MAIN POINT
- ค่า Ft คือค่าไฟฟ้าผันแปรที่สะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ และมีการพิจารณาปรับอัตราทุก 4 เดือน หากต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ค่า Ft จะปรับเพิ่ม ทำให้ค่าไฟสูงขึ้นตาม แต่หากต้นทุนลดลง ค่า Ft ก็อาจปรับลดและทำให้ค่าไฟลดลงได้ ดังนั้น แม้จะใช้ไฟเท่าเดิม ค่าไฟที่ต้องจ่ายอาจแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา
- ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บในแต่ละเดือนคำนวณจาก 4 ส่วนคือ ค่าพลังงานไฟฟ้าตามจำนวนหน่วยที่ใช้ ค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
หลายบ้านอาจเคยสงสัยว่าทำไมค่าไฟบางเดือนสูงขึ้น ทั้งที่ไม่ได้เปิดแอร์หรือใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากนัก หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ค่า Ft หรือค่าไฟฟ้าผันแปร AP Thai ชวนทำความรู้จักค่า Ft คืออะไร? พร้อมวิธีคำนวณและปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าไฟฟ้า มาฝากกัน
ค่า Ft ไฟฟ้า คืออะไร? ใครเป็นคนกำหนด ?

ค่า Ft (Fuel Adjustment Charge) เป็นค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า โดยนำไปใช้คำนวณเพื่อเรียกเก็บเพิ่มหรือลดค่าไฟฟ้าในแต่ละรอบบิล ตามต้นทุนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ เช่น ราคาก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน น้ำมัน ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าไฟฟ้า รวมถึงนโยบายของภาครัฐ
โดยการจัดเก็บค่า Ft ช่วยให้โครงสร้างค่าไฟฟ้าสะท้อนต้นทุน และเป็นกลไกบริหารราคาไฟฟ้าในช่วงที่ต้นทุนเชื้อเพลิงผันผวน ดังนั้น แม้จะใช้ไฟฟ้าในปริมาณเท่าเดิม ค่าไฟฟ้าที่ต้องชำระในแต่ละช่วงเวลาอาจแตกต่างกันได้ ขึ้นอยู่กับอัตราค่า Ft ที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งมีการพิจารณาและประกาศปรับทุก 4 เดือน
สูตรคำนวณค่า Ft
ค่า Ft ที่ต้องจ่าย (บาท) = จำนวนพลังงานไฟฟ้า (หน่วย) × อัตราค่า Ft (สตางค์/หน่วย) ÷ 100
ตัวอย่าง บ้านของนาย A ใช้ไฟฟ้า 85 หน่วย โดยอัตราค่า Ft ช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2569 อยู่ที่ 9.72 สตางค์/หน่วย เมื่อนำมาคำนวณ 85 × 9.72 ÷ 100 = 8.262 บาท
ดังนั้น ค่า Ft ที่ต้องจ่ายสำหรับการใช้ไฟ 85 หน่วย ประมาณ 8.26 บาท
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่า Ft มีอะไรบ้าง?

ค่า Ft เป็นกลไกที่สะท้อนต้นทุนผันแปรของการผลิตไฟฟ้า ดังนั้นเมื่อปัจจัยด้านพลังงานหรือเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง ค่า Ft ก็มีแนวโน้มปรับตาม โดยปัจจัยสำคัญมีดังนี้
1. ราคาก๊าซธรรมชาติและเชื้อเพลิงอื่น ๆ
ประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าสูงถึง 65% หากราคาก๊าซและเชื้อเพลิงเหล่านี้ในตลาดโลกปรับสูงขึ้น ต้นทุนผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นทันที ส่งผลให้ค่า Ft มีแนวโน้มสูงขึ้นตาม
2. อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
การนำเข้าเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ซื้อขายเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ หากเงินบาทอ่อนค่า ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แม้ราคาพลังงานโลกจะคงที่ก็ตาม
3. ปริมาณไฟฟ้าในประเทศที่ผลิตได้
ช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงมาก เช่น ฤดูร้อน หรือช่วงที่เกิดโรคระบาดทำให้ประชาชนต้องอาศัยอยู่ในบ้านเป็นหลัก อาจต้องเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนสูงขึ้น ติดต่อขอซื้อจากโรงงานเอกชนหรือต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนเฉลี่ยของระบบ
4. การประเมินกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง
ระบบไฟฟ้าต้องมีกำลังผลิตสำรอง เพื่อรองรับกรณีฉุกเฉิน เช่น โรงไฟฟ้าหยุดเดินเครื่องกะทันหัน หรือความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงกว่าคาดการณ์ การรักษาระดับกำลังผลิตสำรองที่เหมาะสมจึงมาพร้อมต้นทุน ทั้งในรูปแบบของค่าความพร้อมจ่าย (AP) และต้นทุนเชื้อเพลิง (EP) หากมีการสำรองกำลังผลิตในระดับสูง ต้นทุนส่วนนี้อาจสะท้อนผ่านค่า Ft ได้เช่นกัน
5. นโยบายของทางภาครัฐ
ภาครัฐอาจมีมาตรการช่วยเหลือ เช่น การตรึงราคาไฟชั่วคราวสำหรับประชาชนกลุ่มเปราะบาง หรือทยอยปรับขึ้นเพื่อบรรเทาผลกระทบประชาชน ซึ่งมีผลต่อทิศทางค่า Ft ในแต่ละรอบ
อัปเดตสถิติอัตราค่า Ft ย้อนหลัง - ปัจจุบันปี 2569

ค่า Ft จะได้รับการพิจารณาและประกาศโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
โดยมีการปรับอัตราทุก ๆ 4 เดือน สามารถอัปเดตอัปเดตสถิติอัตราค่า Ft ย้อนหลัง - ปัจจุบันปี 2569 ได้จากตารางด้านล่างนี้
| เดือนเรียกเก็บ | ค่า Ft ขายปลีก | ค่า Ft ขายส่ง |
| มกราคม - เมษายน 2569 | 9.72 | กฟน. 9.39 / กฟภ. 11.68 |
| กันยายน - ธันวาคม 2568 | 15.72 | กฟน. 15.20 / กฟภ. 19.77 |
| พฤษภาคม - สิงหาคม 2568 | 19.72 | กฟน. 19.22 / กฟภ. 24.06 |
| มกราคม - เมษายน 2568 | 36.72 | กฟน. 34.06 / กฟภ. 37.30 |
- สามารถตรวจสอบอัตราค่า Ft ขายปลีกย้อนหลังเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่ อัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft)
- สามารถตรวจสอบอัตราค่า Ft ขายส่ง ย้อนหลังเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ขอการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อัตราค่า Ft ขายส่ง
ค่า Ft มีผลอย่างไรกับค่าไฟฟ้า?

ค่า Ft เป็นตัวกลางที่เชื่อมระหว่างต้นทุนพลังงานกับค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องจ่าย เมื่อราคาพลังงานในตลาดโลกเปลี่ยนแปลง ค่า Ft จะถูกปรับและส่งผลต่อค่าไฟโดยตรง
- กรณีต้นทุนพลังงานสูงขึ้น: เมื่อราคาพลังงาน เช่น ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน หรือน้ำมัน ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าย่อมเพิ่มขึ้นตาม จากนั้นจะมีการปรับค่า Ft เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าในรอบบิลนั้นสูงขึ้นไปด้วย
- กรณีต้นทุนพลังงานลดลง: แม้จะใช้ไฟฟ้าในปริมาณเท่าเดิม แต่หากต้นทุนพลังงานและการผลิตไฟฟ้าลดลง ค่า Ft ก็มีแนวโน้มปรับลดลง ซึ่งช่วยให้ค่าไฟฟ้าในรอบบิลนั้นลดลงตามลำดับ
การคำนวณค่าไฟที่เรียกเก็บแต่ละเดือน คิดจากอะไรบ้าง?

ค่าไฟฟ้าที่ผู้ใช้ไฟได้รับในแต่ละเดือน ประกอบด้วยหลายองค์ประกอบตามโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่กำหนด โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้ 4 ส่วนดังนี้
1. ค่าพลังงานไฟฟ้า
ค่าพลังงานไฟฟ้า เป็นค่าใช้จ่ายตามจำนวนหน่วยไฟฟ้า (กิโลวัตต์ชั่วโมง: kWh) ที่ใช้ในแต่ละรอบบิล โดยคิดตามอัตราที่กำหนดในแต่ละประเภทผู้ใช้ไฟ เช่น บ้านอยู่อาศัย ธุรกิจ หรืออุตสาหกรรม

ขอบคุณข้อมูลค่าพลังงานไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย ซึ่งอัปเดตล่าสุดปี 2566 โดย MEA
ค่าพลังงานไฟฟ้าในประเภทที่ 1 ยังสามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบ ดังนี้
1. อัตราปกติ: กรณีใช้ไฟไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน
คิดแบบขั้นบันได เมื่อยิ่งใช้ไฟมาก อัตราต่อหน่วยจะสูงขึ้นตามลำดับขั้น เริ่มต้นที่หน่วยละ 2.3488 บาท ถึง 4.4217 บาท (ค่าบริการรายเดือน 8.19 บาท)
2. อัตราปกติ: กรณีใช้ไฟเกิน 150 หน่วยต่อเดือน
หากการใช้ไฟเกิน 150 หน่วย จะใช้อัตราอีกโครงสร้างหนึ่ง เริ่มต้นที่หน่วยละ 3.2484 บาท ถึง 4.4217 บาท (ค่าบริการรายเดือน 24.62 บาท)
3. อัตราตามช่วงเวลาการใช้ไฟ (Time of Use : TOU)
เป็นอัตราที่คิดค่าไฟแตกต่างกันตามช่วงเวลาใช้งาน โดยติดตั้งมิเตอร์แบบคิดค่าไฟตามช่วงเวลาเหมาะกับผู้ใช้ไฟฟ้าที่สามารถบริหารเวลาใช้ไฟได้ แบ่งเป็น
- On Peak: ช่วงความต้องการใช้ไฟสูง โดยมีอัตราสูงกว่า
- Off Peak: ช่วงความต้องการใช้ไฟต่ำ โดยมีอัตราต่ำกว่า
2. ค่าบริการรายเดือน
ค่าบริการรายเดือน เป็นค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บเป็นจำนวนเงินคงที่ โดยแบ่งกลุ่มตามปริมาณการใช้ไฟฟ้า แม้ว่าผู้ใช้ไฟจะใช้ไฟน้อยหรือไม่ได้ใช้เลยก็ยังคงมีค่าบริการส่วนนี้ เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลระบบจำหน่ายไฟฟ้า การบำรุงรักษามิเตอร์ ค่าใช้จ่ายในการจดหน่วยไฟฟ้า และการให้บริการต่าง ๆ ที่ทำให้สามารถจ่ายไฟได้อย่างต่อเนื่อง
3. ค่า Ft
ค่า Ft (Fuel Adjustment Charge) เป็นค่าไฟฟ้าผันแปรที่เรียกเก็บเพิ่มหรือลดจากค่าไฟฟ้าฐาน เพื่อสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงและต้นทุนพลังงานที่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ โดยคิดคำนวณตามจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ และมีการปรับทุก 4 เดือน โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
4. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นภาษีที่รัฐเรียกเก็บจากการจำหน่ายสินค้าหรือการให้บริการต่าง ๆ รวมถึงบริการไฟฟ้าด้วย โดยปัจจุบันจัดเก็บในอัตรา 7% ของยอดค่าไฟฟ้ารวม
สูตรคำนวณค่าไฟฟ้าต่อเดือน

(ค่าไฟฟ้าฐาน + ค่า Ft + ค่าบริการ) x ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% = ค่าไฟฟ้าสุทธิที่ต้องชำระ)
ตัวอย่าง บ้านนางสาว B ใช้ไฟฟ้า 120 หน่วย คำนวณค่าไฟก่อนรวมภาษีจากค่าพลังงานไฟฟ้า 420.00 บาท ค่าบริการรายเดือน 8.19 บาท ค่า Ft 11.66 บาท
- ยอดรวมก่อนคำนวณ VAT: 420+8.19+11.66 = 439.85 บาท
- หลังคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม: 439.85 × 7% = 30.79 บาท
- ยอดสุทธิที่ต้องชำระ: 439.85 + 30.79 = 470.64 บาท
รวมบทความน่ารู้เกี่ยวกับประหยัดพลังงานและค่าไฟ จาก AP Thai
- วิธีประหยัดไฟในบ้านช่วงหน้าร้อนแบบง่าย ๆ แต่ได้ผล
- วิธีเปลี่ยนบ้านเป็น Eco living ง่ายๆ ให้รายจ่ายน้อยลง
- ฉนวนความร้อนคืออะไร? มีประโยชน์กับบ้านยังไงบ้าง?
- แชร์ต้นไม้ใหญ่ปลูกในบ้าน ให้ร่มเงา บังแดด ลดร้อน ให้บ้านเย็น
เอพีไทยแลนด์ ช่วยเติมเต็มความหมายของชีวิต
เลือกเป็นเจ้าของโครงการบ้าน คอนโด จาก เอพีไทยแลนด์ เพื่อสร้างชีวิตดี ๆ บนพื้นที่ความสุขที่เราเลือกเอง ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัว ทาวน์โฮมดีไซน์สวยหรือบ้านแฝดฟังก์ชันใหญ่ คอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าเดินทางง่าย และโฮมออฟฟิศฟังก์ชันเจ๋งที่รองรับทุกธุรกิจ สามารถเลือกได้ตามต้องการ เพราะ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย
EMPOWER LIVING อยู่ .. เพื่อทุกความหมายของคุณ









