Main Point
- การทดสอบขังน้ำ (Water Ponding Test) เป็นหนึ่งในวิธีของการทดสอบหารอยรั่วซึม (Leak Test) ที่เอพีใช้ตรวจระบบระบายน้ำทิ้ง โดยปิดปลายท่อและขังน้ำไว้ในระบบต่อเนื่อง 3 วัน เพื่อตรวจหารอยรั่วตามรอยต่อและจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงการรั่วซึมภายหลังและเพิ่มความอุ่นใจให้ลูกบ้านตั้งแต่ก่อนเข้าอยู่อาศัย
- นอกจากการทดสอบขังน้ำ เอพียังตรวจระบบน้ำผ่าน 3 บททดสอบ ทั้ง Water Pressure Test เพื่อตรวจแรงดันและรอยรั่วของระบบน้ำดีและน้ำร้อน, การทดสอบด้วยลูกปิงปอง เพื่อเช็กทิศทาง ความลาดเอียง และสิ่งกีดขวางในท่อน้ำทิ้ง รวมถึงการทดสอบด้วยน้ำ (Water Test) สำหรับตรวจระบบกันซึมและรอยต่อในจุดที่สัมผัสน้ำหรือฝน
ระบบน้ำและจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ของบ้าน เอพี ไทยแลนด์ ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนส่งมอบ ภายใต้แนวคิด AP CODE ที่เป็นหลักการและมาตรฐานในการทำงานที่ให้ความสำคัญกับการใช้งานจริงและคุณภาพการอยู่อาศัย โดยเฉพาะการทดสอบขังน้ำ หนึ่งในขั้นตอน QC สำคัญ ร่วมกับ 3 บททดสอบระบบน้ำและการตรวจ 7 จุดสำคัญรอบบ้าน เพื่อเช็กความเรียบร้อยตั้งแต่แนวท่อถึงจุดใช้งาน ช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำรั่วซึมและเพิ่มความมั่นใจให้ลูกบ้านก่อนเข้าอยู่อาศัย
ทดสอบขังน้ำ (Water Ponding Test) อีกหนึ่งขั้นตอนที่เอพีใช้ป้องกันปัญหารั่วซึม

การทดสอบขังน้ำ (Water Ponding Test) เป็นหนึ่งในวิธีของการทดสอบหารอยรั่วซึม (Leak Test) ที่เอพีใช้ตรวจความเรียบร้อยของระบบระบายน้ำทิ้ง โดยปิดปลายท่อและขังน้ำไว้ในระบบต่อเนื่อง 3 วัน เพื่อดูว่ารอยต่อและจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ สามารถกักน้ำได้ดี ไม่พบการรั่วซึม และหากพบจุดที่ต้องปรับแก้ ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจะดำเนินการแก้ไขพร้อมทดสอบซ้ำจนผ่านเกณฑ์ก่อนเข้าสู่งานขั้นตอนต่อไป
เปิดขั้นตอนการทดสอบขังน้ำ (Water Ponding Test)

ขั้นที่ 1: การเตรียมระบบก่อนทดสอบ
ก่อนเริ่มทดสอบ ทีมงานจะตรวจความเรียบร้อยของแนวท่อและจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ พร้อมปิดปลายท่อของระบบระบายน้ำทิ้งให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมระบบให้พร้อมสำหรับการทดสอบหารอยรั่วอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อท่อ ข้อต่อ ข้อศอก และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ
ขั้นที่ 2: เริ่มขังน้ำในระบบ
หลังจากปิดปลายท่อเรียบร้อยแล้ว ทีมงานจะทำการเติมน้ำเข้าไปและขังน้ำไว้ในระบบท่อน้ำทิ้งเป็นระยะเวลา 3 วันเต็ม เพื่อทดสอบว่าระบบและรอยต่อต่าง ๆ สามารถกักน้ำได้ดี โดยตลอดระยะเวลาการทดสอบต้องไม่พบการไหลซึมตามจุดเชื่อมต่อ
ขั้นที่ 3: สังเกตความผิดปกติตลอดการทดสอบ
ระหว่างทดสอบการขังน้ำ ทีมงานจะตรวจหาร่องรอยน้ำซึม น้ำหยด หรือความชื้นบริเวณจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกจุดมีความเรียบร้อยและผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนเข้าสู่งานขั้นต่อไป เพื่อให้ลูกบ้านหมดกังวลเรื่องน้ำรั่วซึมในอนาคต
หลังจากกระบวนการทดสอบขังน้ำ (Water Ponding Test) เปิด 3 บททดสอบระบบน้ำ ก่อนส่งมอบบ้านคุณภาพจากเอพี
บททดสอบที่ 1: Water Pressure Test เช็กระบบท่อว่ารับและรักษาแรงดันได้หรือไม่

Water Pressure Test หรือการทดสอบแรงดันน้ำ เป็นขั้นตอนที่เอพีใช้ตรวจความพร้อมของระบบน้ำดีและน้ำร้อน โดยอัดน้ำเข้าสู่ระบบด้วยแรงดันที่กำหนด แล้วติดตามว่าระบบสามารถรักษาแรงดันได้อย่างคงที่หรือไม่ พร้อมตรวจบริเวณรอยต่อ ข้องอ และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ว่าไม่พบการรั่วซึม
- เหตุผลที่ทดสอบ: เพื่อตรวจสอบว่าระบบท่อและรอยต่อต่าง ๆ สามารถรับและรักษาแรงดันน้ำได้ตามเกณฑ์
- วิธีทดสอบ: ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจะอุดปลายท่อประปาให้ปิดสนิท และเชื่อมต่อเกจวัดแรงดันน้ำ (Water Pressure Gauge) ไว้ 1 จุดเพื่อติดตามผล จากนั้นอัดน้ำเข้าสู่ระบบตามแรงดันที่กำหนด
- ท่อ PVC: ทดสอบที่แรงดัน 100 PSI เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
- ท่อ PPR สำหรับระบบน้ำร้อน: ทดสอบที่แรงดัน 145 PSI เป็นเวลา 15 นาที
- เกณฑ์การผ่าน: ตลอดการทดสอบ ค่าบนเกจวัดแรงดันจะต้องไม่ตก และต้องไม่พบน้ำรั่วซึมออกมาตามรอยต่อ ข้องอ หรือจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ
บททดสอบที่ 2: ลูกปิงปอง เช็กท่อน้ำทิ้งต้องไหลคล่องและไม่มีสิ่งกีดขวาง

หลังติดตั้งแนวท่อน้ำทิ้ง เอพีจะทดสอบการไหลของน้ำด้วยลูกปิงปอง เพื่อช่วยตรวจทั้งทิศทางการระบายน้ำ ความลาดเอียงของท่อ และสิ่งกีดขวางภายในแนวท่อ
- เหตุผลที่ทดสอบ: เพื่อตรวจสอบทิศทางการไหลและความลาดเอียงของท่อน้ำทิ้งว่า สามารถระบายน้ำได้ต่อเนื่องตามทิศทางที่กำหนด และเช็กว่าไม่มีเศษวัสดุหรือสิ่งกีดขวางใด ๆ ตกค้างและอุดตันอยู่ภายในท่อ
- วิธีทดสอบ: ทีมเอพีจะถอดข้องอ 90 องศาบริเวณบ่อพักดักกลิ่น จากนั้นจะหย่อนลูกปิงปองลงในท่อน้ำทิ้งจากจุดต้นทาง พร้อมกับปล่อยน้ำตามในปริมาณที่เหมาะสม แล้วรอสังเกตผลที่ปลายท่อบริเวณบ่อพัก
- เกณฑ์การผ่าน: หากลูกปิงปองสามารถไหลตามน้ำออกมาที่ปลายท่อได้ ถือว่าแนวท่อในช่วงที่ทดสอบนั้นไม่มีสิ่งกีดขวางทิศทางการระบายน้ำและความลาดเอียงถูกต้องตามมาตรฐาน
บททดสอบที่ 3: Water Test จำลองการสัมผัสน้ำ ค้นหาจุดเสี่ยงรั่วซึม

Water Test หรือการทดสอบด้วยน้ำ เป็นอีกวิธีที่เอพีใช้ตรวจพื้นที่และรอยต่อที่ต้องสัมผัสน้ำหรือฝน เช่น ห้องน้ำ ระเบียง ดาดฟ้า หลังคา รอบกรอบประตูหน้าต่าง และรอยต่อผนัง เพื่อเช็กประสิทธิภาพของระบบกันซึม ก่อนปิดผิวด้วยวัสดุตกแต่ง
- เหตุผลที่ทดสอบ: เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบกันซึม วัสดุอุดรอยต่อ และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ พร้อมรับการสัมผัสน้ำจริง ช่วยให้สามารถพบและเก็บรายละเอียดได้ตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง รวมถึงลดความเสี่ยงจากน้ำรั่วซึมในภายหลัง
- วิธีทดสอบ: ทีมงานจะใช้การฉีดน้ำ (Water Test) ทดสอบบริเวณที่ต้องการตรวจ เช่น ฉีดน้ำบริเวณผนัง หลังคา และรอยต่อรอบกรอบหน้าต่าง แล้วตรวจสอบพื้นที่ที่เกี่ยวข้องว่ามีน้ำซึม คราบชื้น หรือความผิดปกติหรือไม่ พร้อมตรวจความชื้นก่อนปิดผิวงาน
- เกณฑ์การผ่าน: พื้นที่และรอยต่อที่ทำการทดสอบจะต้องสามารถป้องกันน้ำได้อย่างสมบูรณ์ โดยจะต้องไม่มีน้ำฝนหรือความชื้นแทรกซึมเข้าสู่พื้นที่ภายในบ้านได้
จากระบบท่อสู่รอบตัวบ้าน เจาะ 7 จุดสำคัญที่เอพีตรวจลดเสี่ยงเรื่องการรั่วซึม
นอกจากการทดสอบระบบน้ำในแต่ละช่วงแล้ว เอพียังตรวจต่อถึงจุดใช้งานและพื้นที่เสี่ยงรอบตัวบ้านกว่า 7 จุด เพื่อเช็กความพร้อมของระบบตั้งแต่งานซ่อน แนวท่อ และจุดเชื่อมต่อ ไปจนถึงสุขภัณฑ์ จุดระบายน้ำ และพื้นที่ที่สัมผัสน้ำหรือฝน
1. ระบบท่อและจุดเชื่อมต่อ

เอพีให้ความสำคัญกับแนวท่อและจุดเชื่อมต่อที่ซ่อนอยู่ภายในผนังและใต้พื้น โดยตรวจสอบความเรียบร้อยของรอยต่อ ข้องอ วาล์ว และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ให้ผ่านเกณฑ์ก่อนปิดผิวงาน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการรั่วซึม และยืนยันความพร้อมของระบบตั้งแต่ช่วงก่อสร้าง
2. มิเตอร์ ก๊อกน้ำ และวาล์ว

ตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางการจ่ายน้ำอย่างมิเตอร์ประปา ไปจนถึงการเปิด-ปิดก๊อกและวาล์วทุกจุดในบ้าน เพื่อเช็กว่าน้ำไหลสม่ำเสมอ มีแรงดันเหมาะสม และเมื่อปิดใช้งานแล้วอุปกรณ์ต้องปิดได้สนิท ไม่พบน้ำหยดหรือรั่วซึมตามเกลียว ข้อต่อ และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ เพื่อให้ระบบพร้อมใช้งานก่อนส่งมอบ
3. สุขภัณฑ์และจุดใช้น้ำในห้องน้ำ

สำหรับจุดที่ใช้งานทุกวันอย่างชักโครก ฝักบัว และสายชำระ ทีมงานจะทดลองใช้งาน ตั้งแต่ระบบชำระล้าง การเติมและหยุดจ่ายน้ำของถังพัก ไปจนถึงแรงดันและการเปิด-ปิดของอุปกรณ์ พร้อมตรวจรอยต่อ สายน้ำดี วาล์ว และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ เพื่อให้พร้อมใช้งานและลดความเสี่ยงจากน้ำหยดหรือรั่วซึมหลังเข้าอยู่
4. อ่างล้างหน้าและอ่างล้างจาน

ทีมงานจะทดสอบทั้งระบบจ่ายน้ำและการระบายน้ำ โดยอุดสะดืออ่างเพื่อขังน้ำและตรวจว่าสามารถกักน้ำได้สนิท รวมถึงเช็กรอยต่อและท่อน้ำทิ้งใต้ตัวอ่าง จากนั้นจึงปล่อยน้ำออกเพื่อตรวจว่าระบายได้รวดเร็วและต่อเนื่อง ส่วนอ่างล้างจานจะตรวจเส้นทางน้ำทิ้งให้ไหลผ่านบ่อดักไขมันตามระบบที่กำหนด
5. Floor Drain และระบบดักกลิ่น

ทดลองปล่อยน้ำบนพื้นห้องน้ำเพื่อดูว่าน้ำไหลเข้าสู่ตะแกรงระบายน้ำได้สะดวก ระบายได้ต่อเนื่อง ไม่เอ่อล้นหรือขังอยู่รอบตะแกรง พร้อมตรวจตำแหน่งท่อเข้า-ออกและระบบบ่อพักดักกลิ่น เพื่อช่วยให้น้ำระบายได้ต่อเนื่อง และลดโอกาสเกิดกลิ่นหรือน้ำจากแนวท่อไหลย้อนกลับเข้าสู่ตตัวบ้าน
6. ระบบระบายน้ำภายนอกบ้าน

ตรวจสอบเส้นทางการระบายน้ำต่อเนื่องออกสู่ภายนอก ทั้งแนวท่อ ความลาดเอียง บ่อพัก บ่อดักไขมัน และถังบำบัด พร้อมแยกเส้นทางน้ำทิ้งแต่ละประเภทตามระบบที่กำหนด เพื่อให้น้ำไหลต่อเนื่องและช่วยลดโอกาสเกิดน้ำขัง สิ่งตกค้าง และการอุดตันภายในแนวท่อ
7. จุดสัมผัสน้ำและฝนรอบตัวบ้าน

นอกจากระบบน้ำภายใน เอพียังให้ความสำคัญกับบริเวณที่ต้องสัมผัสน้ำและฝน เช่น รอบกรอบประตูหน้าต่าง รอยต่อผนัง และส่วนของหลังคา โดยตรวจความเรียบร้อยของรอยต่อและระบบกันซึม พร้อมใช้ Water Test หรือการทดสอบด้วยน้ำ ในบริเวณที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยตรวจหาจุดผิดปกติก่อนปิดผิวงานและลดความเสี่ยงจากน้ำรั่วซึมในภายหลัง
รู้จักมาตรฐานระบบน้ำจากเอพี ที่ใส่ใจตรวจตั้งแต่งานซ่อนถึงจุดใช้งานจริง ที่นี่
- เจาะลึกระบบน้ำ AP ที่ตรวจเข้มให้ได้มาตรฐาน ก่อนส่งมอบบ้าน หมดกังวลเรื่องน้ำรั่ว-ท่อแตก!
- AP รับมือปัญหาน้ำรั่วซึมอย่างไร? รู้จักขั้นตอนแจ้ง ตรวจ และซ่อมอย่างเป็นระบบ
เอพี ไทยแลนด์ ช่วยเติมเต็มความหมายของชีวิต
เลือกเป็นเจ้าของโครงการบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโด จาก เอพี ไทยแลนด์ เพื่อสร้างชีวิตดี ๆ บนพื้นที่ความสุขที่เราเลือกเอง ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัว ทาวน์โฮมดีไซน์สวยหรือบ้านแฝดฟังก์ชันใหญ่ คอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าเดินทางง่าย และโฮมออฟฟิศพร้อมฟังก์ชันครบครัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ธุรกิจในพื้นที่เดียว เพราะ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย
EMPOWER LIVING ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้















