเชื่อใหม่ เนื่องจากธนาคารเดิมมีข้อมูลของผู้กู้แล้ว โดยใช้เอกสาร ดังนี้

  • สัญญากู้สินเชื่อบ้านฉบับเดิม
  • บัตรประชาชนของผู้กู้ พร้อมสำเนา
  • ทะเบียนบ้านของผู้กู้ พร้อมสำเนา
  • สลิปเงินเดือนล่าสุด และ Statement บัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (แล้วแต่กรณี)
  • ใบเสร็จผ่อนชำระค่างวดล่าสุด (แล้วแต่กรณี)

 

การ Retention บ้านมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

หญิงสาวกดคำนวณค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการ Retention บ้าน

การทำ Retention บ้านมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับการรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารใหม่ เนื่องจากไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจดจำนองหรือประเมินหลักประกันใหม่ โดยส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายหลักจะอยู่ที่ประมาณ 1-2% ของยอดหนี้คงเหลือ ทั้งนี้ ธนาคารอาจไม่เก็บค่าธรรมเนียมการดำเนินการ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและนโยบายของแต่ละธนาคาร

 

สามารถ Retention บ้านได้กี่ครั้ง?

เจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารให้คำแนะนำเกี่ยวกับการ Retention บ้าน

การทำ Retention บ้านสามารถทำได้เรื่อย ๆ ไม่จำกัดจำนวนครั้งจนกว่าจะหมดสัญญา แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและนโยบายของธนาคาร รวมถึงสถานะทางการเงินของผู้กู้ โดยมีปัจจัยที่ควรพิจารณาดังนี้

  • เงื่อนไขของธนาคาร: ธนาคารบางแห่งอาจจำกัดจำนวนครั้งในการทำ Retention หรือมีข้อกำหนดเกี่ยวกับระยะเวลาในการทำครั้งถัดไป เช่น อาจจะต้องรอให้ครบระยะเวลาหรือเงื่อนไขบางประการก่อนที่จะทำการ Retention ใหม่ได้
  • สถานะการผ่อนชำระ: หากผู้กู้มีประวัติการผ่อนชำระที่ดีและตรงเวลา อาจได้รับการพิจารณา Retention ต่อเนื่องหลายครั้ง

 

การ Retention บ้านมีขั้นตอนอย่างไร?

เจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารกำลังอธิบายขั้นตอนการ Retention บ้าน

1. แจ้งธนาคารเพื่อขอรีเทนชั่น

ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการ Retention ผู้กู้ควรตรวจสอบสัญญาสินเชื่อบ้านเดิม เพื่อให้ทราบถึงระยะเวลาและเงื่อนไขตามสัญญา รวมถึงยอดหนี้คงเหลือในปัจจุบัน เมื่อเตรียมข้อมูลครบแล้ว ผู้กู้สามารถติดต่อธนาคารเพื่อแจ้งความประสงค์ขอทำ Retention โดยธนาคารอาจเจรจาเพื่อหาข้อเสนอที่ดีที่สุดให้ โดยจะพิจารณาจากข้อมูลและประวัติการผ่อนชำระที่ธนาคารมีอยู่

2. รอผลการพิจารณาอนุมัติ

หลังจากที่ได้แจ้งธนาคารแล้ว ธนาคารจะทำการพิจารณาคำขอ Retention ซึ่งอาจใช้เวลาระหว่าง 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับธนาคารและรายละเอียดของสินเชื่อที่ยื่น ซึ่งระหว่างนั้นผู้กู้ควรติดตามผลการพิจารณาจากธนาคารอย่างใกล้ชิด

3. ชำระค่าธรรมเนียมและเซ็นเอกสาร

หากธนาคารอนุมัติคำขอ Retention แล้ว จะต้องดำเนินการชำระค่าธรรมเนียม (หากมี) และเซ็นเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันว่าได้ตกลงตามเงื่อนไขที่ธนาคารเสนอ โดยอัตราดอกเบี้ยใหม่จะมีผลในงวดการชำระถัดไป

 

ข้อดีของการ Retention บ้าน

ครอบครัวปรึกษากันเรื่องทำ Retention (รีเทนชั่น) บ้าน

1. สะดวก รวดเร็ว ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก

การ Retention เป็นวิธีที่ง่ายและใช้เวลาน้อยที่สุดในการปรับลดดอกเบี้ย เพราะไม่ต้องย้ายธนาคารหรือยื่นกู้ใหม่ เพราะธนาคารเดิมมีข้อมูลและประวัติการชำระเงินอยู่แล้ว จึงดำเนินการได้รวดเร็วกว่าการ Refinance

2. ไม่ต้องประเมินราคาทรัพย์สินใหม่

หนึ่งในข้อดีของ Retention คือไม่จำเป็นต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการประเมินราคาทรัพย์สินใหม่ ทำให้ช่วยประหยัดทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และลดขั้นตอนที่ซับซ้อนลง

3. มีค่าธรรมเนียมไม่สูงมาก

เมื่อเทียบกับการรีไฟแนนซ์ การ Retention มักจะมีค่าธรรมเนียมต่ำ เพียง 1-2% จากยอดหนี้คงเหลือ หรืออาจไม่มีค่าธรรมเนียมเลย และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการย้ายสินเชื่อ เช่น ค่าจดจำนองหรือค่าประเมินทรัพย์สิน ทำให้สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนค่าธรรมเนียมได้

4. ไม่ตรวจสอบประวัติเครดิตบูโร

การ Retention อาจไม่ต้องตรวจสอบประวัติเครดิตบูโรซ้ำ ซึ่งแตกต่างจากการยื่นขอสินเชื่อใหม่ที่มักมีการตรวจสอบเครดิตอย่างเข้มงวด จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการปรับเงื่อนไขให้ดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบเครดิตที่อาจทำให้ล่าช้าหรือเสียเวลา

 

ข้อจำกัดของการ Retention บ้าน

ผู้หญิงโทรปรึกษากับสถาบันการเงินเรื่องข้อจำกัดของการ Retention บ้าน

1. ขอลดอัตราดอกเบี้ยได้ไม่มาก

แม้ Retention จะช่วยลดดอกเบี้ยลงได้ แต่อัตราที่ลดลงมักไม่มากเท่าการรีไฟแนนซ์ เพราะไม่ได้มีการแข่งขันจากธนาคารอื่น โดยส่วนใหญ่ดอกเบี้ยอาจลดลงเพียงเล็กน้อย ประมาณ 0.25-0.50% ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี

2. ไม่สามารถขอวงเงินกู้เพิ่มได้

การ Retention เป็นเพียงการปรับลดดอกเบี้ยหรือเงื่อนไขของสัญญาเดิม จึงไม่สามารถขอขยายวงเงินเพิ่มได้ หากต้องการเงินก้อนเพื่อนำไปใช้จ่ายหรือต่อเติมบ้าน อาจต้องเลือกรีไฟแนนซ์ไปที่ธนาคารใหม่ หรือขอสินเชื่อเพิ่มเติมแยกต่างหาก

3. ต้องมีประวัติการผ่อนชำระที่ดี

โอกาสในการได้รับขอเสนอ Retention จากธนาคาร ขึ้นอยู่กับประวัติการผ่อนชำระของผู้กู้ หากมีประวัติการชำระเงินที่ดีและตรงเวลาบ่อยครั้ง ย่อมมีโอกาสเจรจาลดดอกเบี้ยได้มากกว่า แต่หากมีประวัติการชำระเงินล่าช้าหรือค้างชำระ อาจได้รับข้อเสนอที่ไม่จูงใจหรือไม่ได้รับการอนุมัติ

 

รวมบทความน่ารู้เกี่ยวกับการผ่อนบ้าน-คอนโด จาก AP Thai

 

เอพีไทยแลนด์ ช่วยเติมเต็มความหมายของชีวิต

เลือกเป็นเจ้าของโครงการบ้าน คอนโด จาก เอพีไทยแลนด์ เพื่อสร้างชีวิตดี ๆ บนพื้นที่ความสุขที่เราเลือกเอง ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัว ทาวน์โฮมดีไซน์สวยหรือบ้านแฝดฟังก์ชันใหญ่ คอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าเดินทางง่าย และโฮมออฟฟิศพร้อมฟังก์ชันครบครัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ธุรกิจในพื้นที่เดียว เพราะ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย

 

 

EMPOWER LIVING อยู่ .. เพื่อทุกความหมายของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

การ Retention ช่วยลดค่างวดบ้านได้ไหม?

  • การ Retention สามารถช่วยลดค่างวดบ้านได้ หากธนาคารอนุมัติให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิมหรือขยายระยะเวลาผ่อนชำระ ทั้งนี้ควรพิจารณาถึงดอกเบี้ยรวมที่ต้องจ่ายในระยะยาวก่อนตัดสินใจ

ต้องผ่อนมานานแค่ไหนถึงจะขอ Retention ได้?

  • แม้โดยทั่วไปจะเข้าใจว่า การ Retention สามารถทำได้หลังจากผ่อนชำระมาแล้วประมาณ 3 ปี แต่จริง ๆ แล้ว ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในสัญญา และนโยบายของแต่ละธนาคาร ทั้งนี้ ส่วนใหญ่แนะนำให้ผ่อนมานาน 3 ปีขึ้นไปค่อย Retention

ค้างค่างวดบ้านไว้ สามารถขอ Retention ได้ไหม?

  • การค้างค่างวดบ้านอาจส่งผลต่อการขอ Retention เนื่องจากธนาคารจะพิจารณาประวัติการผ่อนชำระของผู้กู้ หากมีประวัติการค้างค่างวดบ่อยครั้งอาจทำให้การลดดอกเบี้ยจาก Retention ไม่ได้มากนัก หรืออาจไม่ได้รับการอนุมัติเลย ทั้งนี้บางธนาคารอาจรอให้การผิดนัดชำระครั้งล่าสุดผ่านไป 6 เดือน ก่อนที่จะพิจารณาอนุมัติการขอ Retention

Retention กี่ปีถึงจะสามารถ Refinance กับธนาคารอื่นได้?

  • การ Refinance กับธนาคารอื่นหลังจากทำ Retention จะทำได้ในระยะกี่ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในสัญญาและนโยบายของธนาคารแต่ละแห่ง ส่วนใหญ่แล้วหากต้องการย้ายไปธนาคารอื่นหลังทำ Retention ในระยะ 3 ปีแรก อาจต้องจ่ายค่าปรับตามเงื่อนไขในสัญญา

Retention ไม่ผ่านมาจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

  • การขอ Retention อาจไม่ผ่านได้จากหลายสาเหตุ เช่น ประวัติการชำระหนี้ไม่ดี เงื่อนไขในสัญญาสินเชื่อเดิม หรือธนาคารตรวจสอบรายการเดินบัญชี (Statement) แล้วพบว่ารายได้ลดลง หรือธุรกิจที่ทำอยู่มีความเสี่ยง

โปรแกรมคำนวณผ่อนบ้าน คอนโด สินเชื่อเบื้องต้น

คำนวณสินเชื่อบ้าน/คอนโด พร้อมแนะนำโครงการบ้านและคอนโดที่ตรงใจคุณ!
คำนวณสินเชื่อบ้านและคอนโดเบื้องต้นได้ง่ายๆ รู้ทันทีว่ากู้ได้เท่าไหร่
ผ่อนเดือนละเท่าไหร่ อ้างอิงข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย

คำนวณเบื้องต้น

*อายุต้องอยู่ระหว่าง 20 ปี - 64 ปี

ผลลัพธ์ของฉัน

ธนาคารอัตราดอกเบี้ย MRR ปัจจุบัน 0%
ระยะเวลากู้0ปี
ยอดผ่อนชำระต่อเดือน0บาท
วงเงินกู้สูงสุด0บาท

*อัตราดอกเบี้ยอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขแต่ละธนาคาร |*ผลจากการคำนวณดังกล่าวเป็นเพียงคำนวณเบื้องต้นเท่านั้น