รู้จักทางสามแพร่ง ไขความเชื่อต่าง ๆ พร้อมวิธีปรับบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

LIVING SERIES · WITTY LIVING

รู้จักทางสามแพร่ง ไขความเชื่อต่าง ๆ พร้อมวิธีปรับบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

29 พ.ค. 2026

แชร์ไปยัง

ทางสามแพร่งคือจุดบรรจบของถนนสามสายแบบตัว T หรือ Y ซึ่งเชื่อว่าได้รับแรงปะทะโดยตรง ทั้งด้านฮวงจุ้ย มลภาวะ และความเสี่ยงอุบัติเหตุ แต่สามารถแก้เคล็ดได้หลายวิธี

MAIN POINT

  • ทางสามแพร่ง คือ จุดที่ถนนสามสายมาบรรจบกันในลักษณะตัว T หรือ Y โดยเชื่อว่า บ้านที่ตั้งอยู่ตรงแนวทางสามแพร่ง ส่งผลต่อฮวงจุ้ยและการอยู่อาศัย ซึ่งอาจได้รับพลังงานลบ เสียงรบกวน ฝุ่นควัน และความเสี่ยงอุบัติเหตุสูงกว่าตำแหน่งทั่วไป 
  • วิธีแก้เคล็ดบ้านทางสามแพร่งด้วยตัวเอง สามารถทำได้หลายวิธี เริ่มจากการติดกระจกแปดเหลี่ยมหรือกระจกนูนเพื่อสะท้อนพลังงานลบ ปรับสีกำแพงตามทิศ จัดสวนหน้าบ้าน พร้อมปรับการออกแบบ โดยเบี่ยงประตูรั้วให้พ้นแนวถนน ทำรั้วสูง และปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อลดแรงปะทะ และเพิ่มความปลอดภัยในการอยู่อาศัย

 

ทาสามแพร่ง หนึ่งในทำเลที่หลายคนมักกังวลเมื่อต้องตัดสินใจเลือกซื้อบ้านหรือที่ดิน ด้วยความเชื่อด้านฮวงจุ้ยและสถาปัตยกรรม AP Thai พาทำความรู้จักกับทางสามแพร่ง พร้อมไขข้อสงสัยในทุกความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย และแจกวิธีแก้เคล็ดเปลี่ยนทางสามแพร่งให้เป็นทำเลรับทรัพย์ อยู่อาศัยได้อย่างสบายใจและปลอดภัย

ทางสามแพร่ง คืออะไร?

ทางสามแพร่ง

ทางสามแพร่ง คือ จุดบรรจบของถนนสามสายที่มีลักษณะเป็นตัว T หรือตัว Y ซึ่งทางหลักฮวงจุ้ยและสถาปัตยกรรมมองว่า บ้านที่อยู่ตรงทางสามแพร่ง อาจได้รับพลังงานลบที่พุ่งเข้าหาตัวบ้านโดยตรง ต้องเจอกับปัจจัยรบกวน ทั้งแสงไฟจากหน้ารถ เสียงรบกวน ฝุ่นควัน รวมถึงมีความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุสูงกว่าตำแหน่งอื่นด้วย

 

ทางสามแพร่ง มีความเชื่ออย่างไร?

รถยนต์ขับบริเวณทางสามแพร่งที่มีบ้านอยู่ตรงจุดตัดของทางสามแพร่งพอดี

ตามหลักฮวงจุ้ยจีน เชื่อว่าทางสามแพร่ง เป็นจุดที่พลังงานแรงพุ่งเข้าหาตัวบ้านโดยตรงหรือที่เรียกว่าชี่พิฆาต (Sha Qi) ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยเจอความกดดัน อุปสรรค หรือปัญหาต่าง ๆ ได้ง่าย ทั้งนี้หากบ้านตั้งอยู่ในทิศและองศาที่ดีตั้งแต่แรก แม้จะอยู่ตรงทางสามแพร่ง ก็สามารถรับพลังงานที่ดีได้เช่นกัน

 

ข้อเสียของบ้านทางสามแพร่ง คืออะไรในมุมมองปัจจุบัน?

บ้านที่อยู่บริเวณทางสามแพร่งมักเกิดอุบัติเหตุได้บ่อย

1. เป็นจุดตัดของถนน 3 สาย ทำให้การจราจรคับคั่ง

บริเวณนี้มักกลายเป็นจุดชะลอตัวของรถที่ต้องรอเลี้ยวหรือรอจังหวะข้ามแยก ทำให้มีรถสัญจรพลุกพล่านตลอดเวลา ซึ่งนอกจากสร้างความรำคาญใจจากเสียงเครื่องยนต์แล้ว ยังทำให้ผู้อยู่อาศัยนำรถเข้า-ออกบ้านได้ลำบาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน

2. เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าบริเวณอื่น

บ้านที่ตั้งอยู่ตรงแนวถนนของทางสามแพร่ง หากเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น ผู้ขับขี่ไม่ชำนาญทาง หลับใน รถหลุดโค้ง หรือเบรกแตก โอกาสที่รถจะพุ่งเข้าชนรั้วหรือตัวอาคารในบริเวณจุดตัดทางสามแพร่งจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าจุดอื่น ๆ

3. มีฝุ่นเข้าไปในบ้านหรือตัวอาคารค่อนข้างมาก

ถนนที่พุ่งตรงเข้าหาตัวบ้านจะทำหน้าที่เสมือนช่องลม (Wind Tunnel) ตามธรรมชาติ ซึ่งจะพัดพาเอาฝุ่นละออง ควันท่อไอเสีย และเศษมลพิษต่าง ๆ จากท้องถนนให้เข้ามาสะสมบริเวณหน้าบ้านหรือภายในตัวอาคารได้มากกว่าปกติ

 

บ้านทางสามแพร่ง อยู่แล้วรวย ค้าขายดี เกิดจากปัจจัยอะไรบ้าง?

ร้านอาหารบนทางสามแพร่งมักอยู่แล้วรวย ค้าขายดี

1. ทิศทางและองศาถูกโฉลกกับเจ้าของบ้าน

ในทางฮวงจุ้ย ประตูหน้าบ้านเปรียบเสมือนปากมังกรที่คอยเปิดรับทรัพย์ หากถนนที่พุ่งเข้ามาอยู่ในองศามงคลและตรงกับทิศโชคลาภของเจ้าของบ้านพอดี พลังงานที่พุ่งตรงเข้ามาจากทางสามแพร่งจะนำพาโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรืองและโอกาสทางการเงินเข้ามาให้

2. ประเภทอาชีพหรือธุรกิจเหมาะสมกับทำเล

ทางสามแพร่งเป็นจุดที่มีความเคลื่อนไหวสูงมาก จึงเหมาะกับธุรกิจประเภทบริการที่เข้าถึงง่าย การติดต่อ ประสานงาน และการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ 

  • สถานที่ศูนย์รวมผู้คนและการค้าขาย: ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านสะดวกซื้อ 
  • สถานที่เกี่ยวกับสุขภาพ: โรงพยาบาล คลินิกศัลยกรรม ศูนย์รับบริจาคเลือด 
  • ธุรกิจสายซ่อมแซมและแก้ปัญหา: อู่ซ่อมรถ ร้านเคาะปะผุพ่นสี หรือธุรกิจที่ต้องรับมือกับการแก้ปัญหาอยู่เสมอ
  • สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสถานที่ราชการ: ศาลหลักเมืองประจำจังหวัด ศาลเจ้า วัด อาคารสถาปัตยกรรมระดับชาติ 

3. เป็นทางสามแพร่งที่การจราจรไม่พลุกพล่าน

หากเป็นทางแยกในซอยย่อย หมู่บ้านปิด หรือเส้นทางที่รถวิ่งด้วยความเร็วต่ำ การจราจรไม่พลุกพล่าน แรงปะทะจากทางสามแพร่งจะน้อยลง จนไม่ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย

4. ตัวอาคารมีขนาดใหญ่ ประตูอยู่ในทิศทางที่ดี

หากตัวบ้านหรืออาคารมีขนาดใหญ่และมั่นคง ก็จะช่วยรับและลดแรงปะทะของพลังงานได้ดีกว่าบ้านขนาดเล็ก นอกจากนี้ หากมีการออกแบบที่ดี เช่น การวางประตูทางเข้าไม่ให้ตรงกับแนวถนน หรือจัดสวนและต้นไม้ช่วยบังทิศทางลม ก็สามารถช่วยลดพลังงานลบและเพิ่มความสมดุลให้บ้านได้เช่นกัน

 

บ้านอยู่ตรงทางสามแพร่ง แก้อย่างไรให้ถูกต้อง?

1. ใช้กระจกแปดเหลี่ยมขับไล่สิ่งไม่ดี

ใช้กระจกแปดเหลี่ยมขับไล่สิ่งไม่ดี วิธีแก้ไขกรณีบ้านอยู่ทางสามแพร่ง

ตามความเชื่อที่ว่าทางสามแพร่งเป็นจุดที่กระแสพลังงานไหลมาปะทะอย่างรุนแรง การติดกระจกแปดเหลี่ยม จึงเป็นวิธีแก้เคล็ดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพื่อช่วยสะท้อนและบรรเทาพลังงานลบ โดยมีหลักการนำไปใช้ดังนี้

  • ติดที่กำแพงหรือพื้นที่ด้านนอกตัวบ้าน: ควรติดตั้งกระจกแปดเหลี่ยมไว้บริเวณที่หันหน้ารับแรงปะทะจากจุดตัดของถนนโดยตรง
  • เสริมพลังด้วยสิงห์คาบดาบ: เลือกใช้กระจกแปดเหลี่ยมแบบที่มีรูปสิงห์คาบดาบ เพื่อช่วยเพิ่มพลังในการปัดเป่าและปกป้องคุ้มครองบ้าน

ข้อควรระวังสำคัญ: ควรหลีกเลี่ยงการติดกระจกแปดเหลี่ยมแก้เคล็ดทางสามแพร่ง หากฝั่งตรงข้ามหรือในทิศทางที่กระจกสะท้อนไป มีบ้านหรืออาคารของผู้อื่นตั้งอยู่ เพราะจะเป็นการผลักพลังงานร้ายไปให้เพื่อนบ้าน ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาความขัดแย้งได้

 

2. ติดกระจกนูนสะท้อนสิ่งชั่วร้าย

ติดกระจกนูนสะท้อนสิ่งชั่วร้าย วิธีแก้ไขกรณีบ้านอยู่ทางสามแพร่ง

หากบ้านตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่งในซอยเล็กๆ โค้งแคบ ไม่ได้มีการจราจรพลุกพล่านมากนัก สามารถเลือกใช้กระจกนูน (กระจกโค้งจราจร) แทนกระจกแปดเหลี่ยมได้ เพื่อให้รถที่ผ่านไปมาเห็นทางชัดขึ้น เลี้ยวง่ายขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุหน้าบ้านได้ด้วย

 

3. วางตำแหน่งประตูทางเข้าให้เยื้องกับถนน

วางตำแหน่งประตูทางเข้าให้เยื้องกับถนน วิธีแก้ไขกรณีบ้านอยู่ทางสามแพร่ง

การขยับตำแหน่งประตูรั้วให้เยื้องหลบแนวถนนที่พุ่งเข้ามาปะทะ พร้อมทั้งจัดวางตำแหน่งให้ประตูรั้วและประตูทางเข้าหลักของบ้านไม่ชนกัน จะช่วยป้องกันไม่ให้กระแสพลังงานร้ายพุ่งเข้าสู่กลางตัวบ้านโดยตรง รวมถึงลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ป้องกันแสงไฟหน้ารถส่องเข้าบ้าน และเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับสมาชิกในครอบครัว

 

4. ทำรั้วสูงป้องกันพลังงานลบ

ทำรั้วสูงป้องกันพลังงานลบ วิธีแก้ไขกรณีบ้านอยู่ทางสามแพร่ง

สร้างรั้วให้มีความสูงมากกว่า 2 เมตร เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดแรงปะทะจากทางสามแพร่งได้ดี และช่วยกันฝุ่นควัน ลดเสียงรบกวน และบังแสงไฟหน้ารถในเวลากลางคืน เพิ่มความเป็นส่วนตัวและความสบายให้คนในบ้านมากขึ้น 

นอกจากนี้การเลือกใช้วัสดุที่มีความมันเงา เช่น รั้วสแตนเลส และรั้วอลูมิเนียมคอมโพสิต ยังช่วยเสริมมิติในด้านฮวงจุ้ย เพราะความเงางามของพื้นผิวโลหะจะสะท้อนและผลักกระแสพลังงานลบที่พุ่งเข้ามาให้กระจายออกไป

 

5. ปลูกต้นไม้ใหญ่ ช่วยคุ้มครองคนในบ้าน

ปลูกต้นไม้ใหญ่ ช่วยคุ้มครองคนในบ้าน วิธีแก้ไขกรณีบ้านอยู่ทางสามแพร่ง

การปลูกต้นไม้ใหญ่หรือไม้พุ่มทรงสูงตามแนวรั้วให้มีความสูงเหนือระดับสายตา เพราะในทางฮวงจุ้ยธาตุไม้มีคุณสมบัติในการดูดซับพลังงานลบและคุ้มครองคนในบ้าน โดยอาจเลือกปลูกต้นไม้มงคลที่มีความหมายดี เช่น

  • ต้นโป๊ยเซียน: ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข อายุมั่นขวัญยืน และเงินทองไหลมาเทมา
  • ต้นโบตั๋นหรือต้นพุดตาน: เสริมความมั่งคั่งและความราบรื่น พร้อมเพิ่มเสน่ห์เมตตา
  • ต้นทับทิม: เชื่อว่ามีพลังในการปัดเป่าขับไล่สิ่งชั่วร้ายและป้องกันภัยอันตรายรอบด้าน

 

6. จัดสวนหน้าบ้านเพิ่มพลังธาตุไม้

จัดสวนหน้าบ้านเพิ่มพลังธาตุไม้ วิธีแก้ไขกรณีบ้านอยู่ทางสามแพร่ง

ให้เว้นระยะระหว่างตัวบ้านกับทางสามแพร่งประมาณ 3-4 เมตร แล้วจัดเป็นสวนหน้าบ้าน พร้อมตกแต่งด้วยน้ำตกหรือบ่อน้ำล้น จะช่วยเพิ่มความสมดุลของพลังงาน ให้หน้าบ้านกลายเป็นจุดรับความร่มเย็น โชคลาภ และพลังงานที่ดีเข้าสู่ตัวบ้านได้ดี

 

7. ทำทางเท้าหน้าบ้านเพิ่มระยะห่าง

ทำทางเท้าหน้าบ้านเพิ่มระยะห่าง วิธีแก้ไขกรณีบ้านอยู่ทางสามแพร่ง

หากมีพื้นที่ด้านนอกรั้ว ให้ทำทางเท้าเพื่อเว้นระยะระหว่างถนนกับตัวบ้าน เพื่อลดแรงปะทะของพลังงานจากทางสามแพร่งก่อนถึงตัวบ้าน แต่หากไม่มีพื้นที่ด้านนอกเพียงพอ ก็สามารถทำทางเดินหรือเว้นระยะภายในรั้วบ้านแทนได้เช่นกัน

 

8. ทาสีกำแพงบ้านฝั่งที่ติดกับทางสามแพร่ง

ทาสีกำแพงบ้านฝั่งที่ติดกับทางสามแพร่ง วิธีแก้ไขกรณีบ้านอยู่ทางสามแพร่ง

การปรับโทนสีของกำแพงหรือรั้วด้านที่รับแรงปะทะจากทางสามแพร่ง จะช่วยปรับสมดุลและลดพลังงานลบได้ โดยสามารถเลือกใช้สีให้เหมาะกับทิศทางตามหลักฮวงจุ้ย ดังนี้

  • ทิศเหนือ: ทาสีเขียว
  • ทิศตะวันออก: คุมโทนด้วยสีแดง สีส้ม หรือสีชมพู
  • ทิศตะวันตก: ทาสีฟ้า สีคราม หรือสีน้ำเงิน
  • ทิศใต้: ทาสีส้ม สีเหลือง หรือสีน้ำตาล

 

สรุปวิธีแก้ฮวงจุ้ยบ้านตามทิศของทางสามแพร่ง

คำนวณทิศของทางสามแพร่งก่อนแก้ฮวงจุ้ยบ้าน

ทิศของทางสามแพร่ง สีที่ใช้เสริมฮวงจุ้ย ของตกแต่งเสริมฮวงจุ้ย
ทิศเหนือ สีเขียว
  • กระจกนูน
  • ต้นไม้ ปลูกหญ้าจริง หรือปูหญ้าเทียม
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สีขาว สีครีม
  • กระจกนูน
  • อ่างบัว
  • ไม้ดอกสีขาว ต้นไม้ใบกลม (เช่น ต้นชงโค)
ทิศตะวันออก สีแดง สีส้ม สีชมพู
  • กระจกนูน 
  • โคมไฟสีแดง/ส้ม  พรมสีแดง
  • โต๊ะม้าหินทรงกลมสีขาว
  • ไม้ดอกสีแดงหรือชมพู
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ สีแดง สีส้ม
  • กระจกนูน 
  • โคมไฟสีแดงหรือส้ม 
  • ตะเกียง เชิงเทียน
ทิศใต้ สีส้ม สีเหลือง สีน้ำตาล
  • กระจกนูน 
  • โต๊ะหรือเก้าอี้ทรงสี่เหลี่ยม 
  • ต้นไม้ลำต้นสีน้ำตาล เช่น ต้นคูณ หรือต้นวาสนา
ทิศตะวันตกเฉียงใต้ สีขาว สีทอง
  • กันสาดสีขาว 
  • โต๊ะม้าหินสีขาว 
  • กระดิ่งลม 6 แท่งสีทอง
ทิศตะวันตก สีฟ้า สีคราม สีน้ำเงิน
  • กระจกนูน 
  • อ่างน้ำ น้ำพุ
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เน้นการใช้ของประดับธาตุน้ำ
  • กระจกนูน 
  • อ่างน้ำล้น น้ำตก ตู้ปลา อ่างบัว 
  • ตู้น้ำดื่มแบบกด

 

รวมสาระดี ๆ เรื่องฮวงจุ้ยบ้าน ด้วยบทความน่ารู้จาก AP Thai

 

เอพีไทยแลนด์ ช่วยเติมเต็มความหมายของชีวิต

เลือกเป็นเจ้าของโครงการบ้าน คอนโด จาก เอพีไทยแลนด์ เพื่อสร้างชีวิตดี ๆ บนพื้นที่ความสุขที่เราเลือกเอง ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัว ทาวน์โฮมดีไซน์สวยหรือบ้านแฝดฟังก์ชันใหญ่ คอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าเดินทางง่าย และโฮมออฟฟิศพร้อมฟังก์ชันครบครัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ธุรกิจในพื้นที่เดียว เพราะ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย

 

EMPOWER LIVING ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้ 

คำถามที่พบบ่อย

บ้านทางสามแพร่งมีข้อดีอะไรบ้าง?

  • บ้านทางสามแพร่งมีข้อดีหลักคือ เป็นทำเลที่โดดเด่น จึงเหมาะกับการเปิดกิจการหรือร้านค้า โดยเฉพาะหากตัวบ้านหันในองศาและทิศทางที่ถูกโฉลกกับเจ้าของบ้าน ในทางฮวงจุ้ยเชื่อว่า ถนนที่พุ่งเข้ามาจะเปรียบเสมือนช่องทางรับกระแสพลังงานขนาดใหญ่ ที่ช่วยพัดพาโชคลาภและความมั่งคั่งมาสู่ผู้อยู่อาศัย

บ้านทางสามแพร่งขายต่อยากจริงหรือไม่?

  • บ้านทางสามแพร่งขายต่อยากหรือง่าย ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมาย หากขายเพื่ออยู่อาศัยทั่วไปอาจใช้เวลาปล่อยขายนานกว่าปกติ เพราะผู้ซื้ออาจมีความกังวลเรื่องฮวงจุ้ย แต่ทำเลนี้กลับเป็นที่ต้องการสูงสำหรับนักลงทุน หรือคนที่ต้องการเปิดหน้าร้านและโฮมออฟฟิศ เพราะเป็นทำเลที่ดึงดูดลูกค้าได้

การซื้อบ้านทางสามแพร่งควรพิจารณาอะไรเป็นพิเศษ?

  • การซื้อบ้านทางสามแพร่งควรพิจารณาสภาพแวดล้อม เช่น ปริมาณการจราจร ทิศทางแสงไฟหน้ารถในตอนกลางคืน และระยะร่นจากถนนถึงตัวบ้าน นอกจากนี้ควรดูการวางผังและสถาปัตยกรรมว่าตำแหน่งประตูรั้วเยื้องหลบแนวถนนหรือไม่ และมีพื้นที่มากพอสำหรับจัดพื้นที่สีเขียวเพื่อแก้เคล็ดและเพิ่มความปลอดภัยให้การอยู่อาศัยหรือเปล่า