Checklist ตรวจบ้านก่อนโอนด้วยตัวเอง พร้อมรายละเอียดสำหรับมือใหม่

KNOW HOW · HOME GUIDE

Checklist ตรวจบ้านก่อนโอนด้วยตัวเอง พร้อมรายละเอียดสำหรับมือใหม่

24 ม.ค. 2026

แชร์ไปยัง

การตรวจบ้านควรครอบคลุมโครงสร้างและพื้นที่ภายนอก โดยปกติควรตรวจอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อตรวจหาข้อบกพร่องและยืนยันการแก้ไขก่อนรับโอนบ้าน

MAIN POINT

  • การตรวจรับบ้านก่อนโอน คือ การตรวจสอบสภาพบ้านอย่างละเอียดทั้งโครงสร้าง งานก่อสร้าง และระบบต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านอยู่ในสภาพสมบูรณ์ก่อนรับโอน โดยการตรวจบ้านก่อนโอนจะช่วยให้พบจุดที่มีปัญหา เพื่อให้โครงการแก้ไขได้ทันที และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหลังเข้าอยู่อาศัย
  • การตรวจบ้านควรครอบคลุมโครงสร้างบ้าน พื้น ผนัง ฝ้า หลังคา ประตู-หน้าต่าง ระบบไฟฟ้า ระบบประปา พื้นที่ภายนอก และงานติดตั้งต่าง ๆ โดยปกติจะตรวจอย่างน้อย 2 ครั้ง คือครั้งแรกเพื่อตรวจหาปัญหาต่าง ๆ และตรวจซ้ำครั้งถัดไปหลังโครงการแก้ไขแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านสมบูรณ์ก่อนรับโอนกรรมสิทธิ์

 

การตรวจรับบ้านก่อนโอนถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการซื้อบ้านที่ผู้ซื้อจำเป็นต้องดำเนินการก่อนโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลต่อการอยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายในอนาคต  AP Thai ชวนคุณจดเช็กลิสต์ตรวจบ้านก่อนโอนด้วยตัวเอง พร้อมรายละเอียดที่เข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อการอยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายในอนาคต

 

การตรวจบ้านสำคัญต่อผู้ซื้อบ้านอย่างไร?

หญิงสาวตรวจบ้านก่อนโอนด้วยตัวเอง

การตรวจบ้านมีความสำคัญกับผู้ซื้อ เพราะช่วยให้ทราบถึงสภาพโดยรอบของบ้านก่อนตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์ เพราะบ้านบางหลังอาจดูเรียบร้อยจากภายนอก แต่ภายในอาจมีปัญหาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น รอยร้าวของโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า หรือระบบประปาที่ไม่ได้มาตรฐาน การตรวจบ้านก่อนโอนจะช่วยเช็กปัญหาเหล่านี้ เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถขอให้ผู้ขายหรือโครงการแก้ไขก่อนเข้าอยู่อาศัย และยังช่วยลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังได้

 

อุปกรณ์ตรวจรับบ้านที่ต้องเตรียมไปด้วย

ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมถือกระเป๋าอุปกรณ์ตรวจสอบบ้านและคอนโด

การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมจะช่วยให้การตรวจบ้านก่อนโอนทำได้ละเอียด โดยอุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมีในการตรวจรับบ้าน ดังนี้

อุปกรณ์บันทึกและอ้างอิงข้อมูล

  • เครื่องเขียน อย่างดินสอ ปากกา และสมุดโน้ต ใช้จดบันทึกรายละเอียด ข้อสังเกต และรายการจุดที่ต้องแก้ไข
  • แปลนบ้าน ใช้เทียบระหว่างบ้านจริง กับรายละเอียดในเอกสาร
  • สติกเกอร์ Post-it หรือเทปกาวชนิดลอกง่าย ใช้มาร์กจุดที่พบปัญหา เพื่อให้ช่างระบุตำแหน่งที่จำเป็นต้องแก้ไขได้ง่าย
  • โทรศัพท์มือถือ หรือกล้องถ่ายรูป บันทึกภาพและวิดีโอจุดบกพร่องไว้เป็นหลักฐานก่อนและหลังการแก้ไข

อุปกรณ์ตรวจงานโครงสร้างและสถาปัตยกรรม

  • ตลับเมตร หรือสายวัด ใช้วัดความกว้าง ความยาว และความสูง เทียบกับที่ระบุในแบบบ้าน
  • ที่วัดระดับน้ำ ตรวจสอบความเรียบและความลาดเอียงของพื้นผิว
  • เหรียญ ไขควงด้ามไม้ หรือค้อนหัวยาง ใช้เคาะกระเบื้องและผนัง เพื่อตรวจสอบโพรงอากาศหรือความแข็งแรงของปูนกาว
  • ลูกแก้วหรือลูกปิงปอง ทดสอบความสม่ำเสมอของพื้นผิวทั่วไป รวมถึงทดสอบความลาดเอียงและการระบายน้ำในห้องน้ำ (เฉพาะก่อนติดสุขภัณฑ์)

อุปกรณ์ตรวจระบบไฟฟ้า

  • ปลั๊กพ่วง ใช้ทดสอบการทำงานของเต้ารับไฟฟ้าในจุดต่าง ๆ
  • ไขควงวัดไฟฟ้า ตรวจสอบว่ามีกระแสไฟจ่ายเข้าสู่เต้ารับหรือไม่
  • เครื่องทดสอบเบรกเกอร์ตัดไฟรั่ว (ELCB Tester) ใช้ตรวจความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า (ควรศึกษาวิธีใช้งานหรือให้ผู้เชี่ยวชาญทดสอบ)

อุปกรณ์ตรวจระบบประปาและการรั่วซึม

  • ถังน้ำหรือสายยาง ใช้ทดสอบการระบายน้ำของพื้นห้องน้ำ ระเบียง และการรั่วซึมบริเวณประตูหน้าต่าง
  • ดินน้ำมัน หรือถุงพลาสติก ใช้ปิดรูระบายน้ำชั่วคราว เพื่อตรวจสอบการรั่วซึมของท่อ
  • กระดาษทิชชูหรือผ้าแห้ง เช็กความชื้นและรอยน้ำซึมตามข้อต่อและสุขภัณฑ์

อุปกรณ์ช่วยตรวจพื้นที่อับและจุดที่เข้าถึงยาก

  • ไฟฉาย ใช้ส่องตรวจความเรียบร้อยบริเวณอับแสง เช่น ใต้ฝ้า ใต้ซิงก์ หรือมุมห้อง
  • บันไดพับ ใช้ตรวจฝ้าเพดาน ช่องเซอร์วิส หรือจุดที่อยู่สูง
  • กระจกบานเล็ก ใช้ส่องตรวจขอบบานประตู หน้าต่าง หรือจุดที่มองเห็นได้ยาก

 

10 จุด Checklist ที่ต้องตรวจรับบ้านก่อนโอนด้วยตัวเอง

1. ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบ้าน

ตรวจสอบเอกสารกับช่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อดูข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบ้าน

ก่อนเริ่มตรวจสอบรายละเอียดเชิงเทคนิค ผู้ซื้อควรตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของบ้านให้ถูกต้องตรงตามเอกสารและสัญญาที่ทำไว้กับโครงการหรือผู้ขาย เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนที่อาจส่งผลต่อสิทธิ์ในภายหลัง โดยมีรายการตรวจสอบดังนี้

  • ชื่อโครงการ ประเภทบ้าน/คอนโด เลขที่บ้าน และเลขที่แปลง ตรงกับสัญญาจะซื้อจะขาย
  • ขนาดที่ดินและพื้นที่ใช้สอย เทียบกับเอกสารและแปลนบ้านให้ถูกต้อง
  • สภาพโดยรวมของบ้าน มีความเรียบร้อยหรือไม่

2. พื้นที่บริเวณภายนอกบ้าน

ช่างผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจบริเวณภายนอกบ้าน

ตรวจเช็กพื้นที่บริเวณภายนอกบ้าน ทั้งถนน รั้วบ้าน สวนหน้าบ้าน ท่อระบายน้ำ หรือระเบียงบ้าน เพื่อป้องกันปัญหาการทรุดตัวและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

  • ถนนหรือพื้นรอบบ้าน พื้นควรเรียบ ไม่มีรอยแตกร้าว หลุมบ่อ หรือทรุดตัว และมีความลาดเอียงออกจากตัวบ้านอย่างเหมาะสม สามารถระบายน้ำได้ดี ไม่เกิดน้ำขังหรือไหลย้อนเข้าตัวบ้าน
  • รั้วบ้านและประตูรั้ว โครงสร้างแข็งแรง ไม่มีสนิม ไม่เอียงหรือแตกร้าว สามารถใช้งานเปิด-ปิดได้ตามปกติ
  • สวนหน้าบ้านและพื้นที่สีเขียว ดินถมเต็มพื้นที่ ไม่ทรุดตัว 
  • ระบบระบายน้ำภายนอก ท่อ รางน้ำ และบ่อพักต้องระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ไหลย้อน และมีฝาปิดที่แข็งแรงปลอดภัย

3. โครงสร้างบ้าน

ช่างผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจบริเวณโครงสร้างบ้าน

หลังจากที่เช็กบริเวณหน้าบ้านเรียบร้อยแล้ว ให้ตรวจสอบโครงสร้างบ้าน เพราะเป็นองค์ประกอบหลักที่ส่งผลต่อความแข็งแรงและความปลอดภัยของอาคาร ก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อควรตรวจสอบโครงสร้างหลักของบ้าน ดังนี้

  • เสาและคาน ต้องตั้งตรง แข็งแรง ไม่มีรอยแตกร้าว รอยแยก หรือการทรุดตัวผิดปกติ รวมถึงต้องไม่มีรอยแยกระหว่างเสากับผนัง
  • เสาเอ็นและคานทับหลังบริเวณประตู-หน้าต่าง ตรวจสอบว่าไม่มีรอยแตกร้าวหรือรอยแยก โดยเฉพาะบริเวณวงกบ ซึ่งเป็นจุดที่เกิดปัญหาได้บ่อย
  • ชายคาและรอยต่อโครงสร้าง รอยต่อใต้ชายคาและส่วนเชื่อมต่าง ๆ ต้องเรียบร้อย แข็งแรง พร้อมเคลือบกันสนิม และไม่มีช่องว่างที่อาจทำให้น้ำรั่วซึม
  • รางน้ำฝนและท่อน้ำฝน ตรวจสอบการยึดติดว่ามั่นคง ไม่เอียง ไม่หลุด และไม่มีรอยรั่วซึมบริเวณจุดเชื่อมต่อ

4. ผนังบ้าน

ช่างผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจบ้านบริเวณผนังบ้าน

ผนังบ้านต้องมีพื้นผิวเรียบสม่ำเสมอ ไม่มีการบิดงอ เป็นคลื่น รอยร้าวหรือรอยแยกระหว่างผนังกับเสาและคาน

  • ผนังภายนอก ต้องไม่มีสีลอก หลุดร่อน หรือคราบความชื้น
  • งานสีผนัง ควรเรียบเนียน ไม่มีรอยโป๊ว รอยด่าง หรือสีไม่สม่ำเสมอ
  • ผนังในพื้นที่เปียก เช่น ห้องน้ำหรือห้องครัว ควรตรวจสอบว่าไม่มีการซึมของน้ำผ่านผนัง กระเบื้องผนังติดแน่น และร่องยาแนวเรียบร้อย 

5. พื้นบ้าน

ช่างผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจบ้านบริเวณพื้นบ้าน

พื้นบ้านควรมีความเรียบ แข็งแรง และได้ระดับ ไม่มีการทรุดตัว แอ่น หรือแตกร้าวเมื่อเดินใช้งานและตรวจสอบแนวรอยต่อระหว่างพื้นกับผนังว่ามีความเรียบร้อย ไม่มีช่องว่างหรือรอยแยก 

  • พื้นกระเบื้อง ต้องติดแน่น ไม่มีเสียงกลวง สีและลวดลายสม่ำเสมอ 
  • พื้นไม้หรือวัสดุปูพื้นอื่น ๆ ต้องติดตั้งอย่างแข็งแรง ไม่โก่งหรือยุบตัว 
  • พื้นที่เปียก เช่น ห้องน้ำ ระเบียง หรือพื้นที่ซักล้าง พื้นควรมีความลาดเอียงเหมาะสมเพื่อให้น้ำไหลลงท่อได้ดี ไม่เกิดน้ำขังหรือการรั่วซึม

6. ฝ้าเพดาน

ช่างผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจบ้านบริเวณฝ้าเพดาน

ฝ้าเพดานควรติดตั้งเรียบร้อย แนบสนิท และได้ระดับ ไม่มีการแอ่นตัว หรือคราบน้ำที่บ่งบอกถึงการรั่วซึม มีสีสม่ำเสมอ และไม่มีร่องรอยของสัตว์หรือแมลงเข้าอยู่อาศัย พร้อมเช็กการเดินสายไฟ ฉนวนกันความร้อนว่าเรียบร้อยหรือไม่

7. หลังคาและใต้หลังคาบ้าน

ช่างผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจบ้านบริเวณหลังคาและใต้หลังคาบ้าน

ในส่วนหลังคาและพื้นที่ใต้หลังคา ควรตรวจเช็กก่อนรับบ้าน โดยดูจากความแข็งแรงและติดตั้งได้มาตรฐาน ดังนี้

  • โครงสร้างหลังคา ต้องแข็งแรง ไม่บิดงอ โครงเหล็กทาด้วยสีเคลือบกันสนิม 
  • ส่วนไม้ฝ้าเพดาน ต้องไม่ผุกร่อน และเคลือบด้วยน้ำยากันปลวก
  • กระเบื้องหลังคา ต้องแนบสนิททุกแผ่น ไม่มีรอยแตกร้าว หลุด และรั่วซึม
  • ฝ้าเพดานและใต้หลังคา ต้องไม่มีคราบน้ำ คราบความชื้น และร่องรอยการรั่วซึม
  • ช่องระบายอากาศใต้หลังคา ต้องติดตั้งเรียบร้อย มีมุ้งลวดป้องกันสัตว์และแมลง

8. ประตู หน้าต่าง หรือช่องเปิดต่าง ๆ

หญิงสาวกำลังตรวจบ้านบริเวณประตู หน้าต่าง หรือช่องเปิดต่าง ๆ

ประตู หน้าต่าง และช่องเปิดต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบที่มีผลต่อทั้งความปลอดภัย การใช้งาน และการป้องกันลม ฝุ่น และน้ำฝน ผู้ซื้อจึงควรตรวจสอบก่อนรับบ้าน ดังนี้

  • วงกบประตู/หน้าต่าง ต้องติดตั้งมุมฉาก ไม่บิดงอ ไม่มีรอยแตกร้าวหรือรอยแยกระหว่างวงกบกับผนัง โดยบานประตูและหน้าต่างต้องเปิด-ปิดได้สะดวก แนบสนิทเมื่อปิด ไม่มีช่องว่างที่ทำให้ลม ฝุ่น หรือฝนเล็ดลอดเข้าได้ รวมถึงซีลยางและรอยต่อรอบวงกบต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ 
  • บานประตู ใช้กระจกส่องตรวจขอบบานด้านบนว่ามีการทาสีหรือเคลือบผิวเรียบร้อยหรือไม่ เพื่อป้องกันการดูดความชื้นที่อาจทำให้บานประตูบวมและปิดไม่สนิทในอนาคต
  • กระจกและมุ้งลวด (ถ้ามี) กระจกต้องไม่แตกร้าว ไม่มีรอยบิ่นหรือรอยขีดข่วน ติดตั้งแน่นหนา ส่วนมุ้งลวดต้องตึง และไม่ขาด

9. ระบบไฟฟ้าทั้งในและนอกบ้าน

ช่างผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจบ้านในส่วนระบบไฟฟ้าทั้งในและนอกบ้าน

ผู้ซื้อควรตรวจสอบการติดตั้งและการทำงานของระบบไฟฟ้าทั้งภายในและภายนอกบ้านอย่างละเอียด เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไฟฟ้าขัดข้องหรืออุบัติเหตุในอนาคต อาทิ

  • ตู้เมนไฟและเบรกเกอร์ ตู้เมนต้องติดตั้งเรียบร้อย ปิด-เปิดได้สะดวก มีป้ายระบุวงจรชัดเจน และเบรกเกอร์ทำงานได้ตามปกติ รวมถึงควรมีระบบตัดไฟรั่ว (ELCB/RCD)
  • เต้ารับ สวิตช์ และจุดจ่ายไฟ ตรวจสอบว่าเต้ารับและสวิตช์ติดตั้งดี ไม่หลวม ใช้งานได้ทุกจุด และไม่มีประกายไฟหรือความร้อนผิดปกติ
  • ระบบสายไฟและงานเดินสาย สายไฟต้องเก็บเรียบร้อย ไม่โผล่หรือชำรุด และเดินสายภายในท่อหรือรางอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน
  • โคมไฟและอุปกรณ์แสงสว่าง โคมไฟต้องติดตั้งปลอดภัย เปิด-ปิดได้ปกติ แสงสว่างเพียงพอ และไม่มีการกระพริบหรือเสียงผิดปกติ
  • ระบบไฟฟ้าภายนอกบ้าน ตรวจสอบไฟสนาม ไฟรั้ว และไฟทางเดินว่าทำงานได้ดี อุปกรณ์ต้องทนแดด ทนฝน และมีโครงสร้างป้องกันน้ำเข้าด้วย

10. ระบบน้ำ

ช่างผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจบ้านในส่วนระบบน้ำและสุขาภิบาล

ระบบน้ำมีผลต่อการใช้งานและสุขอนามัยของผู้อยู่อาศัยโดยตรง ผู้ซื้อควรตรวจสอบระบบน้ำดี น้ำทิ้ง และสุขภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างละเอียด เพื่อป้องกันปัญหาการรั่วซึม กลิ่นรบกวน และการอุดตันในอนาคต

  • ระบบน้ำดีและแรงดันน้ำ ตรวจสอบก๊อกน้ำ ฝักบัว และจุดใช้น้ำทุกจุดว่าน้ำไหลสม่ำเสมอ แรงดันเหมาะสม และไม่มีการรั่วซึมตามข้อต่อ เมื่อปิดน้ำมิเตอร์ต้องนิ่ง
  • ท่อประปาและจุดเชื่อมต่อ ตรวจสอบแนวท่อและข้อต่อต่าง ๆ ว่าติดตั้งเรียบร้อย ไม่มีน้ำซึมหรือคราบความชื้น
  • ระบบระบายน้ำและน้ำทิ้ง ทดสอบการระบายน้ำ ต้องไหลลงท่อได้ดี ไม่เอ่อหรือไหลย้อน รวมถึงติดตั้งถ้วยดักกลิ่น
  • สุขภัณฑ์ภายในบ้าน ตรวจสอบโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า และอุปกรณ์อื่น ๆ ว่าติดตั้งเรียบร้อย ใช้งานได้ปกติ ไม่มีการรั่วหรือโยก และตำแหน่งเหมาะสมกับการใช้งาน

11. เฟอร์นิเจอร์ที่มาพร้อมบ้าน

ช่างผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจบ้านในส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่มาพร้อมบ้าน

ตรวจเช็กเฟอร์นิเจอร์ที่มาพร้อมกับบ้าน ว่ามีความครบและสมบูรณ์ตามรายการแนบท้ายสัญญา 

  • การติดตั้ง ต้องแข็งแรง บานตู้และลิ้นชักเปิด-ปิดได้สะดวก ใช้งานได้ปกติ 
  • พื้นผิว ควรเรียบ สีสม่ำเสมอ ไม่มีรอยขีดข่วน บวม หรือคราบความชื้น โดยเฉพาะบริเวณครัวและพื้นที่เปียก

12. ของตกแต่งที่เป็นเหล็กและอะลูมิเนียม

ช่างผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจบ้านในส่วนของตกแต่งที่เป็นเหล็กและอะลูมิเนียม

ของตกแต่งที่เป็นเหล็กและอะลูมิเนียม เช่น ราวกันตก ราวบันได เหล็กดัด หรือโครงอะลูมิเนียม ควรตรวจสอบว่าติดตั้งตามแบบที่ระบุ 

  • ผิววัสดุ ต้องเรียบ ไม่มีรอยเชื่อมแตกร้าว สีหรือสารเคลือบสม่ำเสมอ ไม่มีสนิม โดยเฉพาะบริเวณที่สัมผัสแดดและฝน 
  • ขอบมุมและจุดยึด ควรตรวจสอบให้ละเอียด เพื่อความปลอดภัยและความสวยงาม

13. บันไดขึ้น-ลงบ้าน

ช่างผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจบ้านในส่วนบันไดขึ้น-ลงบ้าน

บันไดขึ้น-ลงบ้านควรตรวจสอบทั้งราวจับและขั้นบันได เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

  • ราวจับบันได ต้องติดตั้งแข็งแรง ได้ระดับ และจับถนัดมือ ไม่มีความคมหรือจุดที่อาจก่อให้เกิดอันตราย 
  • ลูกตั้งและลูกนอนของขั้นบันได ต้องมีขนาดสม่ำเสมอ ได้ระดับเท่ากันทุกขั้น ไม่มีการยุบตัว แตกร้าว พื้นผิวไม่ลื่น และไม่มีเสียงผิดปกติขณะเดินใช้งาน เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการขึ้น-ลงในชีวิตประจำวัน

 

ถ้าตรวจบ้านแล้วพบส่วนที่มีปัญหาควรทำอย่างไร?

ช่างผู้เชี่ยวชาญกำลังตรวจบ้านแล้วพบปัญหาเกิดขึ้นกับโครงสร้างบ้าน

ผู้ซื้อบ้านควรถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอและจดบันทึกรายละเอียดของทุกจุดที่พบปัญหา พร้อมระบุห้องและตำแหน่งให้ชัดเจน จากนั้นแจ้งโครงการหรือผู้ขายเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ทางอีเมลหรือเอกสารทางการ เพื่อขอให้ออกรายการแก้ไขและประเมินระยะเวลาดำเนินการ 

เมื่อโครงการแจ้งว่าแก้ไขแล้วเสร็จ ควรนัดตรวจซ้ำเพื่อยืนยันว่าปัญหาได้รับการแก้ไขครบถ้วนและเป็นไปตามมาตรฐาน หากยังพบข้อบกพร่อง สามารถขอขยายระยะเวลาโอนกรรมสิทธิ์ออกไปได้จนกว่าบ้านจะอยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมเข้าอยู่อาศัย

 

โอนบ้านก่อนตรวจรับได้ไหม?

คู่รักพูดคุยกับตัวแทนโครงการก่อนโอนบ้าน

โอนบ้านก่อนตรวจรับได้หรือไม่ เป็นคำถามที่ผู้ซื้อบ้านหลายคนสงสัย ในทางปฏิบัติบางโครงการอาจเร่งให้โอนกรรมสิทธิ์เพื่อปิดการขาย ซึ่งอาจทำให้ผู้ซื้อยังไม่มีโอกาสตรวจบ้านอย่างละเอียดและเสี่ยงต่อการพบปัญหาภายหลัง 

หากมีความจำเป็นต้องโอนบ้านก่อนตรวจรับ ผู้ซื้อบ้านควรตรวจสอบสภาพบ้านเบื้องต้นเท่าที่ทำได้ พร้อมทำหนังสือระบุเงื่อนไขหรือบันทึกข้อตกลงไว้ในวันโอนว่า หากพบปัญหา ทางโครงการจะต้องดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด 

หลังการโอนควรรีบเชิญผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจบ้านอย่างละเอียดและติดต่อประสานงานกับโครงการโดยเร็ว เพื่อปกป้องสิทธิ์และลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

 

รวมเคล็ดลับการตรวจบ้านและคอนโด จาก AP Thai

 

เอพีไทยแลนด์ ช่วยเติมเต็มความหมายของชีวิต

เลือกเป็นเจ้าของโครงการบ้านจาก เอพีไทยแลนด์ เพื่อสร้างชีวิตดี ๆ บนพื้นที่ความสุขที่เราเลือกเอง ไม่ว่าจะเป็น โครงการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัว ทาวน์โฮมดีไซน์สวยหรือบ้านแฝดฟังก์ชันใหญ่ คอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าเดินทางง่าย และโฮมออฟฟิศฟังก์ชันเจ๋งที่รองรับทุกธุรกิจ สามารถเลือกได้ตามต้องการ เพราะ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย

 

EMPOWER LIVING อยู่ .. เพื่อทุกความหมายของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

สามารถไปตรวจบ้านได้ตอนไหน?

  • สามารถไปตรวจบ้านได้เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จและบ้านอยู่ในสภาพพร้อมเข้าอยู่อาศัย โดยควรตรวจก่อนวันโอนกรรมสิทธิ์บ้าน เพราะหากพบปัญหาผู้ซื้อสามารถแจ้งให้โครงการดำเนินการแก้ไข และนัดตรวจซ้ำภายหลังโครงการแก้ไขแล้วเสร็จ เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านสมบูรณ์ก่อนรับโอน

ผู้ซื้อบ้านสามารถตรวจบ้านก่อนโอนได้กี่รอบ?

  • ปกติจะตรวจอย่างน้อย 2 รอบ โดยรอบแรกเพื่อตรวจหาปัญหาต่าง ๆ และทำรายการแก้ไข ส่วนรอบสองจะตรวจซ้ำอีกครั้งหลังจากโครงการแก้ไขเสร็จเรียบร้อย ทั้งนี้จำนวนรอบขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของโครงการและความเรียบร้อยของงานแก้ไขก่อนการโอนบ้าน

การตรวจรับบ้านทาวน์โฮมแตกต่างจากบ้านเดี่ยวหรือไม่?

  • การตรวจรับบ้านทาวน์โฮมมีหลักการพื้นฐานเหมือนกับบ้านเดี่ยว แต่มีจุดที่ต้องให้ความสำคัญแตกต่างกัน โดยบ้านทาวน์โฮมควรเน้นตรวจผนังร่วมกับบ้านข้างเคียง การรั่วซึมบริเวณรอยต่อ ของระบบระบายน้ำและเสียงรบกวน รวมถึงโครงสร้างและหลังคาที่เชื่อมต่อกันหลายยูนิต

ตรวจรับบ้านด้วยตัวเองกับจ้างมืออาชีพแบบไหนดีกว่ากัน?

  • การตรวจรับบ้านด้วยตัวเองช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เหมาะกับผู้ที่มีความรู้พื้นฐานและอุปกรณ์ครบครัน ส่วนการจ้างผู้เชี่ยวชาญจะตรวจได้ละเอียด ครอบคลุม และมีรายงานเป็นหลักฐานใช้ต่อรองกับโครงการหรือผู้ขายได้ชัดเจน ดังนั้น หากต้องการความมั่นใจและลดความเสี่ยงในระยะยาว การจ้างมืออาชีพถือว่าคุ้มค่ากว่า

ถ้าซื้อบ้านมือสอง ต้องตรวจรับบ้านหรือไม่?

  • ควรตรวจรับบ้านก่อน เพราะบ้านมือสองอาจมีปัญหาโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า ประปา หรือการรั่วซึมที่มองไม่เห็น การตรวจบ้านก่อนโอนจะช่วยให้ทราบสภาพที่แท้จริง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ต่อรองราคา และลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายซ่อมแซมในอนาคต